Content Marketing ปั้นให้ดี ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์

0

contentmarketing

การทำ Content Marketing เป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาดในสมัยนี้ แต่ Content ที่ดีควรมีองค์ประกอบทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างสมดุล ตามคำจำกัดความที่ว่า “คอนเทนท์มาร์เกตติ้ง คือกระบวนการของการตลาดและธุรกิจในการสร้างสรรค์และกระจายความเกี่ยวเนื่อง พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้คอนเทนท์เพื่อให้ผู้รับสารเป้าหมายสนใจ เข้าถึง และมีส่วนร่วมอย่างเข้าใจ บนวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการตอบสนองของลูกค้าที่สามารถสร้างผลกำไรให้บริษัท” จากคำจำกัดความนี้เราจะเห็นได้ชัดว่าคอนเทน์มาร์เก็ตติ้งประกอบด้วยสองส่วน คือศาสตร์และศิลป์

ศิลป์: คอนเทนท์มาร์เกตติ้งจะไม่มีค่าเลย ถ้ามันไม่ใช่คอนเทนท์ที่ดี

เริ่มที่ศิลป์ ไม่มีความจำเป็นที่จะทำคอนเทน์มาร์เกตติ้งเลยถ้าคุณไม่พยายามสร้างคอนเทนท์ที่ดี จริงๆ แล้วคอนเทนท์ที่ควรสร้างไม่ใช่แค่คอนเทนท์ที่ดี แต่คือคอนเทนท์ที่สุดยอด เพราะมันคือการแข่งขันแบบตัวต่อตัวของที่สุดแห่งที่สุดบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่ความยากคือสิ่งที่ว่าสุดยอดนั้นคืออะไร?

คอนเทนท์ของคุณต้องน่าสนใจจริงๆ จะไม่มีใครอ่านคอนเทนท์ของคุณแน่ถ้ามันน่าเบื่อ Derek Thompson, Senior Editor ของ The Atlantic อธิบายสิ่งนี้ได้ดีว่า “แบรนด์ควรรักษามาตรฐานตัวเองไว้ให้ดีที่สุด หากแบรนด์ต้องการสร้างคอนเทนท์ที่ทรงพลัง พวกเขาควรสร้างบางสิ่งที่พิเศษ น่าสนใจในตัวมันเอง และไม่ใช่แค่หยิบสิ่งที่กำลังเป็นกระแสมาเล่น ผมคิดว่าแบรนด์ควรทำสิ่งที่เจ๋ง สดใหม่ และเหมาะกับแบรนด์ที่สุด” เมื่อฟังอย่างนี้แล้วคุณอาจจะคิดว่าแล้วถ้าคุณเป็นบริษัทเกี่ยวกับการเงินที่เข้าใจยากๆ ล่ะ จะทำคอนเทนท์ออกมาให้น่าสนใจขนาดนั้นได้อย่างไร เรามีตัวอย่างง่ายๆ เช่น มีบทความมากมายเขียนเกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า “ควรออมเงินเท่าไหร่ดี เพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณ” แน่นอนมันดูไม่น่าสนใจเลย แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็น “วิธีรับมือกับวิกฤติเมื่อเงินไม่พอเก็บเข้ากองทุนหลังเกษียณ” อันไหนดูน่าสนใจกว่ากัน?

แน่นอนว่าหลายๆ เรื่องก็ย่อมมีโอกาสซ้ำ แต่โลกนี้ก็ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน คุณอาจพบสิ่งใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ถ้าคุณใช้เวลากับมันมากพอ เว็บไซต์ Priceconomics อธิบายไว้ว่า “คุณต้องมีทัศนคติที่เชื่อว่าทุกอย่างบนโลกมีความน่าสนใจ ทุกอุตสาหกรรมมีประวัติความเป็นมา ทุกข้อมูลมีที่มาที่ไป และทุกคนมีเรื่องราวของตัวเอง” หน้าที่ของคุณในบทบาทของ Content Maketer คือการหามันให้เจอ

