ความร่วมมือระหว่าง KFC และ We Are Social ในโครงการ “KFC Bucket Search x WAVS 3” โดยใช้แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สสุดล้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดโอกาสทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีใจรักในเสียงเพลง ได้เข้าถึงการเรียนรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในวงการดนตรีอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลหรือมีข้อจำกัดด้านการเงินเพียงใดผ่านแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของ KFC และ We Are Social ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ให้ความสำคัญกับการปลดล็อกศักยภาพของเยาวชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว
เปลี่ยนเมตาเวิร์สให้เป็นเวทีชีวิต สร้างนักดนตรีเยาวชนจากทุกมุมของประเทศ
คุณแพท ภัทรพงศ์ นิติการ กรรมการผู้จัดการ We Are Social Thailand อธิบายถึงรายละเอียดโครงการ WAVS 3 ว่า “WAVS รุ่นที่ 3 เป็นปีที่สามของโปรเจกต์นี้ที่เริ่มต้นเมื่อสองปีที่แล้วโดย Warner Music Thailand ด้วยความเชื่อว่าโลกโซเชียลมีเดียในวันนี้ได้พัฒนากลายเป็น Subculture ที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อความหลงใหลร่วมกัน โดยเฉพาะ ‘ดนตรี’ และเมื่อได้พูดคุยกับเยาวชนรุ่นใหม่ จึงก่อตั้งโครงการนี้เพื่อสนับสนุนพวกเขาให้ไล่ล่าความฝันในวงการดนตรีได้สำเร็จ สำหรับ ในประเทศไทยที่เน้นหนักในสาย STEM ทำให้เสียงเยาวชนจากสายศิลป์และดนตรีมักเงียบหาย เราจึงเปิดออดิชันรับสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโปรแกรม
ซึ่งประกอบด้วยเวิร์กช็อป 10 หัวข้อ เพื่อสอนตั้งแต่การเป็นนักร้องสู่การเซ็นสัญญาผลงานเพลง ที่ผ่านมาเราเจอปัญหาเด็กออกจากโครงการกลางคัน เพราะต้องเดินทางจากต่างจังหวัด บางคนใช้เวลา 8 ชั่วโมงทุกวันศุกร์เพื่อมาเข้าร่วมกิจกรรม หลายคนต้องอยู่ค้างในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นภาระทั้งเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย”
“หัวใจของความร่วมมือนี้คือการที่ KFC นำโครงการ “KFC Bucket Search ซึ่งมุ่งพลิกโอกาสให้เยาวชนนอกระบบการศึกษา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ WAVS 3 เพื่อเรียนรู้ สร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะด้านดนตรีในยุคดิจิทัล สานฝันสู่เส้นทางอาชีพศิลปิน เปิดทางให้พวกเขากลับคืนสู่สังคมอย่างสง่างาม ผ่านเสียงเพลงและการเรียนรู้รูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส โดยเราออกแบบมาเพื่อช่วยทลายข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เพิ่มการเข้าถึงได้อย่างแท้จริง เมตาเวิร์สช่วยลดอุปสรรคด้านอุปกรณ์ เพราะสามารถเข้าร่วมได้แม้ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีชุด VR ราคาแพง เปิดโอกาสให้เยาวชนในต่างจังหวัดแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหน ก็สามารถเข้าร่วมได้
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์, ช่วยลดภาระด้านการเดินทาง ทั้งในแง่เวลาและค่าใช้จ่าย เช่น บางคนเคยต้องเดินทาง 8 ชั่วโมงทุกสัปดาห์เพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อป แต่วันนี้สามารถเรียนรู้ได้จากบ้าน ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนที่อยู่นอกระบบ เช่น ผู้ที่อยู่ในสถานพินิจหรือสถานกักกัน ซึ่งไม่สามารถเดินทางมาเข้าร่วมได้ เมตาเวิร์สจึงกลายเป็น “ออฟฟิศเสมือน” ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วม ผ่านอวตารที่ออกแบบได้เองใช้งานง่าย สนุก และคล้ายกับประสบการณ์ Google Meet หรือเกม The Sims พร้อม รับคำแนะนำจากโค้ช ระดมสมองแต่งเพลง แชร์ Demo หรือผลงานเพลงร่วมกับเพื่อน ๆ บนแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับ Spotify ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ดนตรีเข้าถึงได้ง่ายและสนุกกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเมตาเวิร์สในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยีเพ้อฝัน แต่คือพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างโอกาส และพื้นที่ที่ทำให้ความฝันของเยาวชนกลุ่มเสี่ยง กลายเป็นจริงได้ อย่างเท่าเทียม”
ไม่ใช่แค่ CSR แต่คือการลงทุนในชีวิตคน KFC ใช้ดนตรีเปลี่ยนอนาคตเยาวชน
