
คุณรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) กล่าวว่ากรณีคอนเทนต์ดราม่าของยูทูบเบอร์สายสายเกรียน หากคิดว่าเขาเป็นแบรนด์หรือเป็นตัวแทนของแบรนด์ การกระทำแบบนั้นแบรนด์เสียหายไหม การที่แบรนด์หนึ่งหรือคนคนหนึ่งจะมีมารยาทที่ดี มีกาลเทศะและวัฒนธรรมที่ดี ไม่เกี่ยวกับยุคสมัย เป็นเรื่องที่ต้องสร้างและทำให้เกิดคุณค่าที่เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค นี่คือประเด็นสำคัญของสังคม
“หากอยากทำคอนเทนต์บนคอนเซ็ปต์ความเกรียนก็ทำไป แต่ทุกคอนเซ็ปต์ต้องมีสเปซ และในเวลาเดียวกันก็ต้องมีข้อจำกัดด้วย”

คุณรติ พันธุ์ทวี
สมาคมโฆษณามีจรรยาบรรณ (Code of ethic) ที่ครอบคลุมและเป็นไกด์ไลน์ให้สมาชิกที่เป็นแบรนด์และเอเยนซีสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี สื่อสารไปในแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม และเป็นแนวทางเดียวกับองค์กรเอกชนนานาชาติ แต่การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่จะทำหน้าที่สื่อสารแทนแบรนด์ก็เป็นวิจารณญาณแบรนด์และเอเยนซีในการเลือกใช้ แต่การนำแบรนด์ไปเสี่ยงกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ก็อาจเกิดผลกระทบได้เช่นกัน
คอนเทนต์ดราม่าของอินฟลูเอนเซอร์ที่เกิดขึ้นหลายกรณี เป็นวัฎจักรของตลาดที่กำลังเป็นกระแส แต่พอถึงจุดหนึ่ง สังคมไม่ว่าจะเป็น ผู้ส่งสาร ผู้รับสาร จะต้องบาลานซ์ความเหมาะสมกันเอง และสังคมก็จะจัดระเบียนกันเองในที่สุด
หลายแบรนด์เริ่มกังวลกับการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ มีการเช็คประวัติก่อน การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ต่อไปนี้ แบรนด์จะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น หากจะพูดในเรื่องใดโดยเฉพาะที่ส่งผลต่อสังคมในวงกว้าง ก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้จริงในด้านนั้นๆ โดยเฉพาะด้านวิชาการ สุขภาพ
กรณีคอนเทนต์ดราม่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เกิดขึ้นหลายเคส ถือเป็นบทเรียนของสังคม ซึ่งการนำแบรนด์ไปเสี่ยง ต้องบอกว่าความเสี่ยงของแบรนด์มีมูลค่ามหาศาลที่มากกว่าค่าตัวอินฟลูเอนเซอร์ และเป็นอุทาหรณ์ ของนักการตลาดว่าไม่ควรทำคอนเทนต์ตีหัวเข้าบ้าน เพราะความไว้วางใจ การรู้สึกดีกับแบรนด์ ต้องใช้เวลาสะสม
“โลกวันนี้อะไรก็ไม่ทารุณและโหดร้ายเท่ากับ Social Sanction (การลงโทษทางสังคม) เป็นมาตรการที่ดีที่สุดและเห็นผล แม้ไม่มีกฎระเบียบบังคับ แต่สังคมจะช่วยกันดูแล ดังนั้นการทำคอนเทนต์ต้องคิดให้เยอะ”

คุณภวัต เรืองเดชวรชัย
ชงกสทช.กำกับดูแลคอนเทนต์อินฟลูเอนเซอร์
คุณภวัต เรืองเดชวรชัย นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) กล่าว่าปัจจุบัน “อินฟลูเอนเซอร์” มีบทบาทเป็น “สื่อ” ดังนั้นควรมีองค์กรกำกับดูแล (Regulator) มาควบคุมการนำเสนอเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์ เช่นเดียวกับสื่ออื่นๆ
มองว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำกับดูแลคอนเทนต์สื่อวิทยุทีวีในปัจจุบัน อาจจะตั้งคณะอนุกรรมการที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากำกับดูแลเนื้อหาอินฟลูเอนเซอร์ โดยกำหนดแนวทางการนำเสนอคอนเทนต์ว่า อินฟลูเอนเซอร์ทั่วไปพูดได้แค่ไหน อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพูดได้แค่ไหน ปัจจุบัน “จีน” ออกกฎระเบียบมาคุมเข้มการนำเสนอคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์แล้ว
“วันนี้ควรมีกฎระเบียบบังคับใช้เพื่อดูแลการนำเสนอเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์ ที่เป็นการจัดระเบียบเช่นเดียวกับการกำกับดูแลสื่อ ไม่เช่นนั้นจะเห็นดราม่าคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
กระแสดราม่าการนำเสนอคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์หลายกรณี ในมุมของแบรนด์มองเป็นปัญหาราย “บุคคล” จึงไม่ส่งผลกระทบกับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์โดยรวมที่ปัจจุบันเม็ดเงินยังคงเติบโตต่อเนื่อง

บังโต วีรชน ศรัทธายิ่ง
ขณะที่ บังโต วีรชน ศรัทธายิ่ง (โต Silly Fools) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมพานี บี เจ้าของร้านอาหาร “เนื้อแท้” และผู้ก่อตั้งเอเยนซี “คำโตๆ” ให้มุมมองว่าการทำคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ ที่เห็นเทรนด์จากทั่วโลก เมื่อเริ่มคิดคอนเทนต์ไม่ออกจะเริ่ม aggressive ขึ้น เริ่มดิบเถื่อนขึ้นเรื่อย เริ่มถอดเสื้อผ้า เป็นคอนเทนต์ที่ทำให้สังคมเสื่อม จึงไม่ควรสนับสนุนคนแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ เอเยนซี เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม
ส่วนคนทำคอนเทนต์หากคิดอะไรไม่ออก ก็ไม่ต้องทำ อย่าพยายามทำคอนเทนต์ร้อยล้านวิวของตัวเองให้ extreme ขึ้นเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
“วันนี้อยู่ที่สังคมว่าเราจะเป็นคนที่ร่วมมือกันดูแลไม่ทำคอนเทนต์ดิบเถื่อนแบบนี้เกิดขึ้นอีกและหันมาสนับสนุนคอนเทนต์ที่ดีเป็นประโยชน์ต่อสังคม”



