14 ประเด็นเรื่อง Digital Trends เก็บตกจากงาน Code Conference 2019

ภายในงาน Code Conference 2019 ที่ผ่านมา Mary Meeker อดีตนักลงทุนหญิง ซึ่งปัจจุบันได้มาผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี และได้รับฉายาว่า Queen of the Internet ได้ออกรายงานเกี่ยวกับเทรนด์ในโลกอินเตอร์เน็ตในปีที่ผ่านมาหนา 333 หน้าร่วมกับ Bond Capital

Recode ทำการสรุปประเด็นสำคัญจากรายงานทั้ง 333 หน้ามาเป็น 14 ประเด็น ดังนี้

  1. ในปีที่ผ่านมา มีประชากรโลก 51% หรือราว 3.8 พันล้านคนเข้าถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ต ซึ่งจากปี 2017 มีผู้ใช้งานอยู่ที่ 49% หรือ 3.6 พันล้านคน การเติบโตของยอดผู้ใช้งานที่ 6% ถือว่าไม่สูงมากนัก เป็นเพราะเริ่มถึงจุดอิ่มตัวของการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว สะท้อนจากยอดขายสมาร์ทโฟนตกลงทั่วโลก ซึ่งสมาร์ทโฟนเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้ส่วนใหญ่
  2. 7 ใน 10 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลกเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มของเทคโนโลยี 3 บริษัทที่เหลือคือ Berkshire Hathaway บริษัทโฮล์ดิงของปู่ Warren Buffett, Visa และ Johnson & Johnson
  3. ยอดขายออนไลน์ถือเป็น 15% ของยอดขายปลีกทั้งหมด แม้ว่ายอดขายออนไลน์เติบโตเพียง 12.4% ซึ่งช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว แต่ยังคงเติบโตมากกว่าร้านค้าปลีกปกติทั่วไปที่เติบโตเพียง 2% เท่านั้น


  4. ยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาออนไลน์พุ่งทะยานสูงขึ้น 22% ในสหรัฐฯ ปี 2018 การจ่ายเงินโฆษณาออนไลน์ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ Google และ Facebook แต่เงินโฆษณาที่ลงกับ Amazon และ Twitter นั้นมีการเติบโตด้วยเช่นกัน โดยประมาณ 62% ของเงินโฆษณาถูกใช้ไปกับโฆษณาที่ตั้งโปรแกรมไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเติบโตต่อไปอีกในอนาคต
  5. ค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่มาอยู่ในมือของแบรนด์สูงขึ้น ซึ่งไม่มีความยั่งยืนนัก เพราะเนื่องจากในบางครั้งที่ต้นทุนในการดึงดูดลูกค้าใหม่สูงกว่ารายได้ที่ลูกค้าคนนั้นจะทำเงินให้กับแบรนด์ Meeker แนะนำวิธีที่ถูกที่สุดคือให้ใช้วิธีการทดลองใช้ฟรี และ Freemium
  6. ในอนาคตจะยังมีปัญหาในเรื่องของโฆษณาแบบเจาะจง จากกฎหมายการป้องกันข้อมูลทั่วไป (GDPR) และกฎหมายต่างๆ ที่จะออกมาในอนาคต ซึ่งถูกผลักดันมาจากความกังวลเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่ส่งผลต่อบริษัทฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น Apple และ Facebook
  7. คนอเมริกันใช้เวลากับสื่อดิจิทัลมากขึ้นกว่าเดิม อยู่ที่ 6.3 ชั่วโมงต่อวัน  ในปี 2018 การเติบโตส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ ส่วนเวลาที่ใช้กับคอมพิวเตอร์กลับน้อยลง และเริ่มมีกระแสความกังวลของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ไปในโลกออนไลน์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมากกว่า 1 ใน 4 บอกว่า พวกเขาแทบจะออนไลน์ตลอดเวลา

  8. นวัตกรรมของบริษัทเทคโนโลยีนอกสหรัฐฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารการจัดส่งสินค้า ขนส่งสินค้า และการจ่ายเงิน 
  9. รูปภาพได้กลายมาเป็นวิธีการสื่อสารใหม่ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เนื่องมาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มำให้ไวไฟเร็วขึ้น รวมทั้งกล้องโทรศัพท์มือถือที่ดีขึ้น จากการสำรวจพบว่ามากกว่า 50% ของ impression บน Twitter จะต้องมีรูป วีดีโอ หรือสื่อรูปแบบอื่น ซึ่งในอดีต Twitter มักจะเป็นข้อความเพียงอย่างเดียว
  10. จำนวนผู้เล่นเกมออนไลน์ทั่วโลกมากขึ้น 6% ทำให้มีผู้เล่นเกมออนไลน์แล้วทั้งสิ้น 2.4 พันล้านคนในปีที่ผ่านมา และเกมออนไลน์บางเกม อย่าง Fortnite ก็ทำตัวเป็นโซเชียลมีเดียในตัวเองสำหรับคนบางกลุ่ม และจำนวนของผู้ชมการแข่งเกมหรือแคสเกมก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
  11. เมื่อความเป็นส่วนตัวกลายมาเป็นจุดขาย ในอนาคตจะมีตัวเลือกที่จะทำให้การสื่อสารในโลกออนไลน์ของคุณมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งในไตรมาส 1 web traffic ทั่วโลกมีการเข้ารหัสแล้วกว่า 87% สูงขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่มีเพียง 53%
  12. อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นพื้นที่ที่สกปรกมากขึ้น การกำจัดเนื้อหาที่เป็นปัญหาจะกำจัดยากขึ้นในวงกว้าง และด้วยธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตที่จะทำให้มีการขยายให้เหตุการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น 42%ของวัยรุ่นอเมริกันมีประสบการณ์ถูกตั้งฉายาหยาบคายบนโลกออนไลน์ ผู้ก่อการร้ายใช้วิธีล้างสมองคนให้คล้อยตามผ่านเว็บไซต์อย่าง YouTube มากขึ้น และโซเชียลมีเดียวได้เพิ่มการแบ่งแยกทางการเมืองมากขึ้น
  13. จาก 25 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงสุด 60% ก่อตั้งโดยผู้อพยพต่างชาติรุ่นที่หนึ่งหรือสอง บริษัทเหล่านี้มีการจ้างงาน 1.9 ล้านคนในปีที่ผ่านมา กฎหมายคนเข้าเมืองที่เข้มงวดมากขึ้นอาจจะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้ และอาจจะไม่เกิด Elon Musk คนต่อไปในอเมริกาได้ (Elon Musk มาจากประเทศแอฟริกาใต้)
  14. การดูแลสุขภาพเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ในอนาคตที่จะถึงจะมีการรักษาโรคระยะไกลและที่ปรึกษาการรักษาโลกแบบ on-demand

Source