HomeBrand Move !!มนุษย์ vs เอไอ 4 บทสรุป สู่การเปลี่ยนผ่านทักษะที่ไม่ควรมองข้ามจาก “กษิดิศ สตางค์มงคล”

มนุษย์ vs เอไอ 4 บทสรุป สู่การเปลี่ยนผ่านทักษะที่ไม่ควรมองข้ามจาก “กษิดิศ สตางค์มงคล”

แชร์ :

คุณทอย – กษิดิศ สตางค์มงคล เจ้าของเพจและเว็บไซต์ DataRockie

สำหรับโลกปี 2025 ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรากำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะในเรื่องของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สามารถเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้แทบทุกสัปดาห์ แถมฟีเจอร์เหล่านั้นยังสามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนทำงานทั่วโลกได้อย่างพร้อมเพรียงกัน

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

และจากความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ AI ดังที่กล่าวมา สิ่งที่ปรากฏชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดปีนี้ก็คือ AI ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานหลาย ๆ อย่างที่มนุษย์เคยทำได้ดีด้วยเช่นกัน

การตั้งคำถามถึงคุณค่า และการคงอยู่ของมนุษย์ จึงกลายเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งหนึ่งในผู้ที่อธิบายถึงภาพนั้นได้อย่างชัดเจนอาจเป็นคุณทอย – กษิดิศ สตางค์มงคล เจ้าของเพจและเว็บไซต์ DataRockie ที่มาแชร์ประสบการณ์และแบ่งปันมุมมองผ่านงานสัมมนา “Unlock The Future 2026” ภายใต้ธีม BEYOND LIMITS ของ Brandbuffet โดยสิ่งที่คุณทอย-กษิดิศ อธิบายนั้นสามารถสรุปรวมได้เป็น 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

มนุษย์มี “อิสระ”

อิสรภาพยังเป็นสิ่งที่มนุษย์ครอบครองได้อยู่ ซึ่งนี่อาจเป็นจุดแตกต่างแรกระหว่างมนุษย์และ AI โดยคุณกษิดิศเปรียบเทียบให้เห็นถึงคนสองกลุ่มอย่าง Hunter Gatherer และ Farmer ซึ่งทั้งสองกลุ่มล้วนแล้วแต่เคยเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบัน เพียงแต่คนทั้งสองกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน นั่นคือ Hunter Gatherer เป็นกลุ่มคนที่มีอิสระสูง ไม่ยึดติดกับสิ่งรอบตัว และมีความยืดหยุ่นในการย้ายถิ่นฐาน

ส่วนคนอีกกลุ่มอย่าง Farmer เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการตั้งรกราก การอยู่อาศัยเป็นชุมชน มีการสะสมทรัพย์สมบัติ รวมถึงต้องการควบคุมสิ่งแวดล้อม ทั้งพืช สัตว์ ไปจนถึงการควบคุมมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งสไตล์การใช้ชีวิตทั้งสองแบบอาจไม่มีถูกผิด เพียงแต่คุณกษิดิศให้ทัศนะว่า แนวคิดแบบ Hunter Gatherer อาจนำพาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับมนุษย์ได้มากกว่า Farmer ในยุคอินเทอร์เน็ตและ AI ครองเมือง

“ผมรู้สึกว่า ทุกวันนี้ พวกเราเป็น Farmer กันเยอะมาก ทอยก็เป็น แต่ตอนนี้ทอยว่าจะเปลี่ยนไปเป็น Hunter Gatherer มากขึ้นแล้ว เพราะทอยเชื่อว่า เราเป็นมนุษย์ เราจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ไปสร้างธุรกิจที่ไหนก็ได้ ประเทศไทยมี 70 ล้านคน แต่ทั่วโลกมีแปดพันล้านคน เราจึงไม่ควรจะถูกจำกัดว่าควรจะอยู่ที่ไหน ผมเชื่อว่า เราควรจะใช้ชีวิตแบบ Hunter Gatherer นั่นคืออยู่ที่ไหนก็ได้

