วีเอ็มแวร์ชู “บริการแพลตฟอร์มปฏิบัติการคลาวด์” (Cloud Operations Services) ใหม่ สำหรับจัดการมัลติคลาวด์ พร้อมช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล [PR]

ที่งานวีเอ็มเวิลด์ 2018 (VMworld 2018) วีเอ็มแวร์ อิงค์ (NYSE: VMW) เปิดตัว วีเอ็มแวร์ คลาวด์ เซอร์วิส (VMware Cloud Services) ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายขององค์กรธุรกิจที่มีการใช้งานคลาวด์จากหลากหลายผู้ให้บริการหรือที่เรียกว่าการใช้งานแบบ “มัลติคลาวด์” (multi-cloud) ซึ่งจะช่วยให้ทีมต่างๆ ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ปฏิบัติการคลาวด์ ทีม DevOps ทีมรักษาความปลอดภัย และทีมที่จัดการเรื่องข้อบังคับขององค์กร สามารถทำงานร่วมกันเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายด้านคลาวด์ การดำเนินงาน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงจัดการระบบให้เป็นไปตามข้อบังคับขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริการแพลตฟอร์มปฏิบัติการคลาวด์แบบ SaaS ของวีเอ็มแวร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ประกอบไปด้วย บริการ cloud automation ใหม่, VMware Cloud Assembly, VMware Service Broker, VMware Code Stream ระบบการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ใหม่ และ compliance service รวมถึง VMware Secure State และ Wavefront by VMware ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ธุรกิจต่างๆ กำลังเริ่มใช้งานคลาวด์แบบมัลติคลาวด์มากขึ้น โดย Forrester รายงานว่า 89 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรใช้คลาวด์อย่างน้อย 2 คลาวด์ และ 74 เปอร์เซ็นต์ ใช้คลาวด์สาธารณะอย่างน้อย  3 คลาวด์[1] จากการใช้งานคลาวด์สาธารณะเพิ่มมากขึ้นทำให้องค์กรต่างๆ ต้องประสบกับความท้าทายในการใช้เครื่องมือและกระบวนการที่แตกต่างกันเพื่อจัดการคลาวด์ให้เป็นไปตามข้อบังคับขององค์กรรวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่น VMware Cloud Services ที่พัฒนาโดยวีเอ็มแวร์ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการจัดการคลาวด์ โดยถูกพัฒนาเพื่อมอบแพลตฟอร์มแบบครบวงจรเพื่อช่วยให้ทีมวิศวกรและทีมปฏิบัติการคลาวด์ สามารถมองเห็นการใช้งานทรัพยากรคลาวด์โดยรวม และสามารถจัดการค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการจัดการทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดค่าต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

รากูร์ รากูร์ราม หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ วีเอ็มแวร์ กล่าว “วีเอ็มแวร์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มจัดการคลาวด์ VMware vRealize ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำในด้านการจัดการคลาวด์ เพื่อนำเสนอชุดบริการ SaaS แบบบูรณาการเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านการจัดการการดำเนินงานของคลาวด์ทั้งบนคลาวด์สาธารณะและคลาวด์ขององค์กรได้ในรูปแบบเดียวกัน ด้วยแพลตฟอร์มปฏิบัติการคลาวด์ที่ครอบคลุม ลูกค้าจะสามารถเพิ่มมูลค่า เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และลดความเสี่ยงโดยรวมขององค์กร จากการที่สามารถจัดการคลาวด์, บำรุงรักษา และจัดการปริมาณงานที่เกิดขึ้นบนคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

บริการ VMware Cloud Automation  ผสานความรวดเร็วในการส่งมอบแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้

บริการ VMware Cloud Automation  คือ การรวมบริการคลาวด์ต่างๆ โดยใช้ความสามารถของ vRealize Automation ที่ได้รับรางวัลสำหรับการใช้งานแบบ on-premises มาแล้ว บริการเหล่านี้ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างและใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ บริการ VMware Cloud Automation  ประกอบด้วย VMware Cloud Assembly, VMware Service Broker และ VMware Code Stream บริการเหล่านี้ช่วยให้การจัดส่งแอพพลิเคชั่นเป็นไปอย่างคล่องตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้สามารถเลือกใช้งานคลาวด์ที่เหมาะสม รวมทั้งควบคุมความเสี่ยงได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานระหว่างทีมต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการเร่งสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจในองค์กร