คุณซูเฮล ลิมบาดะ Market Lead & Chief Marketing Officer, KFC ประเทศไทย กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมโครงการ WAVS 3 ว่า “โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพของเยาวชนที่หลุดนอกระบบ เราชื่อมั่นในพลังของ “ดนตรี” ไม่ใช่ในฐานะเพียงศิลปะเพื่อความบันเทิง แต่ในฐานะเครื่องมือฟื้นฟูจิตใจ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในชีวิต KFC เลือกขับเคลื่อนโครงการนี้ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองหา ‘ค่านิยมร่วม’ ว่าด้วยการจุดประกายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในแต่ละคน และพร้อมโอบกอดทุกความฝัน การผนึกกำลังกับ We Are Social ในบทบาทผู้พัฒนาและนำเทคโนโลยีเมตาเวิร์สมาปรับใช้อย่างเหมาะสม และ Warner Music Thailand ในฐานะเครือข่ายและโค้ชด้านดนตรี จึงเป็นการรวมพลังอย่างลงตัวที่พา KFC Bucket Search ก้าวไปอีกขั้นในมิติที่ลุ่มลึกมากขึ้น”
คุณแจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager, KFC ประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญและจุดมุ่งหมายของ KFC Bucket Search ว่า “ความร่วมมือในคร้ังนี้เป็นการตอกย้ำว่าโครงการ KFC Bucket Search ที่ KFC ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2566 ในรูปแบบของโรงเรียนนอกกรอบนั้น ได้มอบโอกาสที่สองให้กับเด็กที่จำเป็นต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะความขัดสนรวมถึงเด็กที่เคยผิดพลาด โดยปีแรกเราเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ลองทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่จับต้องได้ เช่น การปลูกฟาร์มเห็ดหรือขายก๋วยเตี๋ยว เพื่อฝึกฝนทักษะชีวิตและเรียนรู้การสร้างรายได้ด้วยตนเอง ปีนี้ เรายกระดับโครงการขึ้นอีกขั้น ด้วยการใช้ดนตรีเป็นหัวใจของการเรียนรู้ เพราะเราเชื่อว่าเสียงเพลงไม่เพียงปลุกพลังในตัวคน แต่ยังสามารถเปิดประตูสู่อนาคตที่ดีกว่าตลอดระยะเวลา 5–6 เดือนที่ผ่านมา มีวงดนตรีเยาวชน 4 วง เข้าร่วมโครงการ หนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจ คือ เด็กคนหนึ่งนำผลงานที่สร้างสรรค์ในโครงการนี้ไปใช้เป็นพอร์ตฟอลิโอจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ขณะที่อีกคน ซึ่งเติบโตในศูนย์เยาวชน ก็เริ่มมีรายได้จากการแต่งเพลงและเผยแพร่ผลงานของตัวเองผ่าน YouTube และ TikTok”
“เรามองไกลกว่าแค่การสอนร้องเพลง เพราะสิ่งที่เรามอบให้คือประสบการณ์การเรียนรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่เรื่องลิขสิทธิ์ ความมั่นใจ การตลาดดนตรี ไปจนถึงการพัฒนาอาชีพเบื้องหลังในวงการเพลงอย่างจริงจัง ตลอด 10 เดือนของการเรียนรู้เข้มข้น เสมือนอยู่ในโรงเรียนดนตรีเต็มรูปแบบ นี่คือการลงทุนในชีวิตคน ที่ไม่ได้วัดแค่ผลลัพธ์ระยะสั้น แต่หวังเห็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ที่เยาวชนเหล่านี้จะสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ด้วยเสียงของตัวเอง”
“นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐด้วยเช่นกัน และขยายโครงการนี้ไปไกลกว่าเรื่องของดนตรี เช่น เรามีหลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ หรือ ห้องเรียนนอกกรอบเคเอฟซีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมาทำงานกับเรา โดยสามารถสะสมชั่วโมงทำงานและแปลงเป็นหน่วยกิตเพื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลายได้ เพราะเรารู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องทักษะ ความชอบ และความฝัน เราจึงอยากสร้างพื้นที่ให้เด็กทุกแบบ ทุกกลุ่ม ได้เติบโตในแบบของตัวเอง”
KFC ไม่ใช่แค่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ด แต่คือมิตรแท้ของประเทศไทย
คุณซูเฮลยืนยันหนักแน่นว่า “ตลอดกว่า 40 ปีที่ KFC อยู่ในประเทศไทย เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดหรือ QSRระดับโลก แต่มิตรแท้ของคนไทย ในฐานะแบรนด์ที่อยู่ร่วมกับชุมชนมายาวนาน เราเชื่อว่าการสร้างคุณค่าต้องเริ่มจากการลงทุนในสังคม ไม่ใช่แค่ขายสินค้า ภายใต้แนวคิด Brand Purpose-Driven Marketing เราจึงเลือกทำงานกับกลุ่มเยาวชนที่ขาดโอกาสและมักถูกมองข้ามในระบบการศึกษา โดยเฉพาะในด้านดนตรี เพราะเราเชื่อว่า ‘เสียง’ สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ ภารกิจของเราไม่ใช่แค่ให้เวที แต่ให้เครื่องมือในการสร้างอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นศิลปิน นักแต่งเพลง หรือผู้เชี่ยวชาญเบื้องหลังวงการดนตรี ทักษะเหล่านี้จะติดตัวไปตราบนานเท่านาน นี่คือกลยุทธ์แบบ Shared Value ที่เราเชื่อว่าธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”
