ถอดรหัสความสำเร็จของ BlackPink มีแค่ 6 เพลง ทำไมถึงดังจนฉุดไม่อยู่ เขย่าตลาดอเมริกา ตามรอย BTS

เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อเสียงของวงบอยแบนด์จากเกาหลี BTS ที่กระจาย K-Pop เข้าไปสู่ตลาด mainstream ในโลกตะวันตก และสามารถเข้าไปอยู่ในลิสต์ Forbes Asia’s 30 Under 30 ปี 2018 ได้สำเร็จ และดูเหมือนว่าคลื่น K-Wave ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง แต่ถาโถมขึ้นมาในวงการเพลงของโลกอีสเต็ป โดยวง BlackPink

สมาชิกของวง BlackPink ประกอบด้วย จีซู เจนนี่ โรเซ่ และ ลิซ่า พวกเธอมีอายุระหว่าง 22 ถึง 24 ปี BlackPink ถือเป็นวง K-Pop ที่เข้ามาสู่ YouTube’s Top 50 Global Artist ตามรอยบอยแบนด์อย่าง BTS ได้สำเร็จ

และในปี 2019 น่าจะเป็นปีที่น่าจับตามองของเกิร์ลกรุ๊ป BlackPink ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้าไปครองตลาดตะวันตกได้อย่างง่ายดาย และยกมาตรฐานของวงการเพลง K-Pop ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะในตอนนี้ชื่อของ BlackPink เข้ามาในลิสต์ Forbes Asia’s 30 Under 30 เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนเกาหลีแล้ว และยังถือว่าเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกในโลกที่สามารถเข้ามาในรายชื่อของ Forbes ได้วงแรกอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเข้าสู่ชาร์ต Billboard 200 และ Hot 100 ทำเอาบรรดา Blink (ชื่อเรียกแฟนคลับของวง) ดีใจกันไม่น้อยและวงกำลังจัดคอนเสิร์ต World Tour ขึ้นในเดือนหน้านี้อีกด้วย

BlackPink เปิดตัวเมื่อปี 2016 จากค่ายเพลง YG Entertainment ซึ่งค่ายนี้มีศิลปินดังอย่าง Big Bang, G-Dragon และ วงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง 2NE1 แต่ที่ต่างจากวงอื่นคือ BlackPink มีฐานแฟนเพลงใน YouTube หนาแน่นมากจากทั่วทุกมุมโลก จนทำให้เป็นวงแรกที่มียอด subscribe ในช่อง official เกิน 20 ล้านคน โดยเพลงที่ดังสุดๆ คือ “Ddu-du Ddu-du” ที่ปล่อยออกมาในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เข้าไปอยู่ในชาร์ท Billboard Hot อันดับสูงสุดที่ 55 ในขณะที่ “Kiss and Make Up” เพลงที่ร่วมงานกับ Dua Lipa ขึ้นอันดับสูงสุดที่ 93 ในเดือนพฤศจิกายน และ มิวสิควีดีโอเพลง “Ddu-du Ddu-du” ยังทำสถิติที่น่าทึ่งอีกคือยอด view ขึ้นไปมากกว่า 36 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่มีการเปิดตัวออกมา

“Ddu-du Ddu-du” ถือเป็นปรากฎการณ์ความสำเร็จใหม่ของวงการ K-Pop ที่สามารถเข้ามามีบทบาทในวงการเพลงตะวันตกได้แม้ว่าจะมีเนื้อร้องเป็นภาษาเกาหลีและประโยคภาษาอังกฤษเล็กน้อย ต่างจากเพลง “Nobody” ของ Wonder Girls ปี 2009 ที่แปลงเพลงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและได้เข้าไปอยู่ในชาร์ต Billboard และอัลบั้มที่ออกทางการครั้งแรกเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็ไม่ได้หยุดกระแสนิยมของวงในเวทีโลกเลย

ความหลากหลาย คือ “หัวใจ”

