HomeInsightเปิด “5 สูตรเด็ด” ครีเอเตอร์ญี่ปุ่น ปั้น “สติกเกอร์ไลน์” ให้ปังแถมยังทำรายได้เพียบ

เปิด “5 สูตรเด็ด” ครีเอเตอร์ญี่ปุ่น ปั้น “สติกเกอร์ไลน์” ให้ปังแถมยังทำรายได้เพียบ

แชร์ :


แอปพลิเคชัน แชท ยอดนิยมในฝั่งเอเชียต้องยกให้ LINE ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย  หนึ่งในโปรดักท์ยอดฮิตของตระกูลไลน์ คือ “สติกเกอร์” ที่เรียกความสนใจจาก LINE Characters ดัง ไม่วาจะเป็น หมีน้อยสีน้ำตาล Brown, กระต่ายสาว Cony, ลูกเจี๊ยบสีเหลือง Sally หนุ่ม Moon  หรือหนุ่มผมทอง James  รวมทั้งคาแรคเตอร์ไลเซ่นส์ดังของค่ายต่างๆ ในฝั่ง Corporate Sticker  ที่อยู่ในแพลตฟอร์มไลน์

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

อีกกลุ่มที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันในฝั่ง Consumer Sticker หรือที่เรียกว่า LINE Creators” ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2014  ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้เป็นมูลค่าหลายล้านล้านเยน เรียกว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ “ใครๆ ก็ทำได้” ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานวาดรูปมาก่อน เพียงแค่มี “ไอเดีย” สร้างสรรค์คอนเทนต์

ปัจจุบัน ไลน์ ครีเอเตอร์ มาจากหลากหลายอาชีพและหลายวัย ผลงาน “สติกเกอร์” ของครีเอเตอร์ สามารถขายได้ทั้งในระดับประเทศและโกลบอล จึงถือเป็นอีกแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างช่องทางหารายได้ให้กับคนทั่วไปไม่ต่างจาก ยูทูบ ไอจี เฟซบุ๊ก

5 เคล็ดลับเพิ่มรายได้สติกเกอร์

ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นกำเนิด แอปพลิเคชัน  LINE  มีผู้ใช้งานสูงสุดกว่า 80 ล้านราย จากจำนวนประชากรกว่า 127  ล้านคน

คุณยาสุชิ อิชิกาวา  ที่ดูแล LINE Creators Market  ของ LINE Corporation  ประเทศญี่ปุ่น ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันตลาด ไลน์ ครีเอเตอร์ ระดับโลก  นับถึงเดือน พฤษภาคม 2019  มีจำนวนครีเอเตอร์ราว 2 ล้านราย  ปีนี้สร้างรายได้ 69,000 ล้านเยน โดยยอดขายของกลุ่มท็อปครีเอเตอร์สร้างยอดขายราว 773  ล้านเยน

แต่ละปี ไลน์ จะออกโปรดักท์ สติกเกอร์ รูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ตลาด อย่างปี 2018 เป็นโปรดักท์ Emoji  กรกฎาคม ปี 2019  เปิดตัว Premium Sticker  ต่อมาเดือนตุลาคม เปิดตัว Custom Sticker เพื่อกระตุ้นผู้ใช้งานและทำให้รายได้สติกเกอร์ไลน์ทุกตลาดเพิ่มขึ้นในทุกปี

ปัจจุบัน “ญี่ปุ่น” ถือเป็นตลาดใหญ่สุดของ สติกเกอร์ ไลน์   รองลงไปคือ ไต้หวัน และไทย  มาดูกรณีศึกษา 5 ปัจจัย ที่ช่วยเพิ่มรายได้ “ไลน์ สติกเกอร์” ในตลาดญี่ปุ่น

1 Create Satisfaction  for Stickers

สิ่งสำคัญของ สติกเกอร์ คือเป็นหนึ่งในรูปแบบการสื่อสาร ระหว่างบุคคลที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึก จาก “ผู้ส่ง” ถึง “ผู้รับ” ดังนั้นการสร้างสรรค์สติกเกอร์ จึงต้องแสดงความรู้สึกที่ชัดเจน เพื่อสร้างความพอใจในการใช้สื่อสารของผู้ส่งและผู้รับ

