HomeBig Featuredสรุป Creator Trends รูปแบบ “คลิปสั้น” ครองตลาด จับตา 5 หมวดคอนเทนต์มาแรง 

สรุป Creator Trends รูปแบบ “คลิปสั้น” ครองตลาด จับตา 5 หมวดคอนเทนต์มาแรง 

"ครีเอเตอร์" สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มสูงสุด 46.6%

แชร์ :

Influencer และ Creator ยังเป็นเครื่องมือการตลาดทรงพลัง เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโต ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาท ในงาน Creative Talk Conference 2025 หรือ CTC 2025 เจาะลึก Creator Trends 2026 “อินฟลูฯเฟ้อ ครีเอเตอร์เอาไงต่อ”  

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ ผู้บริหารบริษัท เดอะ ซีโร่ พับบลิชชิ่ง จำกัดและผู้จัดงาน iCreator Conference สรุปรายงานจาก iCreator Report ปี 2024

– แพลตฟอร์มที่มีสัดส่วนครีเอเตอร์มากที่สุด คือ  Facebook สัดส่วน 31% ตามด้วย TikTok 27% , Instagram 25%  และ YouTube 17%

– จำนวนครีเอเตอร์จากแพลตฟอร์ม TikTok ใกล้เคียง Facebook ทุกแพลตฟอร์มมีจำนวนครีเอเตอร์สัดส่วนใกล้เคียงกัน เห็นได้ว่าไม่มีแพลตฟอร์มไหน winner take all

–  สรุป 10 หมวดครีเอเตอร์ยอดนิยม 1.ไลฟ์สไตล์ 19% 2.บิวตี้ & แฟชั่น 17% 3.ท่องเที่ยว 8%  4. บันเทิง 8% 5. เกม 7% 6. อาหาร เครื่องดื่มและคาเฟ่ 7% 7. ข่าว 4%  8. ครอบครัวและเด็ก 3% 9. Art & Literature 2%  10. สัตว์เลี้ยง 2%  โดยหมวดที่มาแรงคือสัตว์เลี้ยง จากสังคมสูงวัย คนโสด ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน

– หมวดคอนเทนต์ที่มียอดวิวสูงสุด 1. ไลฟ์สไตล์  2. บันเทิง 3. ครอบครัวและเด็ก 4. อาหาร เครื่องดื่มและคาเฟ่ 5. บิวตี้ & แฟชั่น 6. เกม 7. ท่องเที่ยว 8. ข่าว

– สำรวจ 30 หมวดครีเอเตอร์ พบว่าแนวโน้มหมวดคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มต่างๆ  เช่น กลุ่มบิวตี้  TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ได้เอนเกจเมนต์แซงหน้า Instagram ส่วนกลุ่มบันเทิง YouTube  ยังเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง  กลุ่มไลฟ์สไตล์ ทุกแพลตฟอร์มได้รับความนิยมใกล้เคียงกัน  ขณะที่รถยนต์  Facebook และ YouTube ครองอันดับสูงสุด ดังนั้นการทำคอนเทนต์ต้องเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม

คลิปสั้นคอนเทนต์มาแรง

การทำคอนเทนต์ในยุคนี้มีหลายรูปแบบจากแพลตฟอร์มที่หลากหลาย จากการเก็บข้อมูลคอนเทนต์ในประเทศไทย สรุปรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมได้ดังนี้

– คลิปสั้น 82%

– วิดีโอยาว 26.3%

– บทความสั้น 35.7%

– บทความยาว 15%

– ภาพเดี่ยว 53.8%

– ภาพอัลบั้ม 47.2%

– ไลฟ์ 14.1%

– พอดแคสต์ 6.8%

เห็นได้ว่า “คลิปสั้น” กำลังครองตลาดและคนไทยนิยมดู การทำคลิปสั้น สามารถลงได้ทุกแพลฟอร์ม  ส่วนรูปแบบ “ไลฟ์” เพิ่มขึ้นสูง คนชอบดูเพราะได้พูดคุยโต้ตอบ และแพลตฟอร์มต่างๆ มีเครื่องมือให้ไลฟ์ได้ง่าย รวมทั้งสามารถสร้างรายได้ ทั้งการโดเนท ยอดวิว โดยไม่ต้องรอสปอนเซอร์

เทรนด์คอนเทนต์ AI กำลังได้รับความนิยม

– ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าการใช้ AI ในการทำคอนเทนต์และโฆษณา แต่แนวโน้มปีนี้มีการใช้ AI ทำคอนเทนต์มากขึ้น จากเครื่องมือที่สะดวก เช่น  AI รายงานข่าว ในมุมคนดูเริ่มยอมรับมากขึ้น เนื่องจากคอนเทนต์ดูสนุก

– เดือนมิถุนายน 2568 พบว่าช่อง YouTube ที่มียอด Subscribe มากที่สุดในโลก 30 ช่องแรก ในจำนวนนี้มี 2 ช่อง ที่คอนเทนต์ทำจาก AI 100%  สะท้อนแนวโน้มว่าคนดูยอมรับคอนเทนต์ AI มากขึ้น

– ปัจจุบันถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่คนเริ่มยอมรับคอนเทนต์ AI มากขึ้น บรรดาครีเอเตอร์เองเริ่มนำ AI เข้ามาช่วยทำคอนเทนต์