แต่อย่างไรก็ตาม ฐานแฟนคลับของวงยังคงจำกัดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ เริ่มมีแฟนคลับมากขึ้นในอเมริกา บราซิล และ เม็กซิโก จากข้อมูลการรับชมผ่าน YouTube และ ทัวร์คอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นนั้นมี 8 ประเทศนอกทวีปเอเชีย

ไม่ว่าความสำเร็จของ BlackPink จะมาจากจังหวะเพลงสไตล์ HipHop ประโยคง่ายๆ ภาษาอังกฤษในเพลง หรืออื่นๆ ที่ดันมาถูกใจแฟนคลับทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ BlackPink มีจุดต่างจากวงอื่นมากก็คือความหลากหลายที่กลายมาเป็น BlackPink สมาชิกของวงต่างมาจากหลายประเทศเช่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และ ไทย โดยเฉพาะลิซ่า สาวไทยที่เข้ารับคัดเลือกให้เป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย YG Entertainment ตั้งแต่อายุ 14 และเป็นสมาชิกที่สามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา ตั้งแต่ไทย เกาหลี อังกฤษ และ ญี่ปุ่น

ด้วยพื้นฐานของวงที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก พวกเรามีความได้เปรียบในการสื่อสารในแต่ละภาษาอย่างอิสระ ฉันคิดว่านี่คือความได้เปรียบที่วงมีมากกว่าวงอื่นในด้านการสื่อสารกับแฟนเพลงในทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ และ เพลงของเรายังมีผู้ฟังที่หลากหลายมาก โดยไม่มีข้อผูกมัดทางเชื้อชาติ อายุ และเพศลิซ่า กล่าวในการสัมภาษณ์ผ่านอีเมลกับ Forbes

คอนเสิร์ต World Tour ครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นที่ลอสแอนเจลิสและต่อไปในอเมริกาเหนือ ยุโรป และ ออสเตรเลีย ถือเป็นการเปลี่ยนวงการเพลง mainstream ครั้งแรกในโลกตะวันตก และ BlackPink ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Interscope Records สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ และเป็นศิลปิน K-Pop วงแรกที่ได้แสดงในงานเทศกาลดนตรี Coachella ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

มันเหมือนเป็นความฝันเลยที่ได้จัดคอนเสิร์ตที่อเมริกา สิ่งสำคัญที่สุดคือแฟนเพลงจะได้ฟังเพลงของพวกเราแบบสด พวกเราต้องการที่จะแสดงเสน่ห์ของ BlackPink จากเสียงร้องและการแสดงของพวกเราเท่านั้น เวทีที่พวกเราหายใจร่วมกับแฟนเพลง การแสดงสดที่คนดูมีส่วนร่วมในการแสดงออกทันทีทันใดจากการสัมภาษณ์ของวงผ่านอีเมล

ความภูมิใจของพลัง “เกิร์ล” ที่ไม่ต้องแบ๊ว 

คาแร็กเตอร์ของทั้ง 4 สาว รวมทั้งแนวเพลงป๊อป ผสาน ฮิพ-ฮ็อพ ดูเหมือนจะตรงกับความสนใจของคนในยุคนี้ ซึ่งแนวเพลงแบบนี้ ถ้าฮิตติดหูก็จะติดหูไปเลย ถึงแม้ว่าเราจะฟังภาษาเกาหลีไม่ออกแต่ท่อนฮุคของเพลง Ddu-du Ddu-du ที่ดูเหมือนจะเป็นการทำเสียงเลียนเสียงดนตรีมากกว่า ก็ทำให้ข้ามขีดจำกัดทางภาษาไปเลย โดยเบื้องหลังผลงานเพลงส่วนใหญ่ของวงนี้ หัวใจอยู่ที่โปรดิวเซอร์มือดีที่ชื่อว่า Teddy ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังวง 2ne1 มาทำให้นั่นเอง 

