HomeBrand Move !!“ร้านหนังสือ” ไม่ตาย ผ่ากลยุทธ์ “ซีเอ็ด” ปรับตัวอย่างไรให้รอด และปีนี้ยังขอตั้งเป้ารายได้โต 3-5%

“ร้านหนังสือ” ไม่ตาย ผ่ากลยุทธ์ “ซีเอ็ด” ปรับตัวอย่างไรให้รอด และปีนี้ยังขอตั้งเป้ารายได้โต 3-5%

แชร์ :

ปีนี้ “ซีเอ็ด” (SE-ED) มีอายุครบ 50 ปี มีร้านหนังสือ 190 แห่ง ในแง่จำนวนสาขาอาจไม่ว้าวว เมื่อเทียบกับยุคก่อน แต่ความน่าสนใจคือ ปัจจุบันซีเอ็ดเป็นหนึ่งในเชนร้านหนังสือที่อยู่รอด และสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางธุรกิจร้านขายหนังสือที่อยู่ในช่วงลุ่มๆ ดอนๆ จึงน่าสนใจว่า ซีเอ็ดทำได้อย่างไร? ตามมาฟังเรื่องราวการปรับตัวจาก “คุณรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับส่องอนาคตของธุรกิจร้านหนังสือนับจากนี้

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ร้าน “ใหญ่” ไม่เหมือนเดิม แต่ “สมาร์ท” พอ

ช่วง 10 ปีมานี้ “ร้านขายหนังสือ” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถูกดิสรัปจากเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้พฤติกรรมการอ่านหนังสือของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาสู่อีบุ๊กกันมากขึ้น รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง ทำให้กำลังซื้อหนังสือหดหาย เนื่องจากหนังสือไม่ใช่ปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจร้านขายหนังสืออยู่ในเทรนด์ขาลงมาตลอด จนส่งผลให้ร้านขายหนังสืออิสระและร้านเชนสโตร์หลายแห่งทยอยปิดสาขามาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง Big Player ในตลาดอย่างซีเอ็ดก็ไม่รอด กระทบเต็มๆ เหมือนกัน

คุณรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

คุณรุ่งกาล บอกว่า ก่อนโควิดระบาด บริษัทมีร้านซีเอ็ดประมาณ 400 สาขา จากนั้นดาวน์สเกลลงประมาณ 10% ทุกปี โดยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ทำให้ปีที่ผ่านมามีร้านซีเอ็ดประมาณ 210 สาขา และปัจจุบันเหลือเพียง 190 สาขา ส่วนยอดขายในปีที่ผ่านมาก็ตกลงเล็กน้อย

“แม้เราจะดาวน์ไซส์ แต่เราก็แข็งแรงขึ้น ในทางกลับกันถ้าเราไม่ดาวน์สเกล เราคงไม่ผ่านวิกฤต และเติบโตมาถึงวันนี้” คุณรุ่งกาล บอกถึงการปรับตัว พร้อมกับเชื่อว่าแนวโน้มของธุรกิจร้านหนังสือนับจากนี้ยังไปได้ ไม่ “หายไป” จากตลาด

เพราะพฤติกรรมคนไทยยังอ่านหนังสืออยู่ เพียงแต่การอ่านหนังสือ Challenge ขึ้น มันไม่ใช่ยุคที่ทำอะไรออกมาแล้วจะขายได้ดีเหมือนเดิม นั่นเพราะการซื้อหนังสือของผู้บริโภคสักเล่มจะดู Reference มากขึ้น ทำให้หนังสือต้องดีพอ ทักษะผู้เขียนต้องดี ประกอบกับเทรนด์ของหนังสือแม้จะไม่ได้เปลี่ยนแบบข้ามคืน แต่ก็เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันเทรนด์ที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ คือ หนังสือกลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูนมังงะมาแรงมาก ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเติบโต 20% ทุกปี นั่นจึงทำให้ผู้ประกอบการต้อง “ปรับตัว” ค่อนข้างเยอะ

แค่ตำราเรียนยังไม่พอ! ปรับโมเดลร้าน เพิ่มหนังสือมังงะเสริมรายได้

สำหรับการปรับตัวของซีเอ็ดเริ่มมาประมาณ 5 ปีแล้ว คุณรุ่งกาล บอกว่า เริ่มจากการปรับโครงสร้างหนังสือในร้านใหม่ให้เข้ากับเทรนด์คนอ่านที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นหนังสือคู่มือและตำราเรียนเป็นหลัก ก็เริ่มนำหนังสือที่กลุ่มวัยรุ่นชอบและอยู่ในเทรนด์ของตลาดมาเสริมในร้านมากขึ้น เช่น การ์ตูนมังงะสายจีน สายญี่ปุ่น และวรรณกรรมต่างๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโต ทั้งยังสามารถแตกแขนงผลิตภัณฑ์ออกไปได้มาก จึงทำให้ซีเอ็ดยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันหนังสือกลุ่มนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัท 10-20% ทีเดียว ทั้งยังทำให้ภาพลักษณ์ของซีเอ็ดเปลี่ยนไป จากเดิมคนจะมองเป็นร้านหนังสือที่เน้นสาระ หรือร้านหนังสือเด็กเนิร์ด เพราะหนังสือส่วนใหญ่เป็นคู่มือสอบ ตำราเรียนต่างๆ กลายเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลให้ผู้คนมากขึ้น

