เซ็นทรัล รีเทล ชี้ 3 Consumer​ Trends 2020 ดันกลุ่มค้าปลีกโต แม้ปัจจัยลบยังท่วม  

ให้เวลาเฉลิมฉลองกับการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่กันไม่กี่อึดใจ  ก็หมดเวลา Honey Moon Period กันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ที่แค่ในวีคแรกของการกลับมาทำงาน ก็มองเห็นปัจจัยลบ ความเสี่ยง ความท้าทาย ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกตั้งแถวเข้าคิวมาต้อนรับปีใหม่กันอย่างพร้อมเพรียง 

ทำธุรกิจเลี่ยงปัจจัยลบไม่ได้ 

ขณะความรู้สึกของผู้นำกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของประเทศอย่างเซ็นทรัล รีเทล ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลต่อสถานการณ์ที่กำลังจะต้องเผชิญในปีนี้ เพราะปัจจัยลบกับการทำธุรกิจเป็นของคู่กัน ทุกๆ ปีที่ผ่านมาก็มีหลากหลายปัจจัยลบให้ต้องเผชิญอยู่แล้ว ส่วนความน่ากังวลในปีนี้ก็ไม่ได้มองว่าเป็นระดับที่รุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ หน้า ซึ่งหน้าที่ของคนทำธุรกิจคือ การเตรียมความพร้อมกับปัจจัยทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้ที่ธุรกิจต้องเผชิญ ที่สำคัญไม่ได้มีแค่เพียงปัจจัยลบ แต่ยังมองเห็นปัจจัยบวก และโอกาสที่ดีที่จะเข้ามาผลักดันให้ธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ต่อในปีนี้เช่นเดียวกัน

คุณภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาด-ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ขยายความถึงโอกาสที่ดีที่เชื่อว่าจะผลักดันให้ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล น่าจะยังสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ในปีนี้ โดยเฉพาะจุดแข็งของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล จากรูปแบบธุรกิจที่เป็น Multi- Category, Multi-Format และ Multi-Market  ทำให้​สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้คอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ รวมทั้งในหลายตลาดไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทย

“เซ็นทรัล รีเทล มีแบรนด์ในแต่ละ BU ที่เข้าถึงทุกกลุ่มทาร์เก็ต และสามารถเข้าถึงได้แบบ Omni-Channel จากทุกช่องทางทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รวมทั้งความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าทั้งในไทย เวียดนาม และตลาดยุโรป โดยเฉพาะการต่อยอดจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 28.8  ล้านฐานข้อมูล จากทุกๆ ตลาดรวมกัน ทำให้สามารถเข้าใจและนำเสนอออฟเฟอร์ที่ตรงใจลูกค้าได้แบบรายบุคคล ประกอบกับการศึกษาข้อมูลการจับจ่ายของลูกค้าที่มีอยู่ พบว่ายังมีการจับจ่ายอย่างต่อเนื่อง และเติบโตขึ้นในหลายๆ กลุ่มสินค้า ดังนั้น หากยังคงสามารถนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างถูกต้อง ก็เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าจับจ่ายได้เพิ่มมากขึ้น”

คุณณัฐธีรา จิราธิวัฒน์​ บุญศรี และ คุณภัทรพร เพ็ญประพัฒน์​ ยังคงเชื่อมั่นว่าเซ็นทรัล รีเทล จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

3 Mega Consumer Trends 2020

ที่สำคัญจุดแข็งที่กลุ่มเซ็นทรัลมี ยังสอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์ของผู้บริโภคในปี 2020​ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดย คุณณัฐธีรา จิราธิวัฒน์​ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด บริษัทย่อยของเซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึง 3 Consumers Trend 2020 ที่น่าจับตามอง ประกอบไปด้วย

1. Personalisation is a new premium หมายถึง ความคาดหวังของผู้บริโภค ที่จะได้รับสินค้า บริการ และคุณค่าจากการช้อปปิ้ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการในระดับรายบุคคลได้เพิ่มมากขึ้น

2. Pay for experience หมายถึง การที่ผู้บริโภคยินดีจับจ่าย เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่แตกต่าง และคุณค่าในแบบที่คาดหวังจากการช้อปปิ้งในทุกๆ ช่องทางที่หลากหลาย

3. Ambience is a new exclusive หมายถึง การตกแต่งบรรยากาศภายในร้าน เพื่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษและเอ็กซ์คลูซีฟ รวมทั้งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการที่อยู่ภายในได้

