ณุศาศิริลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท พลิกโมเดลธุรกิจ ผุด 10 โครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร [PR]

%e0%b8%93%e0%b8%b8%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการขายและการลงทุนพร้อมเปิดโมเดลพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รับเทรนด์การดูแลสุขภาพชูจุดเด่นการท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ตั้งเป้าปี 2560 ด้วยยอดขาย 5,500 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,000 ล้านบาท

บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการขายและการลงทุนพร้อมเปิดโมเดลพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รับเทรนด์การดูแลสุขภาพชูจุดเด่นการท่องเที่ยวพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ตั้งเป้าปี 2560 ด้วยยอดขาย 5,500 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,000 ล้านบาท

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิศทางการธุรกิจของบริษัทในปี 2560 จะเน้นไปที่โมเดลธุรกิจล่าสุด พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่กับศูนย์สุขภาพครบวงจร 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ประกอบไปด้วย บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม โรงแรม  รีสอร์ท และศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม เพื่อตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวของโลก และพฤติกรรมการดูแล สุขภาพที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และอีก 30 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยและอื่น ๆ โดยรูปแบบการพัฒนาจะไม่ได้เน้นเพียงแค่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยในรูปแบบการขายเพียงอย่าง เดียว แต่เล็งไปถึงโอกาสทางด้านการลงทุนและมูลค่าผลตอบแทนแก่นักลงทุน ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ด้วย”

ณุศาศิริ ได้เปิด ณุศา มายโอโซน เขาใหญ่ โครงการบ้านพักอาศัย ที่ดินเปล่า โรงแรม และศูนย์สุขภาพครบวงจร บนเนื้อที่ 1,300 ไร่ บนทำเลที่ดีที่สุดของเขาใหญ่ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจับมือกับพันธมิตร ระดับโลกกลุ่มเมอเวนพิค (Mövenpick) เชนโรงแรมระดับไฮเอนด์จากประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ มาบริหารจัดการ และ พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการ ทางการแพทย์แบบองค์รวม (holistic medical) จากเยอรมนี

ทำตลาดผ่านผู้ชำนาญบริหารสินทรัพย์ เปิดขายบ้านพักอาศัย 2 โซนแรก จาก 7 โซน สามารถปิด ยอดขายและส่งมอบ ได้ถึง 98 เปอร์เซนต์ คิดเป็นมูลค่า 700 ล้านบาท ในระยะ เวลาเพียงแค่ 2 ปี นับจาก เปิดโครงการ ขณะเดียวกันก็เร่งดำเนินการ พัฒนาโรงแรมและศูนย์สุขภาพ ระดับไฮเอนด์ เปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาซึ่งขณะนี้ มียอดจองเข้าพักในส่วน โรงแรม และบ้านพัก แบบพูลวิลล่าเต็มไปจนถึงสิ้นปี

“จากผลการสำรวจและวิจัยของ Global Wellness Institute ในประเทศสหรัฐอเมริกา ชี้ว่ารีสอร์ทเพื่อ สุขภาพ (Wellness resort) จะโตขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดโลกภายในปี 2560 ซึ่งเรามองเห็นแล้วว่า ตรงนี้เป็นตลาดที่มีศักยภาพมีการเติบโตสูง และมีช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครลงทุนในประเทศไทย ที่ครบวงจรขนาดนี้ ขณะเดียวกันเราก็ยังมีแลนด์แบงค์ที่รอการพัฒนาอยู่เป็นจำนวนมาก ในเมืองที่ขึ้นชื่อ ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา จึงได้นำแนวคิด The Greatest Wealth is Health เพราะสุขภาพดีคือความมั่งคั่งที่แท้จริง รุกตลาดท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ พัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์และศูนย์สุขภาพ ครบวงจรอีก 10 โครงการ” นายวิษณุ กล่าวเสริม