นอกจากนี้ลุคของพวกเธอ ที่ดูเป็นเด็กสาวรุ่นใหม่มีความมั่นใจไม่ได้ขายความน่ารักแบบ “แบ๊ว” แต่กลายเป็นพลังเกิร์ลกรุ๊ปที่มั่นใจในตัวเอง อินเตอร์ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กสาวรุ่นใหม่ ส่วนแฟนคลับผู้ชายก็มีทางเลือกอื่น ที่ไม่ใช่แค่สาวคิวท์เท่านั้น และดูเหมือนว่า BlackPink จะปรากฏตัวขึ้นอย่างถูกที่ ถูกเวลา ในเมื่อช่วงนี้วงผู้หญิงของเกาหลีไม่มีวงไหนที่โดดเด่นขึ้นมาเทียบเท่า หลังจากหมดยุคของ Girl Generation, 2ne1 , 4Minute

ดังทั้งวง และส่วนตัว 

การเปิดตัวของ BlackPink ในปี 2016 จะว่าไปแล้วแฟนๆ รอคอยมานาน กว่าที่ทางค่าย YG จะบ่มเพาะพวกเธอออกมาได้ จนหลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับชาวไทยรอคอยที่จะได้เห็น “ลิซ่า” เดบิวท์ซะดี (แต่ตอนนี้คงต้องบอกว่าคุ้มค่ากับที่รอแล้ว) นอกเหนือจากเรื่องการทำเพลง และหาจังหวะเหมาะเพื่อเปิดตัวพวกเธอ ทางค่ายได้วางเส้นทางให้แต่ละคนมีผลงานส่วนตัวเพื่อสร้างฐานแฟนคลับเอาไว้ก่อน เจนนี่ เคยมีผลงานร่วมกับ G-Dragon, จีซู เคยเผยโฉมให้เห็นในงานโฆษณาและมิวสิควิดีโอ, ลิซ่าเป็นนางแบบและเคยโชว์ความสามารถด้านการเต้นให้กับค่าย ส่วนโรเซ่ ก็เคยทำงานกับ G-Dragon ในเพลง After All

ด้านความสามารถของวงนี้ก็โดดเด่นของทั้ง 4 คน โรเซ่ ได้รับการยอมรับในเรื่องเสียงร้อง เจนนี่กับลิซ่ามีจุดเด่นเรื่องแร๊พ ซึ่งหาได้ยากในวงการที่ผู้หญิงจะแร๊พได้ดี นอกจากนี้ลิซ่ายังถูกเพื่อนๆ ในวงเรียกว่า “เครื่องโคลนนิ่งท่าเต้น” แค่ดูท่าเต้นไม่กี่ครั้งก็เต้นตามได้เป๊ะ นั่นแสดงให้เห็นเรื่องความสามารถในการแด๊นซ์ของเธอ ส่วนจีซูก็มีหน้าตาและบุคลิกภาพที่ชวนมอง

พัฒนาการของสาวๆ 

อัลบั้มที่สาม “Kill This Love” กำลังจะวางแผงวันที่ 5 เมษายนนี้ ถือเป็นอัลบั้ม Extended Play (EP: อัลบั้มที่มาความยาวจากการเล่นเพลงต่อเนื่อง 10-28 นาที) ภาษาเกาหลีที่สอง หรือ นับจากทั้งหมดก็เป็นอัลบั้ม EP ที่สามของวง โรเซ่กล่าวว่าอัลบั้มใหม่นี้จะมีเพลงการแร็พและเสียง vocal ที่มากพร้อมกับดนตรีที่มีอารมณ์อัลบั้มนี้จะทำให้เห็นว่าความสามารถทางดนตรีของพวกเรามีมากขึ้นโรเซ่ กล่าว

ดูเหมือนว่าความหลงใหลในดนตรีขึ้นอยู่กับเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่อัลบั้มใหม่ออกมา มันจะบ่งบอกถึงความคิดเกี่ยวกับดนตรี ชนิดเพลง สไตล์ และ คอนเซ็ปต์ พวกเราต้องการแสดงให้เห็นถึงความเพอร์เฟคที่มากขึ้น พวกเราอยู่ในวงการในปีที่ 4 แล้วนับตั้งแต่วันเดบิวท์วง และพวกเราคิดว่าวงของพวกเรายังคงพัฒนาต่อไปอีก” นี่คือจุดมุ่งหมายของพวกเธอ 

Source

Source

Source