ดังนั้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้า ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ให้ได้

นอกจาก 3 เมกะเทรนด์นี้แล้ว ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มค้าปลีกแบบ Omnichannel ที่สามารถผสานจุดเด่นที่ดีที่สุดจากทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์​และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกของเครือเซ็นทรัลยังมีจุดแข็งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ครบถ้วนทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น

– Convenience ที่สามารถช้อปปิ้งได้จากทุกที่และทุกเวลาจากทั่วโลก

– Quality of Choice การมีตัวเลือกที่หลากหลาย และสามารถมั่นใจในเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้า

– Superior Omnichannel Service หรือการมอบบริการที่หลากหลาย และสามารถเชื่อมโยงกันทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Click & Collect, Click & Delivery, Chat & Shop, e-Ordering, Reserve & Collect หรือบริการรับจองสินค้าทางออนไลน์ และสามารถเข้ามาดูสินค้าจากหน้าร้านได้ในเวลาอันสั้น โดยสามารถรับหรือสั่งให้ส่งสินค้าไปยังปลายทางที่ต้องการ และ Express Delivery บริการส่งของด่วน ภายใน 1-2 ชั่วโมง พร้อมด้วยบริการหลังการขายแบบไร้กังวล

ความเชื่อมั่นในจุดแข็งและศักยภาพในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเครือเซ็นทรัล สะท้อนผ่านภาพรวมการเติบโตในไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 ที่ผ่านมา จากการเติบโตในหลายๆ กลุ่มสินค้าจาก Omnichannel Platform ​ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าแฟชั่นที่เติบโตได้ถึง 95% กลุ่มสินค้าฮาร์ดไลน์เติบโต 70% และกลุ่มอาหารที่เติบโต 45% ​รวมทั้งการจัดบิ๊กแคมเปญอย่าง 11.11 และ 12.12 ที่สามารถสร้างการเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นและเติบโตได้มากกว่าช่วงปกติ​หลายเท่าตัว

เชื่อตรุษจีนจับจ่ายสะพัด เสริมกำลังใจ 

ขณะที่เปิดต้นปีใหม่นี้มากลุ่มเซ็นทรัลได้ผนึก 9 BU ในกลุ่มค้าปลีก เพื่อจัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อช่วงต้นปีกับช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายใต้งบ 50 ล้านบาท กับแคมเปญ​ “Happy Chinese New Year 2020 ต้อนรับปีหนูทอง ฉลองแด่นักช็อป” โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อมอบประสบการณ์การจับจ่ายสินค้าที่เหนือกว่าเดิมในรูปแบบ Omnichannel เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการเตรียมสินค้าในกลุ่มสินค้าที่ขายดีในช่วงเทศกาลให้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มของไหว้ การเดินทาง เสื้อผ้า แอคเซสซอรี่ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

ส่วนความมั่นใจต่อกำลังซื้อในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ แม้จะทิ้งระยะจากช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ไม่นานนัก แต่เชื่อว่าผู้บริโภคจะยังคงจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลเป็นอย่างดี เพราะเป็นประเพณี ความเชื่อ เพื่อความโชคดีและความเป็นสิริมงคล ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นค่าใช้จ่ายที่มีการสำรองไว้อยู่แล้ว โดยในแต่ละปีจะมีการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยรวมทั้งประเทศราว 1.3 หมื่นล้านบาท ประกอบกับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ตรงกับปีหนูทอง ซึ่งในรอบ 60 ปี จะมีเพียงครั้งเดียว จึงเชื่อว่า หลายๆ คนไม่น่าจะพลาดกับโอกาสพิเศษนี้เข่นกัน

รวมทั้งทางเครือเซ็นทรัลได้จัดโปรโมชันกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลจากทั้ง 9 ธุรกิจในอาณาจักรค้าปลีกเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัลประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท, มัทสึโมโตะ คิโยชิ, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, ซีเอ็มจี และบีทูเอส ทั้งการมอบส่วนลดพิเศษ รวมทั้งไฮไลท์ชิงโชคไอโฟนสีทอง ซึ่งเป็นสีมงคลในปีนี้ ซึ่งทางเซ็นทรัล รีเทล เชื่อมั่นว่าจะช่วยกระตุ้นให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นได้ราว 12-15% ​โดยกลุ่มสินค้าที่ขายดีในช่วงตรุษจีนปีที่ผ่านมา อาทิ เครื่องสำอาง กลุ่มแฟชั่น กระเป๋า เสื้อผ้า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และสปอร์ตแวร์