อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ขยายฐานรุกตลาดออนไลน์เมียนมาเต็มรูปแบบ สร้างสรรค์กลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เจาะตลาดคนเมียนมา [PR]

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ นำทัพแฮปปิโอ้ (Happio) นักสร้างแอพพลิเคชั่น ผู้นำการสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อสังคมของโลกออนไลน์ ขยายฐานรุกตลาดออนไลน์ในประเทศเมียนมาเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก สร้างสรรค์กลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคชาวเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย และในประเทศเมียนมา รวมถึงคนไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปที่ประเทศเมียนมา ด้วยความแข็งแกร่งในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างโอกาส และพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์เทรนด์ไลฟ์สไตล์ของชาวเมียนมาอย่างแม่นยำ

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน (จัดอันดับโดยนิตยสารสเปเชี่ยล อีเว้นท์ แม็กกาซีน ประเทศสหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า “หลังจากที่อินเด็กซ์ฯ ได้บุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปี 2011 ในประเทศเมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว รวมถึงกลุ่มประเทศอื่นๆ นับว่าประสบความสำเร็จทั้งในเชิงธุรกิจ และการสร้างจุดยืนที่ชัดเจนของบริษัทฯ ที่ใช้ความแข็งแกร่งในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการงาน และการขยายธุรกิจอย่างหลากหลาย ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ของบริษัทให้เข้ากับยุคสมัย และสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา เรียกว่าอินเด็กซ์ฯ เข้าไปบุกเบิก และปูทางจนเป็นที่รู้จัก และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้รับผิดชอบงานเป็นจำนวนมากทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงแบรนด์ในประเทศ และแบรนด์ระดับโลก ใช้โมเดลธุรกิจที่ไทยยกไปใช้ที่เมียนมา โดยใช้อีเว้นท์เป็นใบเบิกทาง จนก้าวสู่เป็นผู้นำตลาดได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้ Creative Business Solutions ล่าสุดเล็งเห็นโอกาสการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม และไลฟสไตล์ของชาวเมียนมาที่มีการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป และได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน มีอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก นับเป็นโอกาสแจ้งเกิดของธุรกิจใหม่ๆ ทำให้อินเด็กซ์ฯ นำทัพบริษัท แฮปปิโอ้ จำกัด ผู้นำการสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อสังคมของโลกออนไลน์ บุกตลาดออนไลน์ในประเทศเมียนมาเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก มุ่งเป้าเป็นศูนย์กลางสร้างสรรค์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ที่เชื่อมโยงความต้องการ เจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคชาวเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย และในประเทศเมียนมา รวมถึงคนไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปที่ประเทศเมียนมา ด้วยความแข็งแกร่งในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างโอกาส และพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับกระแสยุคดิจิตอล และเทรนด์ไลฟ์สไตล์ชาวเมียนมาอย่างชัดเจน และแม่นยำ”

ด้านนายคณิต อร่ามกิจโพธา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แฮปปิโอ้ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยพฤติกรรมของชาวเมียนมามีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด มองหาวิถีชีวิตที่ทันสมัยมากกว่าเดิม ยอมจ่ายมากขึ้น ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สู่การปรับตัวเข้าสู่พื้นที่ของ ‘ออนไลน์ มาร์เก็ต’ แบบเต็มตัว จากวิถีชีวิตเดิม ‘ออฟไลน์’ นับเป็นจุดเปลี่ยน และโอกาสที่ดีที่ในการรองรับงานต่างๆ ในรูปแบบของดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพราะเป็นเครื่องมือที่ได้รับผลตอบรับได้ทันที ง่ายแก่การเข้าถึง และรวดเร็วที่สุดกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ผนวกกับความแกร่งของแฮปปิโอ้ ในการนำเสนอ Digital Solutions สำหรับธุรกิจ ด้วยจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างของแฮปปิโอ้ โดยให้บริการด้านออนไลน์ 3 ด้านหลัก คือ 1. ด้านการออกแบบซอฟท์แวร์ใช้งานง่าย และออกแบบกราฟฟิกบนออนไลน์แพลตฟอร์ม ให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์  2. ด้านการสร้างสรรค์ และพัฒนาเว็บไซด์ ระบบ และแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่หลากหลาย และ3. ด้านการวิเคราะห์ตลาด ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง (Online Marketing) วางกลยุทธ์การสื่อสาร และคอนเท้นท์อย่างมีประสิทธิภาพ ผสมกับไอเดียที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จับกลุ่มผู้บริโภคได้ถูกสถานที่ ถูกเวลา และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลาย ซึ่งการวางกลยุทธ์ของคอนเท้นต์ที่สอดคล้องกับผลวิจัย ต้องไม่ลืมบริบท และการมองผ่านมุมมองของคนเมียนมา และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเจ้าของสินค้า จะช่วยให้การสื่อสารประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยการสร้างตัวตนของแบรนด์ในมุมใหม่ๆ ผ่าน Facebook ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่คนเมียนมาบริโภคมากที่สุด และสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และผลิตภัณฑ์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และในปี 2018 แฮปปิโอ้เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Online communication ผนวกกับ On ground activities เพื่อสร้างสีสันให้ตลาด พร้อมมี Media Partner รายใหญ่ ที่สามารถเข้าถึงชุมชนคนเมียนมาในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ช่วยเสริมความแกร่ง และขับเคลื่อนงานต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี”

จากการเปิดตัวบุกตลาดออนไลน์ประเทศเมียนมาในครั้งนี้ นับว่าเป็นความท้าทายอีกหนึ่งก้าวของบริษัทในการรองรับตลาดต่างประเทศ และความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภคในประเทศเมียนมา ในรูปแบบของออนไลน์เป็นครั้งแรก โดยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างมาตรฐานการให้บริการได้อย่างดีที่สุด พร้อมตั้งเป้าในฐานะผู้นำการตลาดออนไลน์ในประเทศเมียนมา สู่การสร้างโอกาสระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน กล่าวทิ้งท้าย”