โดยมีโครงการในจังหวัดภูเก็ต 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมสุขภาพ ณุศา ลายา  300 ยูนิต ณุศา ลายา คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์  170 ยูนิต โครงการ โรงแรมป่าคลอกทั้งในรูปแบบวิลล่าและห้องพัก 191 ยูนิต โครงการโรงแรมสุขภาพเชียงใหม่ 250 ยูนิต และโครงการเชียงใหม่คอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ 525 ยูนิต ในเมืองพัทยาได้แก่โครงการเลเจนด์ สยาม และสยามเลเจนด์ รีสอร์ท จำนวน 131 ยูนิต รวมถึง เขาใหญ่ คอลมาร์ คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์  320 ยูนิต และโรงแรม 62 ยูนิต ท้ายสุด ณุศา ซิตี้พระราม 2 เฟสที่ 2 51 ยูนิต

ณุศาศิริ ตั้งเป้าเจาะกลุ่มนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยได้เชนโรงแรมที่แข็งแกร่ง เมอเวนพิค (Mövenpick)และเชนอื่น ๆ ดูแลบริหารจัดการส่วนโรงแรม และมีพานาซี เมดิคอลเซ็นเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แบบองค์รวม (holistic medical) จากประเทศเยอรมนี สองพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เสริมศักยภาพ ทำตลาดทั้งในกลุ่มนักลงทุน นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ

จุดแข็งที่สำคัญของณุศาศิริคือการมีแลนด์แบงค์ที่ไม่มีภาระหนี้สิน และพัฒนาธุรกิจบนพื้นฐานของ  การ คิด…ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ ซึ่งหมายถึงการคิดทุกอย่างเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ของผู้บริโภค และนักลงทุน จึงมีความใส่ใจที่จะส่งมอบในสิ่งที่มากกว่าความต้องการพื้นฐานของ กลุ่มลูกค้า แน่นอนว่า โดยพื้นฐานยังคงอยู่ในเรื่องของการเลือกสรรทำเลที่ดีทีสุด ฟังก์ชันการอยู่อาศัย ที่สะดวกสบาย ตาม รายละเอียดของการใช้ชีวิตที่อาจแตกต่างกันไป ตามแต่ลักษณะนิสัยของกลุ่มคน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ทำให้แต่ละโครงการมีคาแรกเตอร์เฉพาะที่แตกต่างกันออกไปตามการออกแบบ

ในสามไตรมาสแรกของ ปี 2559 จวบจนถึงปัจจุบัน บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวม ประมาณ 1,000  ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าประมาณ 30 เปอร์เซนต์ อันเป็นผลมาจากปัญหาตลาดกลาง-ล่างมีกำลังซื้อชะลอตัวลง สาเหตุจากเป็นกลุ่มที่มีหนี้ ครัวเรือนสูง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการจึงไม่เป็นไปตามคาด รวมไปถึงการชะลอเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ ได้แก่ ณุศา ลายา ภูเก็ต  ณุศา เชียงใหม่ ณ ราธร และ ณุศา ซิตี้ พระราม 2 เฟส 2 โดยมียอดขายสะสมหรือแบ็กล็อกอยู่ที่ กว่า 550 ยูนิต คิดเเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ 540 ยูนิต และโครงการแนวราบ 11 แปลง โดยคาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นสุดไตรมาสสี่ บริษัทฯ จะมีตัวเลขรับรู้รายได้ที่ ประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 30 เปอร์เซ็นต์

“ในปีที่ผ่านมาเราได้ลงทุนไปกับการศึกษาและปรับโมเดลธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ โดยปรับสัดส่วนของการพัฒนาบ้านพักอาศัย และโรงแรม ตลอดจนเสริมเรื่องศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด และเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค โดยมี ช่องทางการขายผ่านทางผู้ชำนาญบริหารสินทรัพย์ และเสริมทัพผู้บริหารมืออาชีพด้านการตลาด   การลงทุน และธุรกิจโรงแรม”

“สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปีหน้า มองว่าปี 2558 – 2559 เป็นปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวมากที่สุด เนื่องมาจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจนมากนัก ในปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นจากมาตรการการลงทุน ภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะเริ่มต้นก่อสร้าง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ชัดเจนเป็น รูปธรรมมากขึ้น  ส่วนนักลงทุนที่สนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรลงทุนในกลุ่มที่มีมืออาชีพบริหารสินทรัพย์ ปีหน้าณุศาศิริตั้งเป้ารายรับไว้ที่ 5,500 ล้านบาท” นายวิษณุ สรุป

%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b8