ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ร่วมกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ปักธงผู้นำ World-Class Holistic Healthcare [PR]

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ร่วมกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ปักธงผู้นำ World-Class Holistic Healthcare รุกขยายบริการใหม่ด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ (Sports medicine & Lifestyle) ชูการแพทย์แบบบูรณาการครอบคลุมทุกมิติในการป้องกัน การดูแลรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายแบบเฉพาะบุคคล

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ปักธงผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก (World-Class Holistic Healthcare) เดินหน้าขยายบริการครอบคลุมทุกมิติในด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ (Sports medicine & Lifestyle) ชูการแพทย์แบบบูรณาการผสมผสานเชิงป้องกัน ดูแลรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เจาะ 3 กลุ่มหลัก กลุ่มนักกีฬา กลุ่มรักการออกกำลังกายทั่วไป และกลุ่มผู้สูงวัย โดยมีทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาอย่างมืออาชีพและทีมสหวิชาชีพที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เพื่อก้าวสู่ Smart Hospital 5.0 อย่างเต็มรูปแบบ

เภสัชกรหญิงอาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้เล็งเห็นถึงโอกาสของการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพ จึงได้มีการขยายบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ (Sports medicine & Lifestyle) ภายใต้การดูแลของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนให้โรงพยาบาลก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก (World-Class Holistic Healthcare) ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ขององค์กร อันประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การปรับเปลี่ยนจากการรักษาผู้ป่วย เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Care)  2. การประมวลข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ของการบริบาลอย่างมีประสิทธิภาพ (Big Data) ร่วมกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาปรับใช้ให้เหมาะสม (Artificial Intelligence) และ 3. การเชื่อมโยงของทุกส่วนทั้งคน เทคโนโลยี และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (Connected, Team)”

จากข้อมูลของ Global Opportunity Analysis and Industry Forecast, 2017-2023 รายงานว่ามูลค่าตลาดภาพรวมของเวชศาสตร์การกีฬาระดับโลก ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีมูลค่าอยู่ที่ 6,615 ล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าในปี 2566 มูลค่าจะสูงถึง 11,172 ล้านดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์วิญญู รัตนไชย ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการทางการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “เวชศาสตร์การกีฬาเป็นสาขาการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านกีฬา สามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วจากการบาดเจ็บและยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เวชศาสตร์การกีฬามีการเติบโตอย่างมากในทุกสาขาการดูแลสุขภาพ เนื่องจากผู้ชำนาญการในสาขานี้มีความสามารถในการรักษาผู้คนทุกประเภทและไม่ใช่แค่นักกีฬา และเนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของอุบัติการณ์ของการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการกีฬารวมถึงมีการเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มคนที่ใส่ใจเกี่ยวกับสมรรถภาพทางกาย”

พญ. อลิศรา เอมี่ อารีราชการัณย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ เวชศาสตร์การกีฬาและการส่องกล้องตรวจในข้อ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ (Sports medicine & Lifestyle) เพื่อรองรับเทรนด์การออกกำลังกายที่มีความนิยมสูงขึ้น โดย มุ่งเน้นรักษาใน 3 กลุ่มหลัก คือ 1) กลุ่มนักกีฬา, 2) กลุ่มผู้รักการออกกำลังกายโดยทั่วไป ซึ่งจะดูแลผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฉีกอักเสบ ปวดตามข้อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้ในทุกช่วงวัย โดยมีการวิเคราะห์ตั้งแต่โครงสร้างรูปร่างกระดูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บบ่อยครั้ง ท่าทางการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บในอนาคต และการรักษาฟื้นฟูด้วยศาสตร์ทางการแพทย์หลากหลายวิธี และ 3) กลุ่มผู้สูงวัย เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย และหนึ่งในปัญหาของผู้สูงอายุอันดับต้นๆ คือ ปัญหาภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง ปวดเข่า หรือ ปวดตามข้อต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงมีบริการสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยวิธีเก็บข้อเดิมไว้ และต้องการฟื้นฟูร่างกายเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณภาพ รวมถึงมีการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายเฉพาะบุคคล หลังจากการบำบัดรักษาเพื่อเพิ่มสมรรถภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงจากการหกล้มในชีวิตประจำวัน”

บริการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ ให้บริการในรูปแบบบูรณาการ (Integrated) ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจวัดสมรรถภาพร่างกาย (Assessment) การป้องการบาดเจ็บ (Preventive) การรักษาอาการบาดเจ็บ (Treatment) และการฟื้นฟู (Recovery) ด้วยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ผสมผสานกับเวชศาสตร์การกีฬาที่ได้มาตรฐานระดับสากล รวมถึงการดูแลด้วยสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น สามารถกลับไปเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้อย่างเต็มศักยภาพในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ ยังสามารถออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะทาง อาทิ นักกอล์ฟ นักปั่นจักรยาน นักรักบี้ นักฟุตบอล นักบาสเกตบอล นักวิ่ง นักไตรกีฬา ฯลฯ เพื่อให้มีความชำนาญขึ้นได้เช่นกัน รวมถึงยังให้บริการครอบคลุมแก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการทราบถึงขีดความสามารถในการออกกำลังกายของตนเอง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือภาวะความเสี่ยงจากการเสียชีวิตเฉียบพลันจากออกกำลังกาย (Sudden death) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการทำบอลลูนหัวใจ การตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วย VO2 Max ยังสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าหลังทำบอลลูนไปแล้ว สามารถออกกำลังกายได้มากน้อยแค่ไหน และนำมาออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมและปลอดภัยได้ด้วยเช่นกัน