“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นมากกว่าการทำ CSR แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเยาวชนกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เป็นการช่วย “กระจายอำนาจทางดนตรี” สู่คนรุ่นใหม่ที่มักถูกมองข้ามในระบบการศึกษาทั่วไป ให้สามารถเดินตามความฝันได้อย่างแท้จริง สะท้อนถึงการลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นการสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ KFC ที่เชื่อในความเท่าเทียมและศักยภาพของคนทุกกลุ่ม เราตระหนักดีว่า สำหรับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแล้ว เส้นทางชีวิตไม่ได้ง่ายเลย ทั้งยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค หลายคนแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หลายคนไม่มีแม้แต่โอกาสหรือแรงสนับสนุนใด ๆ และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องการจะเป็นแบรนด์ที่เดินไปด้วยกันกับเขา
เป็นเพื่อนร่วมทางที่อยู่เคียงข้างพวกเขาในระยะยาว เราวางแผนไว้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้โครงการนี้สามารถเติบโตต่อไปได้ และเราก็มีเจตนาชัดเจนที่จะเชิญชวนแบรนด์อื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย ไม่ใช่เพื่อภาพลักษณ์ ไม่ใช่เพื่อพื้นที่ข่าว แต่เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คนที่เรากำลังทำงานเพื่อพวกเขาอยู่ ถ้าเราร่วมมือกัน เราสามารถทำได้มากกว่านี้อีกมาก และนี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของเราในระยะยาว”
We Are Social เชื่อมต่อแบรนด์กับความฝันของผู้คน
คุณแพทเน้นย้ำปิดท้ายอย่างน่าประทับใจว่า “เราทุกคนในฐานะพันธมิตร ต่างมีความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบที่ไม่ตายตัว สิ่งเหล่านี้แหละ ทำให้โครงการนี้โดดเด่น และเพียงแค่เราลงมือทำ ก็สร้าง real impact
โปรเจค KFC Bucket Search เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดี หากหลายๆ แบรนด์มาร่วมมือกัน เรายังสามารถขยายแนวคิดนี้ต่อไปได้อีกมาก เพราะดนตรีเป็นเพียงหนึ่งในหลายเส้นทางในการเจริญเติบโตของเยาวชนไทย ยังมีอีกหลายอาชีพ เช่น เกม การแสดง เทคโนโลยี หรือการสร้างสรรค์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่สามารถปลดล็อกศักยภาพของเยาวชนในสังคมเราได้เช่นกัน”
“ในฐานะพาร์ตเนอร์เทคโนโลยีสร้างสรรค์ เราเน้นการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อผู้คนและสังคม มากกว่าการไล่ตามเทรนด์เทคโนโลยีอย่างผิวเผิน เรามุ่งสร้างสายใยระหว่างแบรนด์กับความฝันของเยาวชน แทนที่จะเน้นแค่ยอดขายสินค้า เราจึงเป็นมากกว่าแค่ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ด้วยการช่วยรวบรวมแบรนด์ต่าง ๆ มาร่วมกันสร้างคอนเน็กชั่นที่ลึกซึ้งกับเยาวชน เราไม่เน้นแค่การขายสินค้า แต่เน้นสร้างอารมณ์ร่วมกับคนกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์จะประสบความสำเร็จเมื่อเข้าใจ passion ของผู้คนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ transaction แต่คือ connection ที่มีความหมาย ดังนั้นเราจึงอยากขอเชิญชวนทุกแบรนด์ ทุกองค์กร ทุกคน ที่สนใจมาร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตของเยาวชนไปด้วยกัน”
“We Are Social เราคือผู้นำในด้านโซเชียลมีเดียมาตลอดทศวรรษ แต่เราก็ไม่ได้อยากเป็นเพียงผู้ส่งสารที่คอยพูดกับผู้คนเท่านั้น เราต้องการมีส่วนร่วมกับชีวิตของผู้คนจริง ๆ ในฐานะบริษัท เราจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าแค่การสื่อสาร เราต้องเข้าใจความฝันของผู้คน เข้าใจว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร และมองหาวิธีที่จะเติมเต็มความหวังในใจพวกเขา เพราะเมื่อเราทำแบบนั้นได้ เราไม่ได้แค่ชนะในเชิงธุรกิจ แต่เราชนะในฐานะบริษัท ชนะในฐานะประเทศชาติ และชนะในฐานะเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมเดียวกัน”
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเจนว่า KFC Bucket Search x WAVS 3 คือภาพสะท้อนของการตลาดที่ไม่ได้มุ่ง “ขายของ” อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการ สร้างคุณค่า ผ่านการใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย สร้างโอกาสให้เยาวชนนอกระบบทั่วไทยได้แสดงศักยภาพทางดนตรีผ่านชุมชนเสมือนจริง ที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเข้าถึงได้ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเยาวชนให้ค้นพบตัวตนและความฝัน แต่ยังปูทางสู่การมีทักษะอาชีพอย่างยั่งยืน และจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
#KFCBucketSearch #KFCThailand
#WeAreSocialThailand #WAVS #WAVS3 #WAVScommunity