2 Create the trend

ปัจจุบันมีผู้ใช้ไลน์ ในญี่ปุ่นจำนวนกว่า 80 ล้านราย  ซึ่ง 1 ใน 4 เป็นคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ถือเป็นตลาดใหญ่สุดของผู้ใช้ไลน์  เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงวัย  ผู้ใช้สติกเกอร์กลุ่มใหญ่ คือ “ผู้หญิง อายุ 50 ปีขึ้นไป” 

ดังนั้นการทำสติกเกอร์ ต้องเข้าใจผู้ใช้ไลน์ในแต่ละกลุ่มว่าเป็นใคร เพื่อสร้างสรรค์ “เทรนด์” สติกเกอร์ ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม มีรูปแบบใช้ง่ายได้ง่าย รวมทั้งใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ สื่อสารกับกลุ่มแฟนคลับ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น

3 Create  Various Collections

สร้างสรรค์สติกเกอร์ที่เป็นซีรีส์  สร้างเรื่องราวของคาแรคเตอร์และทำออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ติดตามคาแรคเตอร์ สติกเกอร์ที่ชื่นชอบและเป็นแฟนประจำ

4 Promote Stickers during a peak time

ต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโปรโมท สติกเกอร์  ในญี่ปุ่นช่วงเวลาที่เหมาะสม 2 ช่วง คือ  เวลาพักกลางวัน (12.00-13.00 น.) เพราะเป็นเวลาว่างจากการทำงานที่สามารถดาวน์โหลดสติกเกอร์ใหม่ได้  และหลังเลิกงาน (17.00-19.00 น.)  เป็นช่วงที่อยู่ในรถโดยสารระหว่างเดินทางกลับบ้าน ก็จะมีเวลาได้เลือกดาวน์สติกเกอร์ชุดใหม่ในจังหวะนี้เช่นกัน

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “วัน” ที่เลือกปล่อยขายสติกเกอร์ในช็อป  โดย ไลน์ กำหนดไว้เป็นนโยบายเหมือนกันทุกตลาดว่า ต้องปล่อยสติกเกอร์ใหม่ ในวัน  “อังคาร และพฤหัสบดี” เท่านั้น  ซึ่งก็มาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ไลน์นั่นเอง คือ วันจันทร์ เป็นวันแรกของการเริ่มต้นทำงาน จึงไม่มีเวลาว่างมากนัก ดังนั้น “วันอังคาร” จึงเหมาะกับการปล่อยของใหม่  ส่วน “วันพฤหัสบดี” ช่วงปลายสัปดาห์ที่ยังมีเงินเหลือจับจ่าย  ไลน์ จึงเลือกปล่อยสติกเกอร์ใหม่ให้ดาวน์โหลดก่อนถึงวันศุกร์ ที่เงินจะถูกใช้ไปกับการสังสรรค์มากกว่าซื้อสติกเกอร์

5 Continuation is a power

ครีเอเตอร์ ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะสมฐานแฟน แม้สติกเกอร์ชุดแรกจะไม่ได้รับความนิยม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมาตัดสินอนาคตข้างหน้า การเป็นครีเอเตอร์ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยวัตถุประสงค์เรื่องเงินมาเป็นตัวตั้ง แต่ให้เริ่มจากความชอบ และรักที่จะทำ ที่สำคัญต้องทำอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะนำไปสู่เส้นทางความสำเร็จได้ในอนาคต เพราะความท้าทายคือการไม่หยุดนิ่ง

เรื่องเล่าเส้นทางความสำเร็จของ “ครีเอเตอร์” ญี่ปุ่น

LINE ญี่ปุ่นให้ข้อมูลอินไซต์วิธีการสร้างสรรค์ “สติกเกอร์” ให้น่าสนใจและมีรายได้เพิ่มกันไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องราวของ “ครีเอเตอร์” ชาวญี่ปุ่น เล่าเส้นทางและแรงบันดาลใจในการทำสติกเกอร์กันบ้าง

