King Power ชูภูมิปัญญาไทยจากชุมชนหมู่บ้านคีรีวง ท้าพิสูจน์พลังสร้างสรรค์ไม่มีที่สิ้นสุดของคนไทย

“หมู่บ้านคีรีวง” กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งเดังขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีหลัง ด้วยภูมิอากาศที่หลายคนเชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย แต่การที่จะได้รับการยอมรับในแง่มุมนี้ได้ เบื้องหลังคือ วิถีชุมชนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรียบง่ายยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำผลผลิตในท้องถิ่นมาขยายผล แปรรูป และยิ่งเมื่อได้พลังสร้างสรรค์ระดับโลกเข้ามาช่วย ผลงานล่าสุดของหมู่บ้านแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกและเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชน และสร้างชื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยิ่งขึ้นไปอีก กับผลงานสินค้า Ready-to-wear รุ่น Limited Edition ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อ From Leaves to Lively Thai Dye Collection

ของที่ระลึกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้คอลเกลชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก่อเกิดเป็นสินค้าผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในคอลเลกชั่นพิเศษที่ผลิตโดยชุมชนหมู่บ้านคีรีวง . กำโลน . ลานสกา . นครศรีธรรมราช โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทีมครีเอทีฟของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ที่เข้ามาทำความเข้าใจ ศึกษา และช่วยออกแบบพัฒนาสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่สือบทอดต่อกันมา 

ต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด จาก Big Idea ที่ใช่

คอลเลกชั่นนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมที่ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง กล่าวคือ คอลเลกชั่น Indigo ผ้าย้อมครามจากจังหวัดสกลนคร 2 คอลเกลชั่น ที่เล่นกับโทนสีที่คล้ายคลึงกับสีประจำสโสมสรอยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่ )และอีกครั้งกับการเข้าไปสนับสนุน 3 ภูมิปัญญาท้องถิ่น “ผ้าทอไทย” จากภาคเหนือ (อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่) ทำให้สินค้ามีสีสันมากกว่าที่เคย และครั้งนี้ King Power ก็เดินทางไปทางใต้ที่หมู่บ้านคีรีวง เพื่อหยิบเอาวิธีการย้อมผ้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเข้ามาผสานกับดีไซน์ของทางทีมเลสเตอร์ ซิตี้ กลายสินค้าชุด From Leaves to Lively Thai Dye Collection

โดยออกแบบภายใต้แนวคิด Enchanted Wonderland หรือมนต์เสน่ห์แห่งดินแดน เกิดเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้า และแอคเซสซอรี่ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งกายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทั้งเสื้อยืดแขนสั้นแขนยาว เสื้อเชิ๊ต หมวก กระเป๋าแบบต่างๆ ลูกบอล และพวงกุญแจ รวม 17 แบบ

ซึ่งถ้าหากพิจารณาถึงสีสัน และไอเท็มที่ทำออกมาแล้ว ก็จะพบว่ามีความโมเดิร์นขึ้นมาเมื่อเทียบกับสินค้าคอลเลกชั่นก่อนๆ ทั้งนี้ก็เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงภูมืปัญญาท้องถิ่น นำเอาเอกลักษณ์เหล่านั้นมาปรับให้ร่วมสมัย

จับเทรนด์สิ่งแวดล้อม 

นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์ที่สะดุดตาแล้ว กระบวนการผลิตก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เมื่อผู้บริโภครุ่นใหม่มองหาสินค้าที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สินค้าที่รังสรรค์ขึ้นจากภูมิปัญหาดั้งเดิม จึงกลายเป็นทางเลือกที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้ที่เลือกใช้งาน

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่ากลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และร่วมรณรงค์ให้ช่วยกันลด ละ การทำลายธรรมชาติ บริษัทฯ ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแสดล้อมที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ จึงได้สนับสนุนสินค้าไทยที่ใช้สีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแล้ว จำนวน 3 คอลเลกชั่น และคอลเลกชั่นที่ 4 นี้คอลเลกชั่น From Leaves to Lively Thai Dye Collection’ ได้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ด้านชุมชน, สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และชุมชนบ้านคีรีวง . นครศรีธรรมราช นับเป็นปีที่ 3 คอลเลกชั่นที่ 4 ที่เราได้นำสินค้าชุมชนมาอวดสายตาชาวโลกอีกครั้ง ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่เราได้ร่วมเป็นคู่คิด และคู่ค้ากับชุมชน เพื่อชูจุดแข็ง และภูมิปัญญาของชาวไทยที่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลงานอันงดงาม”

เราตั้งใจผลิตคอลเลกชั่นพิเศษจากฝีมือคนไทยทุกปี หมุนเวียนเปลี่ยนชุมชนไปตามภาคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ น่าสะสม โดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง”

Right Time, Right Target 

และเมื่อ P-Product เป็นที่ถูกอกถูกใจแล้ว ก็มาถึง P-Promotion ที่ทาง King Power อาศัยช่วงเวลาวัน Boxing Day ซึ่งเลสเตอร์ ซิตี้เปิดบ้านต้อนรับทีมลิเวอร์พูล โดยให้นักเตะสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ใส่ลงสนามในแมตช์ดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าฝีมือคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาคนทั่วโลก ในนัดที่จ่าฝูงและรองจ่าฝูงพบกันเอง จึงถือเป็นบิ๊กแมตช์ที่ทั่วโลกรอคอย

สำหรับเสื้อแจ็กเก็ตที่นักเตะใส่นี้เป็นการ Collaborate เทคนิคการย้อมสีระหว่างทางใต้จากชุมชนคีรีวง นครศรีธรรมราช (สีเหลืองทองช่วงล่าง) และทางเหนือจากชุมชนตะเคียนปม ลำพูน (สีฟ้าครามช่วงบน) ปักโลโก้สโสสรเลสเตอร์ ซิตี้ที่อกซ้าย พร้อมปักรูปธงชาติไทยที่แขนข้างซ้าย และธงชาติอังกฤษที่แขนข้างขวา นำพาความเป็นไทยไปสู่สากลตามเป้าหมายของกลุ่มบริษัทฯ ที่ต้องการให้ผลงานของคนไทยไปไกลถึงระดับโลกโดยแท้จริง

ซึ่งแจ็กเก็ตดังกล่าวนี้ มีเพียง 50 ตัวที่อังกฤษ และถ้าหากว่าใครสนใจอยากจะเก็บเสื้อประวัติศาสตร์ตัวนี้เอาไว้ก็ต้องรีบหน่อยเพราะที่เมืองไทยมีอีอกเพียง 50 ตัวเท่านั้น โดยหาซื้อเสื้อตัวนี้ รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ในคอลเกลชั่นนี้ได้ที่ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ, พัทยา, ศรีวารี, ภูเก็ต, คิง เพาเวอร์ มหานคร และภายในสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม เป็นต้นไป