แน่นอนว่าสินค้าไทยหรือแบรนด์ไทย ก็ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก เพราะด้วยคุณภาพการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ ทักษะงานฝีมือ ความสามารถที่เหนือชั้นและยากจะหาใครมาลอกเลียนแบบ บวกกับความละเมียดละไมใส่ใจปราณีตของเหล่าดีไซน์เนอร์ชาวไทย
ไปจนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และยกระดับแบรนด์อยู่ตลอดเวลา ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในปัจจุบันแบรนด์สินค้าไทยหลาย ๆ แบรนด์เป็นที่ยอมรับในผู้บริโภคทั่วโลกไปบ้างแล้ว
ภายใต้การผลักดันและสนับสนุนอย่างสุดกำลังของ “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” (DITP) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ เราพบว่า แบรนด์ไทยในปัจจุบันยิ่งมีแพลตฟอร์มในการซัพพอร์ตที่ดีขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักจากเหล่าคู่ค้า พาร์ทเนอร์ต่างชาติ หรือแม้กระทั่งผู้บริโภคต่างประเทศอย่างแพร่หลาย
เร็ว ๆ นี้พวกเขากำลังจะมีงานโชว์เคส Pop Up store อย่าง “FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge” ที่ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เหล่านักออกแบบ ดีไซน์เนอร์แบรนด์ไทยมากกว่า 35 ราย (แบรนด์) ได้มีพื้นที่ในการนำเสนอผลงานของตัวเอง
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ Brand Buffet เดินทางมาถึงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อมาร่วมพูดคุยกับ คุณสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) บอกเล่าถึงที่มาที่ไปการจัดงาน FORWARD ไฮไลท์เด็ดที่เราจะได้พบในงาน รวมถึงแรงบันดาลใจของเธอและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในการบ่มเพาะแบรนด์ไทย ดีไซน์เนอร์ฝีมือดีให้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างแข็งแกร่ง
ต่อยอดวิสัยทัศน์กระทรวงพาณิชย์ ร่วมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยผ่าน “ผู้ประกอบการและดีไซน์เนอร์ไทย” สู่เวทีแข่งขันโลก
เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันแนวคิดด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นอย่างมาก เพราะไทยเราถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมงานสร้างสรรค์หรือ Soft Power ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, วัฒนธรรม, ขนบประเพณี, คอนเทนท์หนัง-ซีรีส์, การท่องเที่ยว และงานฝีมือ เพียงแต่ก่อนหน้านี้อาจจะยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่ครอบคลุมมากเพียงพอในหลาย ๆ มิติ ดังนั้นวิสัยทัศน์การผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งพันธกิจหลักที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
เมื่อสานต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาสู่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายที่ว่าก็ยังคงไว้เช่นเดิม เพราะในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศ พวกเขามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการ ดีไซน์เนอร์ไทยได้รับเครื่องมือและการสนับสนุนที่ดีในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดศักยภาพการแข่งขันบนเวทีระดับโลกอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้หลักคิดของกรมฯ อย่าง “CREATE POSSIBILITIES”
คุณสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บอกกับ Brand Buffet ว่า Motto หรือคติประจำกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็ คือ CREATE POSSIBILITIES หรือการช่วยให้ทุกความเป็นไปได้ของเหล่าผู้ประกอบการ SMEs และดีไซน์เนอร์ไทยเกิดขึ้นได้จริงและสร้างโอกาสเติบโตที่ไม่หยุดยั้งอยู่เสมอ
“ผู้ประกอบการที่เป็น SMEs ของประเทศไทยในวันนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวเลขที่เคยมีการสำรวจกันไว้พบว่า กว่า 90% ของธุรกิจไทย ณ ปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็น SMEs แทบทั้งสิ้น แต่เมื่อคำนวณกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่สามารถขยายธุรกิจจนผลักดันสู่การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ ตัวเลขดังกล่าวกลับลดลงเหลือที่ประมาณ 30,000-35,000 รายเท่านั้น นั่นหมายความว่า ยังมีผู้ประกอบการไทยอีกมากที่ต้องการได้รับการสนับสนุน และความช่วยเหลือจากภาครัฐ
“ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาที่ดิฉันและกรมฯ เราจะย้ำเตือนตัวเองกันเสมอว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเราเชื่อในหลักคิดของ CREATE POSSIBILITIES ที่จะช่วยส่งเสริมทุกโอกาส ทุกช่องทางในการติดอาวุธ ขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยให้นำไปสู่ความเป็นไปได้ในการเติบโตทั้งหมด
“เรามีหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งแบบ Onsite หรือ Online และยังมี E-Academy เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการให้ความรู้ผู้ประกอบการในการปรับตัวเข้าสู่ตลาดโลก ทำการค้า หรือเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศได้อย่างราบรื่น เพราะทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่า เทรนด์การค้าโลกมีความเปลี่ยนแปลง ผันผวนไปอย่างรวดเร็ว ถูกดิสรัปท์จากหลายมิติ ซึ่งทางกรมฯ เราเองก็ได้ปรับปรุงและ Revise เครื่องมือของเราให้สอดรับกับบริบทโลกอยู่เสมอ”
นอกเหนือจาก แพลตฟอร์มการส่งเสริมต่าง ๆ ที่กรมฯ ได้เตรียมไว้ แม่ทัพหญิงแห่ง DITP ยังได้เล่าถึงการจัดตั้ง Special Task Force หรือ “โครงการบุกตลาดศักยภาพใหม่รับมือนโยบายการค้าโลก” เพื่อเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เชิงรุกในการเดินหน้าสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การค้าโลก โดยเฉพาะประเด็นนโยบายภาษีสหรัฐฯ อย่างทันท่วงที
ซึ่งโครงการ Special Task Force มีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมสูงถึงกว่า 1,600 ล้านบาท ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้า (Trade Mission) บุกตลาดศักยภาพใหม่ใน 4 ภูมิภาค 5 คณะ ได้แก่ ลาตินอเมริกา (อาร์เจนตินา, ชิลีและบราซิล), แอฟริกา (มาลี, เซเนกัลและโกดดิวัวร์), ตะวันออกกลาง (ยูเออี) และเอเชียใต้ (2 คณะ: อินเดีย) โดยมีผู้ประกอบการไทยที่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมรวมสูงกว่า 176 รายเลยทีเดียว
T Mark และ DEmark บทพิสูจน์ยกระดับสินค้าไทยผ่านตราสัญลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและซัพพลายเชนทั้งระบบ
ที่ผ่านมาเราน่าจะเคยได้ยินหรือรู้จัก ตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น T Mark (Thaland Trust mark : ตราการันตีมาตรฐานสินค้าไทยในระดับสากล) และ DEmark (Design Excellence Award) รางวัลที่จัดขึ้นเพื่อรับรองผลงานที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบให้กับสินค้าไทย (จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551)
ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการขับเคลื่อน ที่สะท้อนความตั้งใจของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ในการเร่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย สามารถสร้างความเชื่อมั่น การันตีคุณภาพที่ดีของทั้งสินค้าและบริการได้อย่างแข็งแรงในระดับสากล
“ตราสัญลักษณ์เหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทย กับการได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยที่ทางคณะกรรมการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ดูแลและกำกับเรื่องการมอบตราสัญลักษณ์เหล่านี้ เราจะจริงจังกันมากในการให้คำแนะนำ หรือแนวทางการพัฒนาให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขา
“นอกจากนี้ เรายังมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศในด้านต่าง ๆ อีกด้วย เช่น เราทำงานร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการมอบรางวัลงานออกแบบและงานดีไซน์ในต่างประเทศโดยตรง เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับการมอบรางวัล DEmark รางวัลที่จัดขึ้นเพื่อรับรองผลงานผลิตภัณฑ์ไทยที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบโดยเฉพาะ”
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังบอกกับ Brand Buffet ด้วยว่า ถึงแม้ผลิตภัณฑ์และสินค้าไทยจะขึ้นชื่อเรื่องการได้รับความยอมรับจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกในด้านงานออกแบบ ดีไซน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี เมื่อเทรนด์โลกเปลี่ยนไป ก็ยังมีผู้บริโภคอีกไม่น้อยที่ให้ความสำคัญกับตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานเหล่านี้อยู่ การมีตราสัญลักษณ์ DEmark หรือแม้แต่ T Mark ปรากฏบนสินค้าจึงไม่เพียงแต่จะช่วยการันตีถึงคุณภาพขั้นสูงของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายถึงความตั้งใจที่กรมฯ พร้อมจะผลักดันและสนับสนุนเหล่าผู้ประกอบการไทยในทุกวิถีทางบนเวทีโลกอีกด้วย
“FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge” เวทีเฉลิมฉลองแด่เหล่าดีไซน์เนอร์ไทย สู่การยกระดับงานสร้างสรรค์ให้ก้าวสู่โลกยุคใหม่