เริ่มจากตัวแทนของ Gigno System Japan เป็นบริษัทที่ปรึกษาและช่วยผู้สนใจที่ต้องการเป็นครีเอเตอร์ สติกเกอร์ ไลน์ รวมทั้งการทำสินค้าเมอร์เชนไดส์จากคาแรคเตอร์  หนังสือการ์ตูน  และคาเฟ่ คาแรคเตอร์  เล่าว่าปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาครีเอเตอร์กว่า 150 คน  ผลิตสติกเกอร์ออกมาแล้วกว่า 60,000 ชุด  ในจำนวนนี้มีสติกเกอร์ จากครีเอเตอร์ ญี่ปุ่นที่ นำมาขายในตลาดไทยกว่า 30 ชุด

ทาง Gigno System ให้แนวทางการเป็นครีเอเตอร์ว่า ต้องเริ่มต้นด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการสร้างสรรค์สติกเกอร์จากความชอบก่อน จากนั้นก็สร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูเทรนด์ตลาดว่าชอบสติกเกอร์แนวไหน ปัจจุบันรูปแบบแอนิเมชั่น กำลังได้รับความนิยม เพราะเคลื่อนไหวได้  ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างฐานแฟนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คควบคู่กันไป เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร

หากทำสติกเกอร์ขายต่างประเทศด้วย ก็ต้องศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งานในประเทศนั้นๆ ด้วย อย่างประเทศไทย ชอบสติกเกอร์สีสันสดใสและลายการ์ตูน   แต่สิ่งสำคัญที่ครีเอเตอร์ ต้องทำไม่ว่าจะเจาะตลาดไหน คือ การผลิตคอนเทนต์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนครีเอเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า Olive-Leave  เป็นเจ้าของสติกเกอร์ Suzu-Nyan คาแรคเตอร์แมวน่ารัก สามารถต่อยอดสติกเกอร์ผลิตเป็นสินค้าเมอร์เชนไดส์ หลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้าและของใช้ประจำวัน บอกว่ามุมมองที่เป็นอุปสรรคสำหรับครีเอเตอร์ คือ การทำงานที่ต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงจุดที่ “สำเร็จ”  ดังนั้นจะต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  แม้ว่าผลงานที่ออกมายังถึงเป้าหมาย “อย่าหยุดที่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง”

เช่นเดียวกับ คุณ Sinojiya  เป็นอีกหนึ่งครีเอเตอร์ ชาวญี่ปุ่น เจ้าของคาแรคเตอร์ A Cute Sumo Wrestler รวมทั้งกระต่ายน่ารักและ หมูคาวาอิ เคยมีผลงานสติกเกอร์ ซูโม่นารักขึ้นท็อป 50 ของญี่ปุ่นในปี 2016 มาแล้ว บอกว่าการเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบในแต่ละกลุ่ม

ช่วงแรกที่ออกคาแรคเตอร์ ซูโม่น่ารัก ก็ยังไม่โดนใจผู้ใช้สติกเกอร์ และต้องปรับรูปแบบมาเรื่อยๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละวัย อย่าง กลุ่มผู้หญิง แม่บ้านจะชอบคาแรคเตอร์ ซูโม่ใส่ผ้ากันเปื้อน  ส่วนกลุ่มวัยรุ่นชอบซูโม่เลี้ยงแมว  อินไซต์เหล่านี้เป็นเรื่องที่ครีเอเตอร์ต้องศึกษาและเข้าใจคนทุกวัย

“บางครั้งการทำงานสร้างสรรค์ ถ้าคิดถึงยอดขายเป็นเป้าหมายแรก และหากยังขายไม่ได้ ก็จะทำให้เสียกำลังใจ  จึงต้องการให้ครีเอเตอร์ เริ่มต้นทำงานด้วยความสุขก่อน สร้างงานที่ให้ความรู้สึกดีทั้งผู้ส่งและผู้รับ จากนั้นก็จะขายได้เอง”


แชร์ :

You may also like