
จากการที่ KANA Wellness Clinic ได้ศึกษาการวิจัยจากทั่วโลกเพื่อมาประยุกต์ใช้ในคลินิก จึงเชื่อมั่นว่าหากใช้กัญชาอย่างถูกวิธีจะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อคนไข้ โดยได้นำเสนอแนวทางในการรักษาสองแนวทางหลัก ได้แก่ 1.ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำในการใช้กัญชาอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพราะเราเชื่อว่าข้อมูลที่ถูกต้องนั้นสำคัญและมีความจำเป็นมากโดยเฉพาะกับผู้ใช้กัญชารายใหม่ 2.การตรวจวินิจฉัย และประเมินอาการหรือโรคต่าง ๆ ที่กัญชาใช้รักษาได้ เช่น อาการนอนไม่หลับ ภาวะเครียด วิตกกังวล ไมเกรน ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน ชัก เกร็ง และผลข้างเคียงจากการให้คีโมในการรักษามะเร็ง ซึ่งทั้งสองแนวทางรับผิดชอบโดยแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์โดยเฉพาะ พท.ป.ณัฐ ผุลละศิริ แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำ KANA Wellness Clinic ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า
“เราไม่ได้มองกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเดียว แต่มองทั้งผู้ใช้กัญชารายใหม่และผู้มีประสบการณ์การใช้กัญชามาก่อน แม้กลุ่มที่ใช้กัญชาอยู่แล้วจะพอทราบถึงสรรพคุณและผลข้างเคียงที่จะได้รับอยู่บ้างแล้ว แต่เราก็ต้องให้การดูแลรักษาที่มีความเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแนะนำปริมาณในการใช้ที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ป่วยแต่ละรายมากยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์การใช้กัญชามาก่อนก็ยิ่งต้องแจกแจงรายละเอียดของกัญชาแต่ละประเภทซึ่งออกฤทธิ์ต่างกัน รวมถึงให้คำแนะนำว่าปริมาณเริ่มต้นควรจะเป็นเท่าไหร่ ตลอดจนคอยติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องว่าจะต้องมีการปรับโดสหรือไม่ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ”
“แพทย์แผนไทยประจำคลินิกของเราทุกท่าน มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้กัญชาเป็นอย่างดี เราจึงสามารถให้ความรู้และแนะแนวทางในการใช้กัญชาให้กับผู้ป่วยได้ละเอียดและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสูบโดยผ่านการเผาไหม้ การสูบโดยผ่านไอน้ำ การสูบโดยใช้สารสกัด การใช้ยาน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น หรือยากัญชาในการรับประทาน ซึ่งทาง KANA Wellness Clinic จะเลือกวิธีที่มีความเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย”
นอกจากนี้ KANA Wellness Clinic มีความเชี่ยวชาญในการใช้สมุนไพรอยู่แล้ว จึงรังสรรค์ตำรับยาที่มีทั้งสมุนไพรและกัญชาที่ออกฤทธิ์เสริมกันได้อย่างลงตัว เช่น กัญชาและพริกไทยดำ ซึ่งพริกไทยดำจะช่วยให้กัญชาออกฤทธิ์แรงขึ้นหลายเท่า เป็นต้น
โดดเด่นทั้งคุณภาพวัตถุดิบ ยาและผลิตภัณฑ์ รวมถึงประสิทธิภาพในการรักษา
KANA Wellness Clinic มีความเชื่อมั่นในคุณภาพของยาและผลิตภัณฑ์กัญชาของตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะมีฟาร์มปลูกกัญชาระบบปิด 100% ที่จังหวัดน่าน จึงควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ โดยมีกำลังการผลิต 300-400 ต้นต่อการเพาะปลูกแต่ละครั้ง การันตีว่าผลผลิตที่ได้ไม่มีสารตกค้าง และไม่มีสารเจือปนโลหะหนักใด ๆ อีกทั้งยังนำเข้าวัสดุการปลูกกัญชาต่าง ๆ จากต่างประเทศ รวมถึงมีแล็ปที่ตรวจสอบคุณภาพในการปลูกและการเก็บเกี่ยว รวมถึงมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองอีกด้วย
“KANA Wellness Clinic เปิดให้บริการมานานกว่า 10 เดือน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และให้ความไว้วางใจแพทย์และคลินิกของเราเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไข้ที่นอนไม่หลับ ความเครียด วิตกกังวล กลุ่มแก้ปวดเรื้อรัง ปวดกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรม หรือมีปัญหาระบบประสาท ชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า”
สำหรับมุมมองการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พท.ป.ณัฐ ผุลละศิริ บอกว่าเกือบหนึ่งปีแล้วที่มีการปลดล็อกกัญชา แต่ภาพรวมยังขาดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในการใช้กัญชาทางแพทย์ที่ครบถ้วนและชัดเจน ทำให้ KANA Wellness Clinic มีความตั้งใจที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้หลายคนอาจไม่ทราบว่าน้ำมันกัญชาใช้อย่างไร บราวนี่กัญชาต้องรับประทานอย่างไร ระยะเวลาเท่าไหร่ถึงจะออกฤทธิ์ หรือผู้ป่วยแต่ละรายต้องการใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์อะไรกันแน่
ความหลากหลายของสายพันธุ์และผลิตภัณฑ์ คือ แต้มต่อ
Cannabinoid สารสำคัญที่อยู่ในกัญชา จะมีสารปลีกย่อย คือ THC ที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาททำให้เมาและมึนงงได้จึงจำเป็นต้องควบคุมการใช้งานอย่างระมัดระวัง โดย “ยาน้ำมันกัญชาสูตร THC” มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการนอนหลับยาก การตื่นกลางดึก ช่วยผ่อนคลาย กระตุ้นความอยากอาหาร รวมถึงการช่วยลดอาการเจ็บปวดต่าง ๆ เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ไมเกรน และสามารถช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบประคับคอง ช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยมะเร็งดีขึ้น เพราะทำให้นอนหลับได้ ฟื้นฟูร่างกายได้ รับประทานอาหารได้มากขึ้น มีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนสาร CBD ช่วยให้ผ่อนคลาย และอาการนอนหลับ ช่วยลดอาการพาร์กินสัน ชักเกร็ง และระบบประสาทส่วนปลายกระตุก

“เรามีน้ำมันกัญชาตำรับหมอเดชาสูตรที่มีความเข้มข้นของ THC ต่ำ สำหรับผู้ใช้รายใหม่ที่เริ่มต้นใช้กัญชา เหมาะสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น ขณะที่กัญชาที่บรรจุในรูปแบบของแคปซูลยา ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ เช่น คอ บ่า ไหล่ ภาวะเครียด วิตกกังวล ไมเกรน ส่วนช่อดอกกัญชาซึ่งมีหลากหลายมากถึง 9-12 สายพันธุ์ รวมถึงสายพันธุ์ไฮบริดที่เกิดจากการที่เราผสมสายพันธุ์ขึ้นมาเองก็มีจำหน่ายเช่นกัน” พท.ป.ณัฐ ผุลละศิริ ยกตัวอย่างยาและผลิตภัณฑ์ของ KANA Wellness Clinic
ปลอดภัย และ ดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หนึ่งในคำแนะนำที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ KANA Wellness จะบอกกับคนไข้ทุกคนอย่างชัดเจน คือ การเริ่มต้นใช้กัญชาต้องเริ่มต้นใช้โดสที่ต่ำที่สุดก่อน เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายซึ่งคนไข้แต่ละรายจะมีความแตกต่างกัน เพื่อควบคุมประสิทธิภาพและการรักษาให้แม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ทั้งหมดนี้แพทย์จะติดตามอย่างใกล้ชิด จนกว่าร่างกายจะปรับตัวได้ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์จากกัญชาอีกต่อไป
“อย่างกรณีของการนอนไม่หลับ บางกลุ่มอาจเกิดจากความเครียดสะสม ขณะที่บางกลุ่มอาจเกิดจาการเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอน ดังนั้นหากจะหวังพึ่งเพียงกัญชาอย่างเดียวจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนไข้ก็ต้องปรับพฤติกรรมตัวเองด้วย การรักษาจึงจะสัมฤทธิ์ผลหรือหายขาด จนไม่จำเป็นต้องใช้กัญชาอีกต่อไป ขณะเดียวกันสำหรับผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องใช้กัญชาอย่างต่อเนื่อง เช่น ในกรณีที่ผู้ป่วยพาร์กินสันหรือมีอาการชักเกร็ง ไม่มีทางที่จะรักษาให้หายขาดได้ แต่อาการต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันจะทุเลาเบาบางลง ทำให้คนไข้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น จากที่เคยมือสั่นกินข้าวเองไม่ได้ ก็กลับมากินเองได้ และช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้พอสมควร หรือใกล้เคียงกับตอนปกติ”


ในอนาคต KANA Wellness Clinic เตรียมวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาและการดูแลคนไข้ด้วยกัญชาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตั้งเป้าให้กัญชาเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาโรคที่ทุกคนมั่นใจและให้การยอมรับ
ผู้ที่สนใจเข้ารับคำปรึกษาที่ KANA Wellness Clinic สามารถติดต่อได้ที่:
Website: https://kanathailand.com/kanawellness/
Facebook: https://www.facebook.com/kanawellnessclinic
โทรนัดหมาย: 02-028-8300
ที่ตั้งของคลินิก: อาคารเลขที่ 7 อาคาร Summer Point ชั้น G ห้อง 105 – 107 ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ กรุงเทพฯ 10110