  • VMware Cloud Assembly: นักพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องการประสบการณ์การใช้งานและการใช้โครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชั่นแบบอัตโนมัติในทั้งในคลาวด์สาธารณะและไฮบริดคลาวด์ Cloud Assembly ทำให้สามารถจัดเตรียมข้อมูลไม่ว่าจะบนคลาวด์ใดก็ตาม เช่น AWS, Azure และ VMware Cloud บน AWS ด้วย Cloud Assembly ทีมไอทีและทีมปฏิบัติการคลาวด์จะสามารถจัดการและจัดส่งโครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้สอดคล้องกับหลักการ DevOps ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ดีขึ้น
  • VMware Service Broker: Service Broker จะช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่หลากหลายและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างง่ายดายจากแค็ตตาล็อกเดี่ยวโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคลาวด์ ด้วย Service Broker ทีมปฏิบัติการสามารถควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร ควบคุมการใช้และบังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัยและนโยบายขององค์กรทั่วทั้งสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • VMware Code Stream: สำหรับการสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น โดยปกติแล้วทีมพัฒนาองค์กรต้องรวมสคริปต์ที่เขียนขึ้นด้วยตนเองและใช้เครื่องมือการจัดส่งแบบต่างๆ ซึ่งได้สร้างความท้าทายให้กับทีมจากปัญหาในการจัดส่งรวมถึงการมองเห็นภาพรวมและการแก้ไขปัญหาสำหรับการเผยแพร่โค้ด Code Stream ช่วยให้สามารถปล่อยโค้ดและแอพพลิเคชั่นได้แบบอัตโนมัติ ด้วยชุดความสามารถต่างๆ ที่ครอบคลุม สำหรับการติดตั้งแอพพลิเคชั่น การทดสอบและการแก้ไขปัญหา โดยสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือต่างๆ ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์นิยมใช้ และสนับสนุนการทำงานบนตลาวด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คลาวด์ในองค์กรของวีเอ็มแวร์ คลาวด์สาธารณะ และ VMware Cloud on AWS ด้วย Code Stream องค์กรต่างๆ จะสามารถส่งออกโค้ดและแอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็วขึ้นและลดเวลาในการแก้ไขปัญหาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น

VMware Secure State ช่วยลดความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์

คลาวด์มีความไดนามิกสูง หากมีการเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าต่างๆ ที่ถูกตั้งไว้โดยไม่ถูกตรวจสอบจะสามารถส่งผลร้ายแรงต่อธุรกิจได้ VMware Secure State จะช่วยระบุการละเมิดค่าต่างๆ ที่ได้ถูกกำหนดไว้แบบเรียลไทม์ โดยทำให้สามารถตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบการทำงานบนคลาวด์ต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับขององค์กรได้อย่างอัตโนมัติ VMware Secure State ช่วยองค์กรให้สามารถแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความปลอดภัยระหว่างทีมที่ดูแลคลาวด์ในองค์กรเพื่อช่วยป้องกันการละเมิดความปลอดภัยที่สามารถทำให้องค์กรสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาลได้ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมในองค์กร โดย VMware Secure State มอบประสิทธิภาพดังต่อไปนี้:

  • ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านความปลอดภัย: ช่วยจัดดัชนีคลาวด์ต่างๆ ที่องค์กรใช้งานและสร้างรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อหาช่องโหว่และภัยคุกคามที่เชื่อมต่อกันระหว่างบริการคลาวด์ต่างๆ รวมถึงให้ข้อมูลตามบริบทต่างๆ และภัยคุกคามแบบห่วงโซ่ สำหรับออบเจกต์ต่างๆ บนคลาวด์
  • ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์: ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบเรียลไทม์ โดยจะทำการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงออบเจกต์และเมื่อบริการที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ VMware Secure State จะช่วยให้องค์กรแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกด้านความปลอดภัยกับทีมต่างๆ ในองค์กรไม่ว่าจะเป็นทีมรักษาความปลอดภัย ทีมวิศวกรรมคลาวด์ และทีม DevOps
  • ปฏิบัติตามข้อบังคับองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง: รวมการตรวจสอบและรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนดองค์กร เพื่อให้ได้รายงานแบบครอบคลุมตามเป้าหมายแบบออนดีมานด์

 ขยายธุรกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นใจด้วยระบบวิเคราะห์และตรวจสอบขั้นสูง

Wavefront by VMware เป็นแพลตฟอร์มสำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ที่ช่วยให้ทีม DevOps  นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และทีมวิศวกรที่ตรวจสอบการทำงานของไซต์สามารถเข้าใจถึงประสิทธิภาพของเว็บแอพพลิเคชั่นต่างๆที่กระจายตัวอยู่ได้อย่างรวดเร็ว Wavefront ได้รับพัฒนาประสิทธิภาพดังต่อไปนี้:

