เครือสหพัฒน์ “คิดก่อน ให้ก่อน” ประกาศชัด “โตคิว” ยังขยายการลงทุนในไทยร่วมลงทุนอีก 800 ล้านบาท เดินหน้าขยายการลงทุนในเขตศรีราชา [PR]

เครือสหพัฒน์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการลงทุนสร้างรากฐานความเจริญอย่างมั่นคงให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ศรีราชา-แหลมฉบัง ดึงต่างชาติร่วมลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผนึกกลุ่ม “โตคิว” ต่อยอดความสำเร็จ เชื่อมั่นศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต ชูวิสัยทัศน์ผู้นำที่มองไปข้างหน้า มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่ดีต้อง ‘คิดก่อน ให้ก่อน’ และช่วยสร้าง Springboard ให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น อีกทั้งช่วยพยุงกำลังซื้อ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทย เตรียมลงทุนเพิ่ม 800 ล้านบาท เปิดตัวโครงการ ‘HarmoniQ 2’ โครงการบ้านพักที่อยู่อาศัยในศรีราชา ร่วมกับโตคิว ต่อยอดโครงการแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ตอบรับดีมานด์ลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยโครงการทั้งหมดมูลค่ารวมกว่า 1,700 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านที่อยู่อาศัย สอบถามข้อมูลโครงการ โทร. 038-338-380

- Advertisement -

กลุ่มโตคิวเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในญี่ปุ่น มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 98 ปี ทั้งในธุรกิจห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม การก่อสร้างขนาดใหญ่ ระบบขนส่งมวลชนทั้งรถบัส และรถไฟ โดยหลักทรัพย์ของกลุ่มโตคิว (Tokyu Corporation) ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น มีมูลค่าตลาดประมาณ 230,000 ล้านบาท

นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวในปีนี้ ซึ่งนับเป็นวิบากกรรมทั่วโลก แต่เราเชื่อมั่นในโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ยังมีศักยภาพและความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เราคาดการณ์ว่าภาคอสังหาฯ ไทยจะรีบาวน์กลับมาอีกครั้ง ดังนั้น เครือสหพัฒน์ จึงเตรียมแผนขยายการลงทุน เดินหน้าโครงการต่างๆ ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว”

โดยขณะนี้ในฐานะที่เราเป็นผู้นำในการลงทุนในเขตศรีราชา-แหลมฉบัง เตรียมขยายโครงการที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น ครอบครัวนักธุรกิจที่ต้องมาพักอาศัยในประทเศไทย ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแรก ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เราขยายการลงทุนร่วมกับกลุ่มทุนใหญ่ของอสังหาฯ ญี่ปุ่นอย่าง ‘โตคิว’ โดยเรามุ่งมั่นสร้างเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ด้วยก้าวต่อไปของโปรเจ็ค ‘HarmoniQ 2’ ขยายการลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 800 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับชาวญี่ปุ่น บนพื้นที่กว่ารวมกว่า 50 ไร่ในอำเภอ ศรีราชาจังหวัด ชลบุรี โดยคาดว่าจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างได้ในเดือนเมษายน ปี 2564 และเริ่มเปิดดำเนินโครงการภายในปีเดียวกัน” นายวิชัยกล่าว

จากความสำเร็จในโครงการแรก ‘HarmoniQ 1’ ซึ่งได้รับรางวัลจาก Miki House ที่ได้รับรองว่าแบรนด์ ‘HarmoniQ’ เป็นสถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมต่อครอบครัวและเด็ก มีความปลอดภัย แข็งแรงตามมาตรฐานญี่ปุ่น โดยเลือกใช้การก่อสร้างจาก SCG HEIM นับเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นของโครงการที่มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ มีบรรยากาศน่าอยู่เหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะต่อคนญี่ปุ่นอย่างมาก จนทำให้มียอดจองพักล้นหลามบางช่วงถึงกับต้องมี Waiting List กันเลยทีเดียว

โครงการ ‘HarmoniQ 2’ เป็นบ้านสำหรับครอบครัวชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม สะดวกสบาย โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ต้องปรับสภาพแวดล้อมจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ศรีราชา

  • การออกแบบพื้นที่ใช้สอย: รวบรวมความรู้ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดย Tokyu Corporation ซึ่งมีความรู้ในด้านการวางผังเมืองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับครอบครัว ให้ความสำคัญกับการปรับตัวของผู้อยู่อาศัย
  • ครบครัน สะดวกสบาย ใส่ใจคุณภาพชีวิต: สำหรับโครงการนี้นอกเหนือจากการเพิ่มเติมบ้านพักอีกกว่า 140 หลัง โครงการยังมีการขยายส่วนต่อทั้งส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ อาทิ สนามเทนนิส, สนามบาสเก็ตบอล, พื้นที่ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ เป็นต้น รวมถึงขยาย Club House ที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมด้วยคาเฟ่, โรงยิม, ห้องสมุด, ห้องสำหรับเด็ก, ห้องเก็บเสียง, ห้องประชุม และสตูดิโอบัลเลต์
  • สภาพแวดล้อมใกล้เคียง: มีโรงเรียนสำหรับชาวญี่ปุ่นอยู่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโครงการ ด้วยความใส่ใจในการศึกษาและความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียน ตัวโครงการยังอยู่ติดกับโรงเรียนญี่ปุ่นศรีราชา และโรงเรียนอนุบาล Oisca ซึ่งอยู่ติดกับตัวโครงการจนเด็กๆ สามารถเดินไปโรงเรียนได้โดยไม่ต้องก้าวออกนอกเขตหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีสถานพยาบาล แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึง ใกล้เคียงCommunity Mall J-Park Nihonmura Sriracha และรักษาความปลอดภัยโดย Secom บริษัท Security อันดับหนึ่งจากญี่ปุ่นอีกด้วย

“ด้วยประสบการณ์การเป็นผู้นำด้านการลงทุนของเครือสหพัฒน์ พร้อมด้วยความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มโตคิว ที่ทำการพัฒนาที่ดิน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า 98 ปีในประเทศญี่ปุ่น เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความเติบโตในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในศรีราชาอย่างไม่หยุดยั้งและต่อเนื่องต่อไป” นายวิชัยกล่าวทิ้งท้าย

การขยายการลงทุนของโครงการอสังหาฯ ใน “ศรีราชา” เป็นการตอกย้ำศักยภาพของอำเภอนี้ในชลบุรีว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรม” ที่น่าจับตามองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เฉพาะที่ศรีราชาขณะนี้มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 10 แห่ง และจำนวนโรงงาน มีโรงงานทั้งสิ้นกว่า 1,300 แห่ง โดยญี่ปุ่นเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมายาวนานโดยเฉพาะในพื้นที่ศรีราชา ซึ่งในปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นพักอาศัยอยู่กว่า 10,000 คน และมีสมาคมธุรกิจญี่ปุ่นอยู่กว่า 20 แห่ง ดังนั้น EEC จึงเป็นทำเลศักยภาพอีกแห่งหนึ่งสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในไทย ที่จะสามารถตอบรับดีมานด์ชาวต่างชาติและชาวไทยได้