พญ. อลิศรา กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับโปรแกรมการดูแลสุขภาพด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ (Sports medicine & Lifestyle) ได้มีการผสมผสานและนำศาสตร์การแพทย์ต่างๆ มาใช้บำบัดรักษาหลากหลายวิธี ทั้งการกายภาพบำบัด การใช้ยา การฟื้นฟู การส่องกล้องผ่าตัด รวมถึงมีการรักษาการแพทย์สมัยใหม่ที่เรียกว่า PRP (Platelet-Rich Plasma) ซึ่งเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคทางกระดูก เอ็น และกล้ามเนื้อ เพื่อใช้รักษาอาการบาดเจ็บของระบบโครงสร้างมนุษย์ มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากเป็นส่วนประกอบจากเลือดของผู้ป่วยเอง มีการใช้อย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากล เป็นวิธีการรักษาอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หรือซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของร่างกายด้วยการใช้ เกล็ดเลือดของตัวเอง มาทำให้มีความเข้มข้นสูงกว่าเกล็ดเลือดในกระแสโลหิตทั่วไป 3 – 4 เท่า โดยเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้ในการรักษา ฉีดกลับไปยังบริเวณที่มีการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของร่างกายในบริเวณนั้นๆ ซึ่งการรักษาแบบ PRP จะเป็นตัวช่วยเพิ่ม Growth factor ที่มีอยู่ในเกล็ดเลือดในบริเวณที่บาดเจ็บหรือสึกหรอ และช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ซ่อมแซมหลอดเลือด เพิ่มการสร้างเซลล์รวมถึงคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเอ็น และกล้ามเนื้อ วิธีนี้จะช่วยให้ส่วนที่มีอาการบาดเจ็บฟื้นตัวเร็ว และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายในแต่ละบุคคล”

สำหรับจุดเด่นของการให้บริการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและไลฟ์สไตล์ของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เน้นการแพทย์แบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิดการรักษาแบบผสมผสานในเชิงป้องกันโรค การดูแลรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบยั่งยืน โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำ ปลอดภัยสูง โดยผลจากการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จะใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับมาตรฐานโลกและถูกส่งไปวิเคราะห์ประมวลผลโดยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ในสถาบันมาตรฐานระดับสากลในประเทศเยอรมนี โดยใช้เวลาแปลผล ประมาณ 30 นาที – 2 ชั่วโมง ส่งผลทำให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพรวมถึงออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคลได้รวดเร็วและแม่นยำ เนื่องด้วยสถิติการแปลผลของเครื่อง V02 Max ของโรงพยาบาลฯ เลือกใช้เครื่องที่มีศักยภาพสูง ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพกว่าการแปลค่าโดยทั่วไป ซึ่งส่วนนี้จะช่วยตอบโจทย์การออกแบบโปรแกรมได้ตรงจุด (Precise) เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล (Personalise) และส่งผลให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่ Keiser AC 20 เป็นเครื่องที่ใช้ประเมินทางการแพทย์ โดยจะตรวจเช็คความสมบูรณ์ของระดับ fitness ใช้วัดกำลังของขา สามารถเก็บบันทึกข้อมูลของผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย โดยดูว่ามีความพร้อมหรือยัง ซึ่งเป็นเครื่องที่ FIFA และพรีเมียร์ลีก นิยมใช้ตรวจเช็คความพร้อมของนักกีฬาฟุตบอลระดับโลกก่อนลงแข่งขัน และอีกประการสำคัญคือด้านการทำงานเป็นทีมแบบสหวิชาชีพ ที่สามารถให้การบริบาลแบบครบวงจรโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการในหลากหลายสาขาพร้อมบุคลากรมืออาชีพด้านต่างๆ อาทิ แพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รวมถึงนักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด เพื่อร่วมดูแลออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับนักกีฬา ผู้รักการออกกำลังกาย ผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้สูงอายุ แบบรายบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกๆ ด้าน

หัวใจหลักของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือ การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด ซึ่งถือเป็นค่านิยมหลักที่ยึดปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 40 ปี และทำให้บำรุงราษฎร์ ก้าวสู่การเป็น Smart Hospital ชั้นนำและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้ถึงทุกวันนี้