ไม่เฉพาะการตั้งคำถามถึงรูปแบบการใช้ชีวิต สิ่งที่ประเด็นนี้ทิ้งท้ายไว้ก็ยังน่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ การที่คุณทอยตั้งคำถามว่า หากผู้ก่อตั้งบริษัทชื่อดังทั้ง Mark Zuckerberg แห่ง Meta หรือ Elon Musk แห่ง Tesla ฯลฯ มีเหตุให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดที่สร้างมา คนเหล่านี้จะยังกลับมาได้หรือไม่ โดยคุณทอยมองว่า

“ถ้าให้เวลาพวกเขาสักพัก (หนึ่งปี) ทอยเชื่อว่าเขาจะกลับมาได้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าทรัพย์สินก็คือ ความสามารถที่เรามี (ความสามารถ ณ ตอนนี้เลย) ทอยเชื่อว่า การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากในโลกยุคปัจจุบัน”

มนุษย์มีความภาคภูมิใจ

หัวข้อนี้เป็นที่ถกเถียงในหลายเวที รวมถึงเวทีของคุณกษิดิศด้วย โดยภาพที่ยกมาเปรียบเทียบกับทักษะของมนุษย์ในปัจจุบันก็คือกรณีของ “ดาบซามูไร” ที่อาจเคยเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศและอำนาจในสังคมญี่ปุ่นเมื่อในอดีต แต่เมื่อประเทศต้องเปิดรับอิทธิพลตะวันตก รวมถึง “ปืน” อาวุธสมัยใหม่ที่สังหารได้จากระยะไกล ก็ทำให้กติกาของสมรภูมิเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และในวันที่ปืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ดาบคาตานะที่เคยทรงคุณค่าก็ค่อย ๆ ถูกลดทอนความหมาย และทิ้งให้ซามูไรยุคนั้นต้องเผชิญทั้งความพ่ายแพ้และความเจ็บช้ำจากการถูกพราก “ตัวตน” ที่เคยยึดถือมาตลอด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ข้างต้นนั้นกำลังเกิดขึ้นกับคนทำงานแทบทุกอุตสาหกรรมใน พ.ศ. นี้  เมื่อ AI ได้ทำให้ทักษะที่มนุษย์เคยใช้ได้อย่างคล่องแคล่วในโลกของการทำงาน กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยคุณกษิดิศขยายมุมมองในส่วนนี้ว่า

“ทอยค่อนข้างมองโลกในแง่ลบนิดนึงเกี่ยวกับ AI ทอยมองไม่ออกเลยว่าโลกในอีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แค่สัปดาห์ที่ผ่านมา AI เปิดตัวเยอะมาก ทั้ง Gemini 3, Grok และ Claude ซึ่งทอยว่ามันคงเป็นไปแบบนี้เรื่อย ๆ”

“AI คือเครื่องมือทรงพลัง แต่ความเสี่ยงก็คือคนที่มีอำนาจจะใช้ AI ผิดทาง เช่น การนำ AI ไปลดต้นทุน – ลดแรงงาน ซึ่งทอยเชื่อว่าจะทำให้คนตกงานเร็วกว่าการที่ AI เข้ามาสร้างงานใหม่ ๆ  ดังนั้น เวลามีคนบอกว่า AI ยังทำงานแทนคนไม่ได้ ให้ลองถามกลับไปว่า เขาพูดถึงกรอบเวลาใด 10 ปีจากนี้ หรือ 100 ปีจากนี้ ซึ่งในอีกร้อยปีข้างหน้า มนุษย์จะยังมีงานให้ทำอยู่ไหม ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้”

มนุษย์ “ชนะตัวเอง” ได้

ในโลกอนาคตที่มีความเสี่ยงสูงรออยู่ และมีแนวโน้มว่าจะหนักขึ้นกว่าในอดีตโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งนั้น ทางรอดที่คุณกษิดิศเสนอให้กับผู้ฟังงานสัมมนาจึงเป็นการสร้างวินัยให้กับตัวเอง และลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถให้มากขึ้น