วิธีสร้างรายได้ครีเอเตอร์

ข้อมูลจาก iCreator Report สรุปวิธีการหารายได้ของครีเอเตอร์ดังนี้

1. รายได้จากแพลตฟอร์ม 46.6%

2. คอนเทนต์สปอนเซอร์และแบรนด์ 37.8%

3. คอนเทนต์ปักตระกร้าขายสินค้า 25.6%

4. ไม่ได้รับรายได้จากการทำคอนเทนต์ 22.9%

5. วิทยากร 10.7%

6. การโดเนทและของขวัญ 7.1%

7. การออกสินค้า 5.6%

8. ค่าลิขสิทธิ์ 4.9%

9. การจัดกิจกรรม 3.8%

10. การสมัครสมาชิก 3.4% 

ครีเอเตอร์หรือบล็อกเกอร์ยุคแรก 95% รายได้มาจากแบรนด์จ้างทำคอนเทนต์ แต่ปัจจุบันน้อยมากที่จะรับรายได้จากแบรนด์ 100% เพราะมีหลายช่องทางสร้างรายได้ ไม่ว่าจะขายสินค้าเมอร์เชนไดส์ อีเวนต์ รายได้จากแพลตฟอร์ม การทำคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟจ่ายเงินค่าสมาชิกรับชม ซึ่งผู้ชมพร้อมสนับสนุน เพราะรายได้จากฝั่งแบรนด์มีแนวโน้มลดลง ครีเอเตอร์จึงต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้ ซึ่งการสร้างคอมมูนิตี้อาจไม่พอ ต้องหารายได้จากหลายช่องทาง

ปัจจุบันคนเลือกซื้อสินค้าจากครีเอเตอร์จำนวนมาก มีงานวิจัยระบุว่า “ครีเอเตอร์” ที่ทำคอนเทนต์เก่ง และหันมาทำแบรนด์สินค้าเอง เช่น สกินแคร์ น้ำดื่ม จะได้เปรียบคนที่ทำสินค้า (แบรนด์) แล้วมาทำงานคอนเทนต์ (ครีเอเตอร์)เอง  

โดยเห็นแนวโน้ม “แบรนด์” ผันตัวเองมาเป็นครีเอเตอร์ ใช้งบประมาณที่จ้างครีเอเตอร์มาสร้างทีมทำคอนเทนต์เอง  ทั้งทำคอนเทนต์ ไลฟ์ขายของ  เพราะเห็นโอกาสอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ยังเติบโตได้อีก

ในยุคที่มีครีเอเตอร์จำนวนมาก การอยู่รอดในเส้นทางนี้ ต้องสร้างตัวตนให้ชัดเจน เจาะช่องว่างกลุ่มนิชมาร์เก็ต ใช้ AI ช่วยทำงาน เชื่อว่าตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ยังไปได้ต่อ

จับตา 5 หมวดคอนเทนต์มาแรง 

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore อินฟลูเอนเซอร์ แพลตฟอร์ม กล่าวว่าในยุคที่  “อินฟลูเอนเซอร์” มีจำนวนมาก วันนี้หมวดคอนเทนต์แบบเดิมๆ ไม่เพียงพอกับความสนใจของผู้บริโภคที่แยกย่อยในหลากหลายประเภทคอนเทนต์ ข้อมูลอินไซต์ประเภทคอนเทนต์ใหม่ ที่ได้รับความสนใจใน 5 หมวดมาแรงดังนี้

1. Scam Alert  การเตือนภัยจากมิจฉาชีพรูปแบบต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น  ซึ่งมาจากความต้องการของผู้ชม ที่ระวังภัยจากมิจฉาชีพ ภัยไซเบอร์ พนันออนไลน์ จึงเห็นครีเอเตอร์ทั่วไปและนักข่าวทำคอนเทนต์ประเภทนี้มากขึ้น

2. Joy Feed คอนเทนต์เรื่องสนุก ตลก สัตว์เลี้ยงต่างๆ เพราะคนไทยเครียดจากหลากหลายปัญหา

3. In Search for Equality คอนเทนต์ประเภทสร้างความเท่าเทียม การเข้าถึง เช่น เรื่องการเรียนรู้ การศึกษา

4. In Search for Income คอนเทนต์แนะนำการหารายได้เสริม สะท้อนจาก 67% ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยมีรายได้เดือนชนเดือน อาชีพเดียวไม่พอ ต้องหารายได้เสริม

5. Entrepreneur Life คอนเทนต์ประเภทนำเสนอชีวิตผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ สะท้อนว่าคนมองหาความสำเร็จ

–  ปี 2025 ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลกมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ในไทยมูลค่าอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท เห็นได้ว่าคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ยังเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตได้เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ชะลอตัวจากเศรษฐกิจ   เพราะเมื่อสินค้าขายไม่ได้ก็ต้องพึ่งพาครีเอเตอร์ – อินฟลูเอนเซอร์ เป็นกระบอกเสียง

– เทรนด์คอนเทนต์ AI ที่มีให้เห็นมากขึ้น ข้อดีคือ ทำคอนเทนต์ได้ปริมาณมากและสะดวกจากเครื่องมือที่หลากหลาก แต่ยังมีสิ่งที่เป็นกังวลสำหรับการใช้ AI คือการกำกับดูแลด้านต่างๆ ทั้งจริยธรรม การตีความ การประเมินด้านวิชาชีพ ในฝั่งคอนเทนต์หากไม่มีการกำกับดูแลจะส่งผลเสียด้านกลโกงไซเบอร์ การนำเสนอข้อมูลเท็จ ที่เกิดในพื้นที่โซเชียล มีเดีย ซึ่งเป็นสนามเดียวกับ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ที่สุจริต อาจจะทำงานหารายได้ยากขึ้น เพราะแบรนด์ไม่มั่นใจ

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like