สำหรับงาน FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge ที่ทางกรมฯ จะจัดขึ้นในรูปแบบ Pop-up Showcase ที่บริเวณชั้น G The Storeys Square โครงการ One Bangkok ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนมากโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับการช่วยให้เหล่าผู้ประกอบการ และดีไซน์เนอร์ไทย ได้รับการสนับสนุนอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการมีพื้นที่จัดแสดงสินค้า ผลงานสู่สายตาของผู้คน สาธารณชน ได้อย่างแพร่หลาย
เพราะแม้ว่าคุณจะผลิตสินค้าออกมาได้ดี มีคุณภาพ หรือเจ๋งเพียงใด แต่หากขาดซึ่งโอกาสและพื้นที่ในการได้ออกไปพบเจอกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่มีศักยภาพ หรือว่าที่คู่ค้า ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็จะหมดความหมายลงไปในทันที
คุณสุนันทาเล่าถึงความมุ่งมั่นของกรมฯ ในการจัดงานโชว์เคส ว่า “เราต้องการที่จะขยายโอกาส และสร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์และดีไซน์เนอร์ไทยมากกว่า 35 รายจากทั่วประเทศ โดยเน้นหลักในกลุ่ม Art & Craft เพื่อยกระดับขีดศักยภาพในการแข่งขันของพวกเขาให้รุดหน้าไปอีกระดับ
“งานนี้ยังเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ดีจะนำไปสู่ Business Matching ระหว่างคู่ค้าจากต่างประเทศ ยกตัวอย่างง่าย ๆ การจัดงานโชว์เคสรูปแบบนี้ขึ้นมาจะช่วยให้กลุ่มผู้ประกอบการงานฝีมือไทยได้เจอกับคู่ค้าที่ใช่และเหมาะสมกับกลุ่มสินค้าของพวกเขาโดยตรง เช่น ตลาด Niche ที่เน้นสินค้าที่มีคุณภาพในกระบวนการผลิต มากกว่าแค่การผลิตจำนวนมาก ๆ กลุ่มนี้ก็จะเข้าใจว่า ผลิตภัณฑ์งานทำมือจากไทย ไม่สามารถผลิตได้ปริมาณมหาศาลต่อครั้ง เนื่องจากเราพิถีพิถันในมาตรฐานการผลิตมาก ดังนั้นเมื่อเขาได้เจอพาร์ทเนอร์ที่มีจุดร่วมหรือเป้าหมายเดียวกัน การทำธุรกิจร่วมกันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย
“รวมถึงกลุ่มคู่ค้าภายในศูนย์การค้าที่อาจจะกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอยู่พอดี หรือแม้แต่การที่เหล่าดีไซน์เนอร์ได้มีพื้นที่ในการพบปะ หรือทำความรู้จักกันเองภายในงาน เมื่อพวกเขาได้รู้จักกันแล้ว ตรงนี้เองก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้พวกเขาเปิดโอกาสการ Collaborated ทำงานร่วมกัน จนนำไปสู่สินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ขณะที่ผู้บริโภค หรือลูกค้าเองก็จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการเปิดรับเทรนด์ใหม่ ๆ ของงานดีไซน์จากฝีมือของเหล่านักออกแบบ กลุ่มธุรกิจท้องถิ่นของไทย ไปจนถึงการเพลิดเพลินกับการได้เลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ และงานออกแบบที่พวกเขาที่ชื่นชอบได้ด้วยตัวเอง”
งาน FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ประกอบไปด้วย 1. โซนแนะนำโครงการ DITP เพื่อเผยถึงบทบาทของกรมฯ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการและดีไซน์เนอร์ไทย 2. โซนนิทรรศการ ที่จัดแสดงผลงานจากโครงการ DEmark และเหล่านักออกแบบจากโครงการ Talent Thai และ Designers’ Room & Creative Studio และ 3. Exclusive Pop-up shops ที่นำสินค้าไลฟ์สไตล์ ผลงานของเหล่านักออกแบบมาให้เลือกซื้อกันโดยเฉพาะ
ขณะที่ในเชิงหมวดหมู่สินค้าที่นำมาจัดจำหน่ายและจัดแสดงนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
1. Craft Root: ผลิตภัณฑ์ที่หยิบยกเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น วัตถุดิบพื้นถิ่น และงานหัตถกรรมมาต่อยอดยกระดับสร้างคุณค่าใหม่ในเชิงความคิดสร้างสรรค์
2. Modern Flow: ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ผสานดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่
3. New Vibe: สินค้าและบริการที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และแนวทางการใช้ชีวิตแบบใหม่
โดยที่คุณจะได้พบกับผลงานของดีไซน์เนอร์และแบรนด์ชื่อดังของไทยจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น MARIONSIAM, PDM BRAND, RUBBER KILLER, PHANNAPAST, AMO ARTE, MR. BIG และ GADHOUSE เป็นต้น
งาน FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge นี้จึงนับเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ไม่เพียงแต่เฉพาะคู่ทางธุรกิจ เพราะคนที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์ไทยก็จะได้เดินทางไปพบเจอกับดีไซน์เนอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ สนับสนุนพวกเขาผ่านการอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ไปค้นหาแรงบันดาลใข สำรวจเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงของงานออกแบบไทยด้วยตัวเอง
แล้วพบกันที่งาน FORWARD: Evolving the Thai Creative Edge ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2568 นี้ที่บริเวณชั้น G The Storeys Square โครงการ One Bangkok