“ทอยไม่ได้บอกว่า การเล่นเกมไม่ดี แต่ถ้าเด็กคนหนึ่งยังเล่นเกมอยู่ และปล่อยให้ AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ วันหนึ่งเด็กคนนั้นจะไม่มีงานทำ หรือการเล่นโซเชียล เป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจไหมครับว่า คนไทยเล่นโซเชียลมากเป็นอับต้น ๆ ของโลก เราดูไลฟ์ขายของได้พร้อมกันหนึ่งล้านคน (เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง) ก็เท่ากับเสีย productivity ไปหนึ่งล้านชั่วโมง นี่เป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจจริง ๆ ใช่ไหม”

“ทั้งหมดนี้ สิ่งที่จะบอกคือ คนที่เอาชนะตัวเองได้ หรือคนที่บอกตัวเองได้ว่าเมื่อไรเราควรจะพอ และดึงเวลากลับมาใช้ในสิ่งที่ควรจะทำ คือคนที่จะอยู่รอดในโลก AI ซึ่งผมบอกได้ว่ามันจะยากขึ้นเรื่อย ๆ

“ผมไม่ได้กลัวว่า AI มันจะเป็นหมือนมนุษย์ แต่กลัวว่ามนุษย์ส่วนใหญ่จะถอยหลังลงไปเป็นเครื่องจักร เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ก็คือ ผู้สร้าง AI พยายามจะใส่คุณสมบัติที่ดีที่สุดลงใน AI ของเขา ทั้งความสามารถในการเรียนรู้ การคิด การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่ความตลกของเรื่องนี้คือมนุษย์กำลังถอยหลังกลับไปเป็นเครื่องจักร เราตื่นเช้า อาบน้ำไปทำงาน กลับบ้าน นอน เราใช้ชีวิตเป็นหุ่นยนต์เลย วนลูป ไม่ก็เล่นเกม ดูซีรีย์ เล่นโซเชียล”

มนุษย์ “ร่วมมือกันได้”

แม้ว่าภาพในปัจจุบัน หลายคนอาจมองว่า การมีอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และ AI กำลังทำให้โอกาสของมนุษย์ “กว้างขึ้น” ได้ก็จริง แต่ในอีกด้าน การจับมือกัน ช่วยเหลือกัน ไม่แข่งขันกันจนกลายเป็นศัตรูนั้น ก็สามารถทำให้โลกนี้ “น่าอยู่ขึ้น” ได้เช่นกัน และคุณกษิดิศได้สรุปถึงภาพนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจ

“ไม่อยากให้ทุกคนกลัว AI ทอยมองว่า AI ก็เหมือนเงิน และถ้าเงินไปอยู่ในมือคนดี ๆ โลกก็จะดีขึ้นมากเลย AI ก็เหมือนกัน ถ้าไปอยู่ในมือคนที่ดี โลกเราจะมีเฮลท์แคร์ที่ดีขึ้น เราจะมีการศึกษาที่ดีขึ้น

อนาคตมันเลยเป็นการต่อสู้กัน ระหว่างความดีงามกับปิศาจ ซึ่งทอยไม่สามารถสู้กับศึกนี้คนเดียวได้ มันถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยกัน ทอยไม่เชื่อว่าโลกต้องแข่งขันกัน ถึงจะมีอินโนเวชั่นใหม่ ๆ ถ้าเราจับมือกัน ไม่มองคนอื่นเป็นคู่แข่ง มองเป็นเพื่อนกัน ช่วยกันทำให้โลกดีขึ้น ผมเชื่อว่าเราสามารถสร้างนวัตกรรมดี ๆ ได้เช่นกันนะ”

 

สามารถติดตามคลิปการบรรยายของคุณกษิดิศ สตางค์มงคลฉบับเต็มได้ที่นี่


แชร์ :

You may also like