อเมซฟิต เปิดตัว “อเมซฟิต นีโอ” สมาร์ทวอชเอาใจสายเรโทรให้ติดตามชีวิตแบบแอ็คทีฟได้อย่างมีสไตล์ [PR]

อเมซฟิต (Amazfit) เผยโฉมสมาร์ทวอชรุ่นล่าสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wearable “อเมซฟิต นีโอ” (Amazfit Neo) ที่มาพร้อมกับดีไซน์เรโทร ฟังก์ชันการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา และแบตเตอรีที่อยู่ได้ยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาที่มีเอกลักษณ์และเข้ากับสไตล์เฉพาะตัว เป็นสมาร์ทวอชที่ช่วยติดตามและจัดการกิจกรรมให้ถึงเป้าหมาย และรู้ถึงข้อมูลสุขภาพของตนได้ทันที อเมซฟิต นีโอ พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2563 ที่ Shopee / Lazada / JD Central  ในราคาเพียง 1,190 บาท

Amazfit Neo ดีไซน์ เรโทร พร้อมฟังก์ชันทันสมัย

- Advertisement -

อเมซฟิต นีโอ มาพร้อมกับหน้าจอทรงสี่เหลี่ยมและมุมโค้งมนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมปุ่มกดสี่ปุ่ม
เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทวอชที่ทันสมัย ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและการทำกิจกรรม อเมซฟิต นีโอ พร้อมวางจำหน่าย โดยมี 3 สีให้เลือก ได้แก่ ดำ เขียว และแดง

อเมซฟิต นีโอ หนักเพียง 32 กรัม ตัวเรือนทำจากพลาสติกทนทาน สายรัดข้อมือโพลียูรีเทน (PUR) จอแสดงผล STN ความคมชัดสูง และหน้าจอใหญ่ 1.2” ที่แสดงข้อมูลเวลาและจำนวนก้าว หน้าจอประหยัดพลังงาน อ่านง่ายและชัดเจน แม้ในที่แสงจ้า

อเมซฟิต นีโอ สามารถซิงก์ข้อมูลได้หลากหลาย ทั้งข้อความ อีเมล และการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากแอพยอดนิยมในสมาร์ทโฟน และยังมีฟังก์ชันตามหาโทรศัพท์ find-my-phone มาให้ผู้ใช้สนุกกับชีวิตได้ง่ายชึ้นโดยมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายบนข้อมือ

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่สำคัญ

อเมซฟิต นีโอ มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและติดตามกิจกรรมการออกกำลังกาย พร้อมช่วยให้ทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายส่วนตัวตามที่หวังได้

อเมซฟิต นีโอ โดดเด่นด้วยเซนเซอร์ PPG BioTracker™[1] สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอดเวลา 24/7 รวมทั้งติดตามชีพจรขณะพัก (resting heart rate) ค่าในโซนต่าง ๆ และอินเทอร์วัล และเตือนเมื่อชีพจรเต้นเร็ว ให้ข้อมูลเรียลไทม์ที่จะช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถตรวจเช็คความฟิตของหัวใจได้ง่าย ๆ

ระบบประเมินภาวะสุขภาพส่วนบุคคล (PAI™ Health Assessment System) จะแปลงอัตราการเต้นของหัวใจเป็นคะแนนส่วนบุคคล ทำให้ผู้ใช้เข้าใจภาวะสุขภาพของตนเองได้อย่างรวดเร็ว PAI ย่อมาจาก Personal Activity Intelligence หรือข้อมูลกิจกรรมส่วนบุคคล และคะแนน PAI จะได้มาจากข้อมูลส่วนตัว กิจกรรมและอัตราการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่ คะแนนนี้จึงเป็นข้อมูลที่ปรับให้เข้ากับตัวผู้ใช้จริง ๆ โดยรายงานหลายฉบับ[2] ได้ชี้ให้เห็นว่าระบบประเมินภาวะสุขภาพนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการคำนวณว่าจะต้องทำกิจกรรมมากแค่ไหน ถึงจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หรือจะรักษาสภาพร่างกายให้ฟิตที่สุดได้อย่างไร ตัวชี้วัดระดับกิจกรรมได้เข้ามาพลิกโฉมวงการ โดยทำให้ไม่จำเป็นต้องบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูล เพียงสวมใส่อเมซฟิต นีโอ ก็ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บคะแนน PAI ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด หรือทำกิจกรรมประเภทใด