  • รองรับการขยายคอนเทนเนอร์: โดยผลจากการทดสอบภายในของวีเอ็มแวร์พบว่า Wavefront สามารถป้อนข้อมูล วิเคราะห์ และแสดงข้อมูลเมตริก จาก 100,000 คอนเทนเนอร์
  • สนับสนุนการทำงานร่วมกับ Kubernetes: Wavefront ให้ข้อมูลเชิงลึกของ Kubernetes metrics แบบองค์รวมเพื่อช่วยตรวจสอบจุดบอด ด้วยการผนวกรวมกับบริการ Pivotal Container Service (PKS) ทำให้สามารถเริ่มต้นใช้งาน Wavefront ใน PKS ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถใช้โปรแกรมแจ้งเตือนล่วงหน้าสำหรับ KPIs ที่สำคัญ ใน clusters และ components ของ Kubernetes และมี kube-state metrics ที่ช่วยให้เข้าใจสถานะของ Kubernetes ภายใน PKS
  • การตรวจสอบแอพพลิเคชั่นไม่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์: Lambda SDK และแดชบอร์ดใหม่ ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถส่งรหัสแอพพลิเคชั่นไม่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ในขณะที่ Delta Counters ซึ่งเป็นเมตริกประเภทใหม่ให้รายงานที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • การแสดงภาพแบบใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ AWS UX: ฟีเจอร์ใหม่ๆ จะช่วยให้สามารถมองเห็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนคลาวด์สาธารณะ แอพพลิเคชั่นที่อยู่ในคอนเทนเนอร์ และ microservices topologies ได้แบบเรียลไทม์ หน้าแดชบอร์ด AWS ใหม่ของ Wavefront ช่วยเร่งเวลาในการแก้ไขปัญหา โดยการแสดงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเจาะลึกไปยังส่วนที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาได้ ในขณะที่ metric visualization widgets ใหม่ สามารถช่วยระบุความผิดปกติและสาเหตุของเหตุการณ์ได้เร็วขึ้น

ความเห็นของลูกค้า

อันจี กรีนน์ ผู้อำนวยการด้านความปลอดภัย Bazaarvoice กล่าวว่า “ถ้าคุณใช้งานคลาวด์สาธารณะ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการกำหนดค่าความปลอดภัย (security configuration) เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ การป้องกันและตรวจสอบ security configuration ในระบบคลาวด์ก่อนที่จะมีการติดตั้งมีความสำคัญมากแทนที่จะไปทำหลังติดตั้ง นอกจากนี้การบูรณาการการทำงานร่วมกับ DevOps ทำให้การรักษาความปลอดภัยเป็นแบบเชิงรุกแทนที่จะเป็นเชิงรับ ที่สำคัญ VMware Secure State ยังช่วยให้ทีม DevOps และทีมรักษาความปลอดภัยของเรามีข้อมูลที่ถูกต้องตรงหน้าเพื่อช่วยป้องกันช่องโหว่ของระบบคลาวด์”

สตีเว่น ฮาส ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชั่นสำหรับการรวมระบบคลาวด์ SAIC กล่าวว่า “SAIC รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการ beta และการใช้บริการ cloud automation ใหม่ของวีเอ็มแวร์ ซึ่งทำให้เราได้แบ่งปันข้อคิดเห็นเพื่อช่วยปรับปรุงรูปแบบบริการต่างๆ ระหว่างเข้าร่วมโครงการเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เช่น inline-code สำหรับนักออกแบบ การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบโค้ดและการทำงานร่วมกับคลาวด์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราหวังว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานมัลติคลาวด์ของลูกค้าของเราและช่วยให้สามารถขยายบริการของเราไปสู่ภาครัฐ”

ราลีย์ ชีคเคล uShip กล่าวว่า “uShip เป็นแพลตฟอร์มการจัดส่งออนไลน์ที่ใช้แนวทาง DevOps ทำให้สามารถปล่อยโค้ดได้มากถึง10 ครั้ง สำหรับการผลิตในหนึ่งวัน วิศวกรซอฟต์แวร์ของเราใช้ระบบการตรวจจับความผิดปกติใน Wavefront เพื่อตรวจสอบการติดตั้งโค้ดใหม่และสถานะของแอพพลิเคชั่น Wavefront ช่วยให้ทีมงานของเรามีข้อมูลเชิงลึกจากหลากหลายแหล่งข้อมูลทั่วทั้ง stack โดยมีรูปแบบการทำ query language ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเมตริกและการแจ้งเตือนและติดตามข้อมูลและการทำงานไซโลของทีมได้ เราได้พยายามระบุและแก้ไขปัญหาโค้ดบางอย่างกับโซลูชั่นอื่นๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เราไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวในแบบที่เราสามารถทำได้กับ Wavefront”

การวางจำหน่าย

สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ของ Wavefront by VMware ได้แล้ววันนี้ VMware Cloud Assembly, VMware Service Broker และ VMware Code Stream มีวางจำหน่ายแล้ว  VMware Secure State ปัจจุบันอยู่ในเวอร์ชัน public beta ไปที่ http://cloud.vmware.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VMware Cloud Services

[1] Forrester’s Global Business Technographics Infrastructure Survey, May 2017