ท่ามกลางกระแส Digital Disruption และการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจในยุคปัจจุบันที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ จากโมเดลค้าปลีกดั้งเดิมสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดค้าปลีกไทยต้องเผชิญแรงกระแทกจากหลายทิศทางของการเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งการแข่งขันของ e-Commerce ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด, การเข้ามาของ แพลตฟอร์มข้ามชาติ, รวมถึง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงต้องการสินค้าและราคา แต่ยังมองหา “ประสบการณ์” ที่ตรงใจและเชื่อมโยงกันในทุกมิติ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ต่างเร่งเข้าสู่ยุค Data-Driven, Omni-Channel และ Hyper-Personalization พร้อมขยาย Ecosystem เพื่อสร้าง Customer Lifetime Value ที่ยั่งยืน
ล่าสุด “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลักรีเทลเมืองไทย ได้ทรานฟอร์มอีกหนึ่งบริการยุคใหม่ด้วยการการเปิดตัว “M Agent” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะในรูปแบบ Avatar บนหน้าจอสัมผัสภายในศูนย์การค้า ซึ่งไม่เพียงช่วยตอบคำถามทั่วไป แต่ยังกลายเป็นหัวใจใหม่ของประสบการณ์ช้อปปิ้งในยุค AI-Driven แบบ Smart Retail
เปิดตัว “M Agent” AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ เปลี่ยน “ศูนย์การค้า” ให้เป็นประสบการณ์ที่มีชีวิต
คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว M Agent ถือเป็นหนึ่งในในการพัฒนาบริการเชิงรุกของเดอะมอลล์ ในการยกระดับ “ประสบการณ์” การช้อปปิ้งของลูกค้ายุคใหม่ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การบริการ หากแต่คือการมอบความสะดวกสบาย รวดเร็ว เข้ามาเปิดมุมมองที่แตกต่างและสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อสร้างการจดจำ โดดเด่น และเป็นที่ชื่นชอบ

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์
M Agent จึงถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ Customer Service อัจฉริยะ ที่เข้าใจได้ถึง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) พร้อมตอบคำถามเรื่องโปรโมชั่น กิจกรรมในห้าง รายละเอียดร้านค้า และสิทธิประโยชน์ของบัตรสมาชิก M Card ครอบคลุมถึง 17 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นคือการนำเสนอผ่าน Avatar Interactive บนหน้าจอ Touchscreen ที่ลูกค้าสามารถพูดคุย หรือแตะหน้าจอเพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เสริมประสบการณ์แบบ Seamless และ Personal
นอกเหนือจากการตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับโปรโมชั่น ร้านค้า และสิทธิประโยชน์ M Agent ยังสามารถปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ตามเทศกาล เช่น แคมเปญ “อร่อยทั่วไทย” เพื่อสร้าง Engagement และเพิ่มการจดจำแบรนด์ในแบบที่สามารถตอบคำถามได้อย่างตรงจุด และนี่คือการเปลี่ยน “การเดินห้าง” จากกิจกรรมทั่วไป ไปสู่ประสบการณ์แบบ Personal & Interactive ที่สร้างความต่างอย่างชัดเจน
สำหรับวิธีใช้งาน M Agent เพียงเลือกภาษาที่ต้องการ (ไทย อังกฤษ และจีน) จากนั้นสัมผัสหรือกดที่หน้าจอเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น
- อร่อยทั่วไทย – รับข้อมูลงานอร่อยทั่วไทย อาหารเด็ดประจำภาคทั้ง 4 ร้านอาหารชื่อดัง กิจกรรมภายในงาน และโปรโมชันสิทธิพิเศษ
- M CARD – ข้อมูลสิทธิพิเศษของบัตรสมาชิก M Card และช่องทางสมัครสมาชิก
- Global Privileges – ข้อมูลสิทธิพิเศษสมาชิก M Card ในต่างประเทศ
- Promotion – โปรโมชันพิเศษภายในห้างในเครือเดอะมอลล์
- Directory – ข้อมูลร้านค้าและไดเรคทอรี่
พร้อมสอบถามโดยตรง โดยลูกค้าสามารถสอบถามหรือพูดกับ M Agent ได้โดยตรง ซึ่งคำถามตัวอย่างที่แนะนำให้ทดลอง: ในงานอร่อยทั่วไทยมีอะไรบ้าง ,ในอีเว้นท์มีอะไรบ้าง ,มีโปรโมชันอะไรในงานอร่อยทั่วไทย ,อาหารภาคกลางมีอะไรบ้าง,อาหารภาคเหนือมีอะไรบ้าง,อาหารภาคใต้มีอะไรบ้าง อาหารภาคอีสานมีอะไรบ้าง และงานอร่อยทั่วไทยจัดวันที่เท่าไหร่ จากนั้นลูกค้าจะได้รับ Feedback และยังสามารถให้ความคิดเห็นกับ M Agent โดยการกดที่ Emoji รูปภาพเพื่อแสดงระดับความพึงพอใจในคำตอบที่ได้รับ
ยกระดับ CRM ด้วย AI และ Data Intelligence
เบื้องหลังของ M Agent ไม่ได้เป็นเพียง Interface ที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็น Data Collection Hub ที่สามารถประมวลผลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงกับระบบสมาชิก “M Card” ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ตอบสนองแบบ Personalized ได้แม่นยำขึ้น โดยมีโมเดล “One Card, Global Privilege” ที่เดอะมอลล์ผลักดันผ่าน M Card สะท้อนความพยายามขยาย Loyalty Ecosystem ไปในระดับสากล โดยเชื่อมโยงสิทธิพิเศษกับพันธมิตรในยุโรปและเอเชีย ทั้ง Harrods, K11, The MixC รวมถึงกลุ่มโรงแรมหรูในกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยก้าวข้ามพรมแดนการค้าปลีกแบบเดิม
M Agent จึงไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ในห้างฯ แต่เป็นภาพสะท้อนของการวางรากฐานสู่ Smart Retail ที่แท้จริง โดยเดอะมอลล์ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ชัดเจนผ่าน 3 แกนหลัก “Loyalty Without Limits” ในการพัฒนาสู่ค้าปลีกยุคใหม่ ได้แก่
- Globalization จับมือพันธมิตรระดับโลก เช่น Harrods (อังกฤษ), K11 (ฮ่องกง), The MixC (จีน) และโรงแรมหรูในกว่า 10 ประเทศ มอบสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียม อาทิ Lounge, Welcome Gift, Personal Shopping, Afternoon Tea, Room Upgrade และกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
- Digitization พัฒนา M Card ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะด้วย AI และ Data Intelligence ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคล ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใดในโลก สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงได้อย่าง ไร้พรมแดน (Borderless) ซึ่งช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- Data Insight ใช้พลังข้อมูลเชิงลึกออกแบบแคมเปญที่ตรงใจในแต่ละประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะช่วงเวลา หรือสถานที่ แต่เชื่อมต่อได้แบบ Omni-Channel ครบทุกจุดสัมผัส
แผนงานทั้งหมดไม่ได้มองแค่การ “อยู่รอด” จากการแข่งขันระหว่างออฟไลน์และออนไลน์เท่านั้น แต่กำหนดแผนงานในการรองรับก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยในยุค AI-Enhanced Retail “เทคโนโลยี” ไม่ใช่แค่เครื่องมืออีกต่อไป หากแต่คือหัวใจใหม่ของธุรกิจค้าปลีก ที่จะสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิที่ผู้บริโภคฉลาดขึ้น และมีความคาดหวังสูงขึ้นมากขึ่นเรื่อยๆ