ศาสตร์: คอนเทนท์มาร์เกตติ้งจะไม่มีค่าเลย ถ้ามันไม่ก่อประโยชน์ให้กับธุรกิจ

ต่อที่ศาสตร์ ไม่มีความจำเป็นที่จะทำคอนเทน์มาร์เกตติ้งเลยถ้ามันไม่สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจของคุณ นั่นไม่ได้หมายถึงว่าคอนเทนท์ของคุณจะต้องเป็นไวรัลที่ดังทั่วบ้านทั่วเมือง หรือสร้างยอดขายได้นับร้อยล้านชิ้น เพราะนั่นไม่ใช่แผนของธุรกิจ อย่างที่ Priceconomics กล่าวไว้ “มีคอนเทน์มากมายที่ถูกแชร์อยู่ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นรูปสัตว์น่ารัก ข่าวกอซซิบดารา หรือบทวิจารณ์นู่นนี่ แต่เรื่องราวพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเข้าถึงลูกค้าของคุณ”

ดังนั้นมาลองดูกันอีกทีว่าคอนเทนท์ที่ดีและสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจควรจัดการอย่างไร

1. Brand Awareness: คอนเทนท์ที่ดีควรทำให้ลูกค้ารู้จักและสนใจผลิตภัณฑ์ และพวกเขาจะมองหาช่องทางไปยังเว็บไซต์ของคุณผ่านทางคอนเทนท์นั้น

2. Brand Health: คอนเทนท์นั้นควรพัฒนาและปรับเปลี่ยนความรู้สึกที่ผู้รับสารทางดิจิตอลมีต่อแบรนด์ของคุณ

3. Conversions: ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของคุณ กลายมาเป็นลูกค้าจริงๆ เพราะคอนเทน์ที่คุณสร้าง

4. Retentions: ลูกค้าที่ยังซื้อสินค้าหรือบริการของคุณต่อเพราะคอนเทนท์ที่คุณสร้าง

5. Monetization: ทำให้การทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งเป็นเสมือนอีกธุรกิจหนึ่งของคุณ โดยใช้วัตถุดิบที่ทำอยู่แล้วให้เกิดรายได้

ทุกกลุ่มธุรกิจไม่มีมาตรวัดที่ตายตัวที่จะประเมินผลว่าการทำคอนเทนท์มาร์เก็ตติ้งของคุณประสบความสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นการเข้าถึงกลุ่มผู้แนวโน้มจึงเป็นสิ่งสำคัญในที่สุด สิ่งที่คุณทำได้คือการทำ SEO ให้แบรนด์ของคุณถูกสามารถค้นเจอได้อย่างง่ายดาย โดยการเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมแทรกเข้าไปในคอนเทนท์เพื่อให้เกิดการติดอันดับการค้นหา และจะสร้างโอกาสที่ง่ายขึ้นในการทำให้ผู้ที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าเข้าถึงข้อมูลสินค้าและกลายมาเป็นลูกค้าที่แท้จริง

จุดสมดุล: ผสมผสานคอนเทนท์ที่น่าสนใจ กับคอนเทนท์ที่สร้างประโยชน์ใหแบรนด์เข้าด้วยกัน

สิ่งสำคัญคือการหาจุดที่พอดีทั้งในแง่ของศาสตร์และศิลป์ให้เจอ ไม่สุดโต่งเกินไปในทางใดทางหนึ่ง เพราะคอนเทนท์ที่มีคุณภาพต้องสามารถขายของได้ และดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้พร้อมๆ กัน เราจึงรวบรวม Check list มาให้คุณตรวจสอบคอนเทนท์ของคุณก่อนเผยแพร่ ว่าเป็นคอนเทนท์ที่มีทั้ง 2 ส่วนแล้วหรือยัง

1. คอนเทนท์นี้ดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่

2. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างหรือไม่

3. ไปในแนวทางเดียวกันกับเป้าหมายบริษัทหรือไม่

4. เป็นไอเดียที่สดใหม่หรือไม่

5. เหมาะสมกับแบรนด์หรือไม่

การทำคอนเทนท์ที่สามารถบลาลานซ์ทั้งศาสตร์และศิลป์ได้ จะสามารถดึงสร้างความรู้สึกสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายและขายของได้ สร้างกำไรและยอดขายให้กับแบรนด์ เป็นคอนเทนท์ที่มีคุณค่าและไม่สูญเปล่า

Source 

Comments are closed.