เปิดตัว “Villa De Pranakorn” โรงแรมบูติคลักซ์ชัวรี่แห่งแรกในย่านสามยอด กรุงเทพฯ [PR]

“Villa De Pranakorn” (วิลล่า เดอ พระนคร) แบรนด์โรงแรมบูติคลักซ์ซัวรี่แห่งใหม่สัญชาติไทยแท้ ปักหมุดย่านสามยอด ทำเลแหล่งท่องเที่ยวเขตเมืองเก่าที่กำลังแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ เปิดตัวแล้ววันนี้ มั่นใจศักยภาพ “กรุงเทพฯ” ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวยังโต

นายแพทย์ก่อเกียรติ กิตติสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านสำราญราษฎร์ จำกัด เจ้าของโรงแรมวิลล่า เดอ พระนคร เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ใจกลางย่าน “สามยอด” เขตมรดกแห่งวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์บูติคระดับลักซ์ชัวรี่ โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเป็นครั้งแรก ด้วยเล็งเห็นศักยภาพของทำเลที่ตั้งของโรงแรมในย่านสามยอด ซึ่งเป็นทำเลท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่นของคนไทย-จีน รวมถึงอาหารขึ้นชื่อที่ตั้งอยู่รายล้อม จึงพัฒนาอาคารที่เป็นมรดกตกทอดมากว่า 100 ปีให้กลายเป็นโรงแรมหรู ด้วยเงินลงทุนค่ากว่า 200 ล้านบาท เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการระดับห้าดาว ซึ่งบริหารโดย “ยูนิคอร์น ฮอสพิทัลลิตี้” (Unicor Hospitality) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานโรงแรมบูติคแนวสมัยใหม่

โรงแรมวิลล่า เดอ พระนคร บูติคโฮเทลระดับห้าดาวแห่งแรกของย่านสามยอด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคารสไตล์วิคตอเรีย 5 ชั้นที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ตั้งตระหง่านอยู่ในริมถนนมหาไชย ถูกรีโนเวทให้กลายเป็นโรงแรมหรู ภายในตกแต่งสไตล์ไทยย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 6 ผสมอารยธรรมไทย-จีน ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีทจำนวน 47 ห้อง ขนาดเริ่มต้น 30 ตารางเมตร มีให้เลือกตั้งแต่แบบซูพีเรียร์ ไปจนถึงห้องพักระดับลักซ์ซัวรี่อย่าง “มหาไชย” และ “พระนครสวีท” เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานโรงแรมห้าดาว อาทิ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สปา สระว่ายน้ำและพูลบาร์ เพื่อหวังตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เน้น “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” และตอบโจทย์นักเดินทางที่ชอบความหรูหรา และต้องการสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าอย่างใกล้ชิด

จุดเด่นของโรงแรมยังรวมถึงนโยบายสนับสนุนไม่ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยร่วมมือกับ “ปัญญ์ปุริ”(Panpuri) ในการออกแบบแพ็คเกจเครื่องอำนวยความสะดวกภายในห้องที่ทำมาจากไม้ไผ่และกระดาษ และติดตั้งเครื่องให้บริการด้านน้ำดื่มในโรงแรม เพื่อให้ผู้เข้าพักดื่มน้ำจากแก้วโดยไม่ใช้ขวดพลาสติกตลอดการเข้าพัก

สำหรับย่านสามยอด นับเป็นย่านเมืองเก่าที่เป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก ผู้เข้าพักสามารถเดินทางมายังโรงแรมวิลล่า เดอ พระนคร ได้อย่างอย่างสะดวกสบาย เพียงไม่กี่นาทีจากรถไฟฟ้าสถานีสามยอด รายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงเทพฯ อาทิ สวนรมณีนาถ พระมหาบรมราชวัง วัดพระแก้ว เยาวราช หอศิลป์ อาร์ตแกลเลอลี่ คาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารสูตรดั้งเดิมระดับตำนาน

ราคาห้องพักเริ่มต้นของโรงแรมวิลล่า เดอ พระนคร ในช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 4,800 – 15,000 บาท และจะขยับขึ้น 20-30% ภายใน 1-2 ปี โดยตั้งเป้าอัตราการเข้าพักไว้ที่ 10-20% ใน 6 เดือน และเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายใน 2 ปี โดยกลุ่มลูกค้าจะโฟกัสไปที่ กลุ่มระดับบน (Upper-middle) ขึ้นไปที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยววัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน บวกรวมกับการพักผ่อนที่เหนือระดับ โดยจะทำการตลาดกับทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น ชาวยุโรป สแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย อินเดีย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยหลังจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 สิ้นสุดลง คาดการณ์ในอีก 3-6 เดือน เป็นช่วงที่โรงแรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว และมีความพร้อม 100% ในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามา นอกจากนั้น ยังจะพัฒนาห้องอาหารสำราญราษฏร์ (Samranraj) ให้เป็นร้านอาหารเอเชี่ยน เพื่อสร้างรายได้คู่ขนานกับห้องพัก รองรับลูกค้าที่เข้าพักและเป็นแหล่งกินดื่มของคนไทยและนักท่องเที่ยวละแวกนั้นอีกด้วย

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศการเปิดตัวของ โรงแรมวิลล่า เดอ พระนคร โรงแรมบูติคระดับห้าดาวแห่งแรกของย่านสามยอด ซึ่งนับเป็นย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ซึ่งเรามั่นใจว่า โรงแรมนี้จะสามารถเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนและการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว” นายแพทย์ก่อเกียรติกล่าว

ด้านผลกระทบของธุรกิจโรงแรมจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 นายแพทย์ก่อเกียรติให้ความเห็นว่า ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบบ้างจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของประเทศไทยและกรุงเทพฯ แต่นอกจากนักท่องเที่ยวจีนแล้ว เรายังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ อีกเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ในช่วงนี้เราจึงจะโฟกัสไปที่ตลาดอื่น ๆ รวมถึงเรามั่นใจศักยภาพ “กรุงเทพฯ” ที่เป็นเมืองอันดับหนึ่งของโลกที่มีนักท่องเที่ยว และมั่นใจว่า ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวยังเติบโตได้หลังจากผ่านพ้นวิกฤตินี้ นอกจากนั้น พฤติกรรมนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป มองหาที่พักที่เติมเต็มประสบการณ์มากกว่าแค่พักอาศัย จึงเป็นโอกาสในการเติบโตของแบรนด์ สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกเซ็กเมนต์ มีจุดเด่นที่แตกต่าง ทำให้เป็นโอกาสที่เราจะได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ จากรายงาน Asia Travel & Hospitality Outlook 2020* ของ STR ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมในเมืองทั่วภูมิภาคเอเชียได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนลดลงเช่นกัน โดย RevPAR ของโรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ตกลงไปอยู่ที่ -6% ในขณะที่ รายงานมีการคาดการณ์ว่า หลังจากวิกฤติผ่านพ้นไปจะสามารถฟื้นตัวเต็มที่ในปี 2021 – 2023 ธุรกิจโรงแรมจะกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยจะมีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลเข้ามาในเอเชียสูงถึงกว่า 90 ล้านคน