HomeBrand Move !!Workslope ภัยเงียบคนทำงานยุค AI “ได้งานที่ดูดี แต่ไร้ความคิดสร้างสรรค์-ต่อยอดได้ยาก”

Workslope ภัยเงียบคนทำงานยุค AI “ได้งานที่ดูดี แต่ไร้ความคิดสร้างสรรค์-ต่อยอดได้ยาก”

แชร์ :

Workslope อาจกำลังเป็นศัพท์ใหม่คนทำงาน โดยเฉพาะคนที่ใช้ AI ช่วยงานเขียน ส่งอีเมล หรือสรุปการประชุม เพราะมีการค้นพบว่า การใช้ AI ในภารกิจเหล่านี้ทำให้งานที่ออกมานั้นไม่ “ว้าว” อย่างที่ควรจะเป็น

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

สำหรับผู้ที่กำหนดนิยามคำว่า “Workslop” ก็คือทีมวิจัย BetterUp Labs ของมหาวิทยาลัย Harvard ร่วมกับ Stanford Social Media Lab โดยระบุว่า Workslope คือการใช้ AI สร้างสรรค์คอนเทนต์ แต่ได้ผลงานที่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร (ตัวงานมักมีภาพลักษณ์ของงานที่ดีครบถ้วน แต่หากพิจารณาอย่างแท้จริงจะพบว่า มันขาดเนื้อหาสาระสำคัญที่จะช่วยพัฒนางานในระดับต่อไปได้นั่นเอง)

ทั้งนี้ ทีมวิจัยระบุด้วยว่า ปัจจุบัน บนโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยโพสต์คุณภาพต่ำที่สร้างโดย AI มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทีมวิจัยระบุว่า งานลักษณะนี้ นอกจากทำให้คนทำงานเสียความน่าเชื่อถือ (หากตัดสินใจส่งออกไป) แล้ว ในกรณีที่เขามานั่งแก้ใหม่ให้มันมีคุณภาพมากขึ้น ก็จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายด้านการ “เสียเวลา” ให้กับองค์กรอีกด้วย

ค่าเฉลี่ยแก้งาน AI อยู่ที่ 1 ชั่วโมง 56 นาที

ทีมวิจัยยังได้ทำการศึกษาในชาวอเมริกัน 1,150 คนเกี่ยวกับประสบการณ์ Workslope ที่ได้รับจากการใช้งาน AI และพบว่ามีถึง 40% ที่บอกว่า งานของตัวเองช้าลง เพราะต้องใช้เวลาตรวจงานจาก AI มากขึ้น โดยค่าเฉลี่ยของการจัดการกับงานที่ AI ทำมาส่งนั้นอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 56 นาทีเลยทีเดียว

นักวิจัยได้มีการประเมินว่า Workslope สร้างค่าใช้จ่ายให้กับการทำงานที่  186 เหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 5,975 บาท ซึ่งหากเป็นองค์กรใหญ่ อาจเทียบเท่าค่าใช้จ่าย 9 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยอุตสาหกรรมที่มักเกิดงานแบบ Workslope นั้นพบว่าเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยี, เฮลท์แคร์ และงานด้านที่ปรึกษา เป็นหลัก

ส่วนในด้านความรู้สึก ผู้ตอบแบบสอบถามราวครึ่งหนึ่งยอมรับว่า คนที่ส่งงานแบบ Workslope มาให้นั้น ไร้ความคิดสร้างสรรค์ ไร้ความสามารถ และไม่น่าเชื่อถือ ส่วนในมุมของผู้ส่งงาน มีถึง 18% ที่ยอมรับว่า งานของพวกเขาที่สร้างด้วย AI นั้น คุณภาพไม่ดีนัก หรืออาจกล่าวได้ว่า กรณีที่ร้ายที่สุดของการปล่อยงานแบบ Workslop ออกไปก็คือ การผลักภาระงานไปยังผู้รับ ทำให้ผู้รับต้องตีความ แก้ไข หรือทำซ้ำงานนั้น ๆ ใหม่นั่นเอง

นั่นจึงอาจเดินมาถึงบทสรุปที่ว่า บางทีแล้ว AI อาจไม่ใช่ตัวช่วยในการสร้างประสิทธิภาพให้กับงานอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น  เว้นแต่เราอาจต้องทำงานนี้ซ้ำ ๆ กันมากกว่า 50 ชิ้นต่อวันขึ้นไป ซึ่งนั่นอาจเป็นวัตถุประสงค์ของการใช้ AI ในแบบที่มันควรจะเป็น

Source

Source


แชร์ :

You may also like