HomeFinancialระเฑียร ศรีมงคล : ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลา KTC

ระเฑียร ศรีมงคล : ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลา KTC

ระเฑียร ศรีมงคล กับ ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลา KTC วางรากฐานใหม่-ดันกำไร "หมื่นล้าน"

แชร์ :

ต้องเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ซูเปอร์ฮีโร่” ในกลุ่มธุรกิจการเงิน ระเฑียร ศรีมงคล ที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เมื่อปี 2555  เข้ามาพลิกโฉมจากขาดทุน ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นและสร้าง New High มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันที่ฟันกำไรถึง 6,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ขณะเดียวกัน ระเฑียร ฟูมฟัก KTC มามากกว่า 10 ปี และเข้าปีที่ 11 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของบทบาทแม่ทัพใหญ่ หลังจากบอร์ดมีมติต่ออายุเกษียณมาถึง 2 รอบ .. ก่อนจะอำลา ระเฑียร ได้เตรียมวางรากฐานองค์กรครั้งใหญ่ และ แผนกลยุทธ์ปี 2566 สู่การวางรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง “A Transition to the New Foundation” พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเท่าทันความคาดหวังของลูกค้า Brand Buffet สรุปให้ฟังดังนี้

ทีมผู้บริหารระดับสูง KTC

 

ภารกิจสุดท้าย วางรากฐานใหม่ สู่กำไร  “หมื่นล้าน” ของ KTC

องคร์กรที่ดีหรือจะเติบโตไปได้ไกลนั้นปัจจัยสำคัญเลยต้องมี “พื้นฐาน” ที่แข็งแกร่ง  เพื่อให้สามารถแข่งขันในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งนำไปสู่การมีผลประกอบการที่ดี  ดังนั้น ระเฑียร ศรีมงคล จึงเริ่มวางรากฐานใหม่ให้กับ KTC ก่อนที่จะอำลาตำแหน่งในปีนี้

เร่ิมจากการจัดการโครงสร้างภายในองค์กรไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และ ดาต้า ให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ ทั้ง 3 ธุรกิจ ได้แก่ บัตรเครดิต  สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และ พี่เบิ้ม

ต่อมา คือ การบริหารและบูรณาการดาต้าที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์จำนวนหรือพฤติกรรมลูกค้า ตั้งแต่ตั้งแต่การวางแผน การจัดเก็บ การเข้าถึงข้อมูลไปจนถึงการทำลายข้อมูล เน้นความปลอดภัย ถูกต้องและโปร่งใส รวมไปถึงสามารถนำดาต้าไปใช้ในกิจกรรมทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้าย เพราะบุคลากรคือฟันเฟืองที่จะให้ไปถึงเป้าหมายขององค์กรได้ ดังนั้นจึงต้อง อัพสกิลส่งเสริมให้พนักงานเคทีซีได้พัฒนาทักษะสำคัญด้านต่างๆ ที่สร้างความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเป็นประโยชน์กับองค์กร รวมไปถึงเฟ้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการขยายและช่วยทำให้กำไรมากขึ้น

ระเฑียร ศรีมงคล

ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC

การวางรากฐานใหม่นี้จึงเป็นภารกิจสำคัญและภารกิจสุดท้ายของซีอีโอ ที่จะเป็นการส่งไม้ต่อให้กับซีอีโอคนใหม่ เพื่อสานต่อ KTC ให้ยืนหยัดในธุรกิจนี้ได้และประสบความสำเร็จอย่างในปัจจุบัน

สำหรับเป้าหมายกำไรหมื่นล้าน ระเฑียร มั่นใจว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป เพราะมี 3 ธุรกิจหลักที่มีอยู่ และรวมไปถึงซีอีโอคนใหม่ที่ สามารถหยิบเอานวัตกรรมหรือโปรเจ็กต์ที่มีอยู่ในศูนย์บ่มเพาะไปต่อยอดให้กำไรมากขึ้นก็ยิ่งดี

“ปี 2566 แม้ว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง  KTC ปรับตัวทุกสถานการณ์ ทุกรูปแบบ ไม่ใช่ว่าเรารู้จะเกิดอะไรข้างหน้า แต่เราเตรียมคนที่รู้ว่า ภายใต้สถานการณ์แบบนี้จะรับมืออย่างไร  เช่นเดียวกัน ปีหน้าเราก็ไม่รู้จะกำไรเท่าไหร่  แต่เราก็พยายามทำให้เกินเป้าหมาย 7 พันล้าน เพราะเราเตรียมลงทุนเยอะ ปรับปรุงระบบทุกอย่าง  หาคนใหม่และพัฒนาคน  การลงทุนนี้เพื่อก้าวต่อไปเป็นแพลตฟอร์มใหม่ๆ ได้” ระเฑียร กล่าว

“ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น  เป้าหมายกำไรเราไม่เปลี่ยน แต่แผนอาจจะเปลี่ยน เพราะสิ่งที่เราประกาศออกไป คือ ภายใต้สมมติฐานในปัจจุบัน  ถ้าพรุ่งนี้(เศรษฐกิจ/การเมือง) เปลี่ยน  เราก็เปลี่ยน”

 

KTC บัตรเครดิต เติมลูกค้าใหม่มัดใจลูกค้า

เพราะเป็นธุรกิจหลักและเป็นกระเป๋าใหญ่ของ KTC จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ปี 2566 จึงใช้กลยุทธ์การตลาดสำหรับบัตรเครดิต Less is MORE หรือการทำสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด อันดับแรก คือ

1) บริหารพอร์ตลูกค้าให้มีคุณภาพมากที่สุด ด้วยการสร้างสรรค์โปรแกรมการตลาดเพื่อให้ลูกค้าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และการนำระบบออโตเมชั่น (Automation) เข้ามาใช้ในกระบวนการของการบริหารความสัมพันธ์กับสมาชิกบัตร ที่ปัจจุบันมี 2.5 ล้านใบ (สมาชิกราว 2 ล้านคน) รวมไปถึงกระตุ้นการใช้จ่ายใน 3 หมวด คือ หมวดร้านอาหารและร้านอาหารในโรงแรม (Dining & Hotel Dining) หมวดช้อปปิ้งออนไลน์ และหมวดท่องเที่ยว

2) ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่รายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 50,000-200,000 บาทขึ้นไป ด้วยสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ที่ตรงใจ ตัวอย่างเช่น การจับมือครั้งแรกกับเครือ ZARA ในการให้ Cash Back 5%  พร้อมกับสามารถสมัครบัตรเครดิตได้ที่เคาน์เตอร์ร้านได้ทันที

3) ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในการจัดแคมเปญการตลาดและกิจกรรมการขยายฐานสมาชิกบัตรในต่างจังหวัด

4) บริหารจัดการการสื่อสารการตลาด (Marketing Communications)ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยเน้นการทำคอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์เคทีซีให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

“โดยในปี 2566 ตั้งเป้ามีสมาชิกสมัครบัตรใหม่ 180,000 ใบ และคาดว่าจะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 10%จากปี 2565 หรือประมาณ 264,000 ล้านบาท” ประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต เสริม

 

KTC PROUD – พี่เบิ้ม เร่งบุกออนไลน์ เจาะลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง

ขณะฝั่งธุรกิจสินเชื่อบัตรกดเงินสด KTC PROUD (เคทีซี พราว) คุณพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล  อธิบายว่า การแข่งขันค่อนข้างสูงจากคู่แข่งทั้ง Bank และ Non-bank  จึงโฟกัสเน้นที่ ออนไลน์มากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการเปิดช่องทางขอสินเชื่อออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านโมบายแอปฯ และช่องทางการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่านทางแอปฯ KTC Mobile ให้สะดวกขึ้น โดยเพิ่มบัญชีพร้อมเพย์ในการโอนเงิน นอกเหนือจากที่โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้ 15 แห่ง และเพิ่มช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการใช้สินเชื่อด้วยต้นทุนรับสมัครที่ต่ำแต่ได้ผลดี  ทั้งนี้คาดว่าตลอดทั้งปี 2566 พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อบุคคลจะเติบโต 7% และมีสมาชิกใหม่ 110,000 ราย

เนื่องจากยังเป็นน้องใหม่ของกลุ่ม กลยุทธ์ของ “เคทีซี พี่เบิ้ม” คุณเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อรถยนต์  อธิบายว่า ในปี 2566 จะยังเน้นขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ทั้งการให้วงเงินใหญ่สูงสุด 1 ล้านบาท และ พัฒนาระบบให้อนุมัติให้รวดเร็วขึ้น สามารถทำรายการผ่านแท็บเล็ตในการรับสมัครสินเชื่อให้กับลูกค้าและอนุมัติแบบครบวงจรภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมรับเงินทันที นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่มีข้อจำกัดด้านเอกสารและรายได้ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยธนาคารกรุงไทยกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ จะเป็นช่องทางหลักในการรับสมัคร ซึ่งเราได้ปรับรูปแบบบริการให้เจ้าหน้าที่ธนาคารฯ  โดยคาดว่าสิ้นปี 2566 จะมียอดอนุมัติสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เพิ่ม 9,100 ล้านบาท


แชร์ :

You may also like