“เราลองตลาดมาเยอะ เมื่อก่อนวรรณกรรมอาจเป็นเรื่องไกลตัวซีเอ็ด แต่ก็ค่อยๆ ปรับ เริ่มจากวรรณกรรมคลาสิก ต่อมาเป็นวรรณกรรมเอเชีย วันนี้เรามีทั้งวรรณกรรมสายตะวันตก วรรณกรรมรักโรแมนติกปกติ นิยายจีน เกาหลี ญี่ปุ่น โดยตอนนี้เทรนด์มาแรงจะเป็นวรรณกรรมสายดาร์ก แนวสืบสวน และมังงะ เพราะพฤติกรรมของเด็กสมัยนี้จะชอบอ่านอะไรที่สนุกและลึกขึ้น”

นอกจากนี้ยังขยายตลาดกลุ่มโรงเรียนเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดกลุ่มนี้อาจจะเล็กลง แต่ยังมีการเติบโตประมาณ 10% โดยเป็นการขายหนังสือตรงเข้าโรงเรียน ตั้งแต่ตำราเรียน ตำราการสอบวัดระดับ ทั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ และโรงเรียนอินเตอร์ ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของธุรกิจกลุ่มนี้ขยับมาอยู่ที่ 30-40% รวมทั้งปรับคอนเซ็ปท์ร้านใหม่ให้อยู่ในสเกลเหมาะสม จากร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ พื้นที่ 300 ตร.ม. มาสู่ร้านหนังสือ Pop-up Store ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม. ไปจนถึง 200 ตร.ม.

“เราไม่ได้เปิดร้านหนังสือใหญ่เหมือนเดิม แต่เราเปิดในสเกลที่สมาร์ทพอ ทุกอย่างเคลื่อนย้ายได้เร็ว ระยะเวลาการเช่าน้อยกว่า และที่สำคัญต้นทุนไม่สูง ต่ำกว่าร้านหนังสือขนาดใหญ่ 20-30% แถมคืนทุนได้เร็ว แต่ทั้งนี้ต้องตั้งในทำเลที่ดี และมีทราฟฟิคดีด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ ปัจจุบันซีเอ็ดร้านหนังสือ Pop-up Store อยู่ 2 แห่ง คือ แปซิฟิค พาร์ค และเดอะมอลล์ ท่าพระ โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10 แห่งในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มร้านหนังสือที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่อีก 10 สาขา ทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขารวม 210 สาขา”

ยังอยากโต แม้เจอ “เศรษฐกิจซึม”

ท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้ อีกหนึ่งการปรับตัวสำคัญคือ การปรับแพคหนังสือให้เล็กลง เพื่อให้นักอ่านจับต้องได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่ด้อยค่าหนังสือลงไปด้วย การปรับราคาหนังสือของซีเอ็ดจึงแบ่งเป็นหลายสเตป คุณรุ่งกาล บอกว่า สเตปแรก หนังสือที่วางขายมา 6 เดือน จะปรับราคาประมาณ 10% ส่วนหนังสือที่วางขาย 2 ปีขึ้นไป ราคาจะลดแรงขึ้นเพื่อระบายสินค้า

ถึงแม้ว่าซีเอ็ดจะมีการปรับตัวมาตลอด จนบริษัทอยู่รอดมาได้ในวันนี้ แต่คุณรุ่งกาลยังต้องการเห็นซีเอ็ด “เติบโต” ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้าเติบโตราว 3-5% จากปีที่แล้ว ซึ่งเขายอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะ Challenge สำคัญคือ เศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้กำลังซื้อหดหาย โดยกลุ่มที่กระทบหนักสุดคือ คนทำงาน และกลุ่มผู้ใหญ่ ทำให้ยอดขายของหนังสือบริหารการเงิน,  พัฒนาตัวเอง และวรรณกรรมที่ไม่ใช่วัยรุ่นอ่านซึมลง แต่เชื่อว่า “ตลาดวัยรุ่น” และ “ตลาดโรงเรียน” ที่มีความแข็งแกร่ง จะเป็นหัวหอกที่สร้างการเติบโตให้ซีเอ็ดได้ตามเป้าหมายแน่นอน

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like