“สิงห์ เอสเตท” หวังสร้างรายได้แบบมั่นคงควักทุน 15,000 ล้านลุยโปรเจ็กต์คอมเมอร์เชียล [PR]

เปิดตัวอาคารอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับโปรเจ็กต์ “สิงห์ คอมเพล็กซ์” เดอะ ลักชัวรี มิกซ์ ยูส คอมเพล็กซ์ โครงการลักชัวรี มิกซ์ ยูส บริเวณหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรี โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)  ซึ่งโครงการประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอ “ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” (THE OFFICE at SINGHA COMPLEX) ความสูง 42 ชั้น ที่มีโซนพื้นที่ค้าปลีกรวมร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้าน และคอนโดมิเนียมลักชัวรี “ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์” สูง 39 ชั้น จำนวน 319 ยูนิต  ซึ่งจะมีการส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงปลายปี 2562 

โปรเจ็กต์ “สิงห์ คอมเพล็กซ์” ทำเลที่ตั้งเดิมเป็นของสถานทูตญี่ปุ่น  บริเวณหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรี ถูกพัฒนาสู่ทำเลศักยภาพในย่านเขตธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ การเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคม ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ท่าเรืออโศกคลองแสนแสบ และทางพิเศษศรีรัช

คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เล่าว่า สิงห์ คอมเพล็กซ์ สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ประวัติศาสตร์ รวมถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมของบริษัทฯ มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยในส่วนของอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด บนพื้นฐานของความตั้งใจของ สิงห์ เอสเตท ที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ในการใช้ชีวิต (Premier Lifestyle Developer) ส่งมอบคุณภาพที่ดีที่สุดทั้งสินค้าและบริการ และที่สำคัญคือการส่งเสริมสังคมและสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืน

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจด้านคอมเมอร์เชียลของ สิงห์ เอสเตท ได้วางแผนธุรกิจด้านคอมเมอร์เชียล 5 ปี เจาะตลาดพรีเมียม ปัจจุบันเทรนด์ธุรกิจมิกซ์ยูสในกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาล ทำให้เกิดการพัฒนายกระดับหลายพื้นที่สู่การเป็นย่านธุรกิจ พาณิชยกรรม และที่พักอาศัยใหม่ๆ ซึ่งความท้าทายที่สำคัญคือการสร้างเมืองที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงการในปัจจุบันจะมุ่งเน้นเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำสมาร์ทเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวก แต่สิ่งที่ควรจะพิจารณาเพิ่มเข้ามาคือ การผสมผสานชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนเข้ามา ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีอัตลักษณ์ ที่จะสามารถดึงดูดทุกคนเข้ามา ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับ สิงห์ เอสเตท ธุรกิจด้านคอมเมอร์เชียล มีความสำคัญในการสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับ
สิงห์ เอสเตท เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง (recurring income) โดยบริษัทฯ จะขยายธุรกิจผ่านการพัฒนาโครงการใหม่ และการเข้าลงทุน(M&A) เมื่อสินทรัพย์มีการเติบโตถึงระดับที่เหมาะสม เราสามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้ ขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า (REIT)  เพื่อระดมเงินทุนสำหรับรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต  ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

คุณนริศ เล่าอีกว่า สิงห์ เอสเตท มีแผนการพัฒนาโครงการมิกส์ยูสโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อโค้ดเนมว่า Oasis บนถนนวิภาวดี-รังสิต มูลค่า 3,695 ล้านบาท  ความสูง 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่า (NLA) ประมาณ 53,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงาน และ พื้นที่ค้าปลีกบางส่วน ซึ่งจะใช้เวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 3 ปีนับตั้งแต่ต้นปี 2562 ส่วนภาพรวมธุรกิจคอมเมอร์เชียลของบริษัทฯ ได้วางงบลงทุนไว้ประมาณ 15,000 ล้านบาทสำหรับ 5 ปี (2019-2023) จากปัจจุบันที่เรามีพื้นที่ให้เช่าจากอาคารซันทาวเวอร์ส และสิงห์ คอมเพล็กซ์ อยู่ประมาณ 130,000 ตร.ม. ตั้งเป้าอีก 5 ปีจะมีพื้นที่ทั้งหมด 300,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นอีก 170,000 ตร.ม. ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่สิงห์ เอสเตทให้ความสำคัญ