‘มาถูกทาง’ รายได้-กำไร อาร์เอสโตสุดรอบ 37 ปี เดินหน้าเพิ่มสินค้าและช่องทางขายใหม่ๆ ดันยอดขายแตะ 5 พันล้าน

หลังประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจและเปลี่ยน Core Business จากกลุ่ม Entertianment มาเป็นหมวด Commercial ​ซึ่งรายได้หลักขององค์กรจะมาจากการประกอบการเชิงพาณิชย์ แทนธุรกิจบันเทิง ทำให้ผลประกอบการของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เริ่มมาอยู่ในทิศทางที่เป็นบวกและมีตัวเลขกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

ล่าสุด ได้ประกาศผลประกอบการปี 2561 ออกมาเรียบร้อย ซึ่งในปีนี้​ RS ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยตัวเลขผลประกอบการที่สามารถทำนิวไฮได้อีกครั้ง เพราะเติบโตได้ทั้งยอดขายและผลกำไร เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตมากที่สุดในรอบ 37 ปี ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิ 516 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 55% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทำรายได้รวมแตะ 3,826.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% โดยมีธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทางหรือ MPC (Multi-platform Commerce) เป็นกลุ่มธุรกิจหลัก ที่สามารถทำรายได้และผลกำไรโดดเด่น สร้างยอดขายทั้งปีแตะ 2,126.8 ล้านบาท

สำหรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอาร์เอสในครั้งนี้ ได้แรงส่งสำคัญมาจากการจำหน่ายสินค้ากว่า 100 รายการ ในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) แบรนด์มาจีค (Magique) แบรนด์รีไวฟ์ (Revive) กลุ่มอาหารเสริม แบรนด์ S.O.M ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ (Home & Lifestyle) และกลุ่มเครื่องประดับ (Accessories) ที่มีการทำตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในเครือฯ อาทิ ช่อง 8 ช่อง ช่องสบายดีทีวี เลข 141 ช่องเพลินทีวี วิทยุคูลฟาเรนไฮต์ สื่อออนไลน์ www.shop1781.com, LINE@shop1781, LINE@COOLanything รวมถึงผ่านช่องทาง LifestarBIZ หรือตัวแทนขายตรง​ รวมทั้งห้างค้าปลีก Modern Trade และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

คุณดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากการมีช่องทางขายที่แข็งแรงและหลากหลายแพลตฟอร์มแล้ว ยังมีการใช้กลยุทธ์โฆษณากระตุ้นการขายที่เหมาะสมในแต่ละช่องทาง อาทิ แคมเปญ Shop1781 New Year Grand Sale  ซึ่งสามารถทำยอดขายพุ่งทุบสถิติใหม่ในเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมา 

ช่องทางต่างๆ เหล่านี้ได้พัฒนามาจากจุดแข็งและความสามารถหลักของบริษัทฯ ทำให้อาร์เอสมีแต้มต่อและได้เปรียบคู่แข่ง ประกอบกับมีฐานลูกค้าหนาแน่น ที่ล้วนมีแบรนด์ลอยัลตี้สูง มีการซื้อซ้ำต่อเนื่อง

ในส่วนของธุรกิจสื่อ มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 30% ซึ่งเติบโตได้จากกความแข็งแรงของคอนเทนต์ โดยมีคอนเทนต์ระดับพรีเมี่ยมทั้งในและต่างประเทศลงจอตลอดทั้งปี ทำให้สามารถเเติบโตสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อที่ชะลอตัวลง โดยมีรายได้ 1,344.7 ล้านบาท โดยที่ช่อง ยังเป็นหัวหอกสำคัญ เพราะสามารถปิดจองโฆษณาระยะยาวได้ตามเป้า และขายพื้นที่โฆษณาได้เพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี เพราะมีคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จ อาทิ ละครไทย พยัคฆา สาปกระสือ และซิ่นลายหงส์  คอนเทนต์ซีรีส์ต่างประเทศ อย่างหนุมานสงครามมหาเทพ ลิขิตแค้นแสนรัก และพิฆเนศมหาเทพไอยรา รวมถึงคอนเทนต์ข่าว คุยข่าวเช้าและคุยข่าวเย็น   

ขณะที่สื่อวิทยุ จะมี COOLfahrenheit เป็นแพลตฟอร์มหลักและยังคงได้รับความนิยมอยู่ในอันดับของ กลุ่ม Easy Listening และอันดับ ของประเทศ และมีการจัดกิจกรรมสำหรับผู้ฟังที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อาทิ COOL Outing​ และ อิ๊งค์ Eat All Around  

ส่วนธุรกิจเพลง เป็นธุรกิจที่ต่อยอดใหม่ๆ ได้ โดยชู อาร์สยาม แบรนด์เดียว ภายใต้กลยุทธ์ Music Marketing and Services ทำแนวดนตรีไร้ขอบตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย และอีเวนต์มีสัดส่วนรายได้10%

เตรียมพัฒนา Data เพิ่มจำนวนลูกค้าซื้อซ้ำ 

“ปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะลุยขยายธุรกิจเต็มสูบอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าในปี 2562 อาร์เอสจะแข็งแกร่งที่สุด และเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้งหนึ่ง โดยตั้งเป้ารายได้รวมทั้งกลุ่มเติบโตไว้ถึง 5,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 37 ปีของธุรกิจ โดยรายได้หลักประมาณ 60% ยังมาจากกลุ่มธุรกิจ MPC โดยที่บริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนากลุ่มสินค้าใหม่ๆ จับมือกับแล็ปชั้นนำระดับโลกผลิตสินค้าที่สุดแห่งนวัตกรรมภายใต้แบรนด์ที่มีอยู่ให้มีความหลากหลาย ตรงความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของกลุ่มลูกค้าต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ยังได้เร่งขยายช่องทางขายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางสื่อออนไลน์ที่จะนําระบบ Data Analytics มาวิเคราะห์ใช้กับลูกค้าที่มีอยู่กว่าล้านรายให้กลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาระบบบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่ม​การซื้อซ้ำได้เช่นกัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ลูกค้าสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมมากขึ้นด้วย

“ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทให้มีความหลากหลายของประเภทสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการโฟกัสในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการทำกำไรสูง ตามด้วยการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในกลุ่มสื่อ เพลง และอีเว้นต์ ตามลำดับ ภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ​ ด้วยแนวคิด Horizontal Integration ที่มุ่งสร้างการเติบโตแนวราบ เปิดโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ โดยนำความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ MPC มาควบรวมหรือเสริมศักยภาพ (Synergy) กับธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการเจาะกลุ่มคนดูหรือแฟนเพลง เพื่อให้เปลี่ยนจากฐานแฟนคลับเป็นฐานลูกค้า ซึ่งเป็นระบบการจัดการธุรกิจแบบไร้กรอบที่ได้ผลลัพธ์สูงสุด”

สำหรับสถานีโทรทัศน์ช่อง ในปี 2562 คาดว่าจะสามารถรักษาฐานผู้ชมที่มีกว่า แสนราย ทั่วประเทศ และครองเรตติ้งเกาะกลุ่มเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของช่องทีวีเมืองไทยต่อไป ​เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ในกลุ่ม Mass Target อายุ 35 ขึ้นไป