อเมซฟิต นีโอ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามการนอนและเข้าใจรูปแบบการนอนของตัวเองได้ดีขึ้น จะช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนได้ เมื่อซิงก์ข้อมูลเข้ากับแอพ Zepp สามารถแสดงข้อมูลระยะเวลาการนอนในช่วงหลับตื้นและหลับลึกได้ (light and deep sleep stages) รวมถึงช่วงหลับฝัน หรือ REM (Rapid Eye Movement) หรือแม้กระทั่งช่วงงีบตอนกลางวัน[3] ก็สามารถเก็บเป็นข้อมูลได้

นอกจากนั้น อเมซฟิต นีโอ ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ PPG  BioTracker ประสิทธิภาพสูงและอัลกอริทึมต่าง ๆ ยังสามารถติดตามกิจกรรมต่าง ๆ  ทั้งก้าวเดิน วิ่ง และจำนวนแคลอรี อเมซฟิต นีโอ รองรับ 3 โหมดออกกำลังกาย ได้แก่ วิ่ง เดิน และขี่จักรยาน ให้ผู้สวมใส่ดูข้อมูลเรียลไทม์ ระยะทาง และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะออกกำลังกายได้ สามารถเชื่อมต่อกับแอพเพื่อติดตามการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ กันน้ำ 5ATM สามารถใส่ว่ายน้ำได้

อายุแบตเตอรียาวนาน ใช้ชีวิตแอ็คทีฟและมีสไตล์ได้โดยไม่สะดุด

อเมซฟิต นีโอ มีอายุการใช้งานแบตเตอรีที่นานถึง 28 วัน[4] อีกทั้งยังมีสมรรถนะการจัดการพลังงานสูง ช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับชีวิตแอ็คทีฟได้โดยไม่ติดขัด อเมซฟิต นีโอ สามารถทำงานได้ต่อเนื่องสูงสุดสี่สัปดาห์สำหรับการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง โดยมีการใช้งานปกติในแต่ละวัน และทำงานได้สูงสุด 37 วัน[5] ในโหมดประหยัดพลังงาน

ราคาและการวางจำหน่าย

อเมซฟิต นีโอ พร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ในราคา 1,190 บาท

Amazfit Official Store > https://bit.ly/2SaxPQt

THMall > https://bit.ly/2GbQVDc

Techmate > https://bit.ly/33ZpAw6

[1] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์ ข้อมูลการวัดต่าง ๆ มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ควรใช้เพื่อการวินิจฉัยหรือติดตามอาการป่วย นอกจากนี้ ความแม่นยำของข้อมูลจะได้รับผลกระทบถ้าบริเวณตัวเซนเซอร์ไปสัมผัสกับผิวหนังที่มีการสัก เปลี่ยนสี หรือคล้ำลงมาก

[2] งานวิจัย HUNT Fitness Study: งานวิจัยนี้ จัดทำโดย Professor Ulrik Wisloff จากคณะแพทยศาสตร์ Norwegian University of Science and Technology ใช้เวลาการศึกษามากกว่า 35 ปี และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 230,000 ราย การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้ที่รักษาค่า PAITM ไว้ที่ระดับ 100 หรือมากกว่านั้น จะมีความเสี่ยงน้อยที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเบาหวานชนิดที่ 2 หากต้องการใช้ฟังก์ชันนี้ จะต้องเปิดใช้การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวัน

[3] การงีบน้อยกว่า 20 นาทีในเวลากลางวัน จะไม่ถูกบันทึกไว้

[4] อายุการใช้งานแบตเตอรีอาจแตกต่างไปตามการตั้งค่า สภาพการทำงาน และอีกหลายปัจจัย ดังนั้น ผลที่แท้จริงจึงอาจแตกต่างไปจากข้อมูลในห้องทดลอง เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชันติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ (ตรวจวัดทุก ๆ 30 นาที) เมื่อปิดใช้งานฟังก์ชัน “ยกขึ้นเพื่อปลุก” (Lift-to-wake) เปิดเสียงเตือน (buzzer) ได้รับเตือน 50 รายการและการปลุก 1 ครั้งทุกวัน การติดตามก้าวเดินและการนอน การออกกำลังหนึ่งกิจกรรม (วิ่ง 30 นาที) ทุกสัปดาห์

[5] โหมดประหยัดพลังงานพื้นฐาน: ตั้งเวลา ปิดการใช้งานบลูทูธ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ฟังก์ชัน “ยกขึ้นเพื่อปลุก” (Lift-to-wake) และปิดเสียงเตือน อายุการใช้งานของแบตเตอรีอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตั้งค่า สภาพการทำงาน และอีกหลายปัจจัย ดังนั้น ผลที่ได้จึงอาจแตกต่างไปจากข้อมูลในห้องทดลอง