โอลิมปัส (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมปล่อยผลิตภัณฑ์กล้องและเลนส์ใหม่รุ่นล่าสุด ชูนวัตกรรมล้ำยุค และดีไซน์เหนือกาลเวลา [PR]

11บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด  นำโดย  มร.ชินโช  อิเคดะ  (Mr. Shinsho Ikeda)   กรรมการบริษัทและผู้จัดการ  ฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์   (Director and Division Manager ,   Imaging Product Division)   ได้จัดงานแถลงข่าว  “เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ กล้องและเลนส์ถึง  3 รุ่น “  ประเดิมปี  2559   คือ  PEN-F, รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ PEN   และ   กล้องคอมแพ็ค  Olympus Tough TG-870 ที่แข็งแรงทน ทานพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ   และ  เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้  M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว  ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก  ชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 6 Steps  ด้วยเทคโนโลยีการประสานการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหว  5 แกน

มร.ชินโช  อิเคดะ  เปิดเผยว่า  “ด้วยนโยบายบริษัทที่มุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับสังคมด้วยหลักการสำคัญ  3  ประการคือ   การซื่อสัตย์   การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ  และการมีส่วนร่วมทางสังคม  (Integrity,  Innovation,  Involvement)   และ วิสัยทัศน์  “Your Vision, Our Future”เปลี่ยนความคิดและความฝันของผู้คนให้เป็นความจริง   บริษัทจึงมีการพัมนาอย่างไม่หยุดยั้ง   โดยในปี  2559  นี้   โอลิมปัส (ประเทศไทย)  ได้ตอบสนองความต้องการของการใช้งาน ของผู้บริโภคในประเทศไทย   จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่  ที่มีนวัตกรรมล้ำยุค พร้อม ดีไซน์และสไตล์  ตลอดจน ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด   ประกอบด้วย  กล้องระดับไฮเอน  กล้องคอมแพค  และ เลนส์  ดังนี้

– ใหม่ Olympus PEN-F รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ PEN   ผสมผสานสไตล์ที่เหนือกาลเวลาด้วยความละเอียด20 ล้านพิกเซลพร้อมเซ็นเซอร์ MOSLive ด้วยการออกแบบสุดคลาสสิกที่ผสานคุณภาพและงานฝีมือชิ้นเอกใหม่ PEN-F มีเซ็นเซอร์ที่ให้ความละเอียดสูงที่สุดในระบบกล้องขนาดกะทัดรัดของโอลิมปัส และชัตเตอร์ซึ่งมี Time lag สั้นที่สุดในคลาส

– ใหม่ล่าสุด กล้องคอมแพ็ค Olympus Tough TG-870  ที่แข็งแรงทนทานพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ กับฟังก์ชั่นที่หลากหลายในการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ และหน้าจอ LCD ที่สามารถแสดงภาพได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะอยู่กลางแจ้ง  ในขนาดที่กะทัดรัดซึ่งอัดแน่นไปด้วย เลนส์ประสิทธิภาพสูง พร้อมพลังซูม 5 เท่า และให้มุมกว้างพิเศษ 21 mm  หน้าจอที่สามารถพลิกได้ 180 องศา ระบบ Wi-Fi และ GPS ตลอดจนหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง ซึ่งมีฟังก์ชั่นเพิ่มความสว่างสำหรับถ่ายภาพท่ามกลางแสงจ้าตอนกลางวัน

– ใหม่ล่าสุด เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 6 Steps ด้วยเทคโนโลยีการประสานการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกน    เลนส์ไพรม์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ระดับมืออาชีพใหม่ของโอลิมปัส ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่มีประสิทธิภาพ และให้ความละเอียดสูงที่สุดในระบบเลนส์ Zuiko เท่าที่เคยผลิตมา สำหรับกล้อง OM-D และ PEN   สำหรับจุดเด่น และ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ นั้น    มร.ชินโช  อิเคดะ  เปิดเผยเพิมเติมสำหรับแต่ละรุ่น  ดังนี้

 1. ใหม่ Olympus PEN-F รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ PEN   ผสมผสานสไตล์ที่เหนือกาลเวลาด้วยความละเอียด20 ล้านพิกเซลพร้อมเซ็นเซอร์ MOSLive ด้วยการออกแบบสุดคลาสสิกที่ผสานคุณภาพและงานฝีมือชิ้นเอกใหม่ PEN-F มีเซ็นเซอร์ที่ให้ความละเอียดสูงที่สุดในระบบกล้องขนาดกะทัดรัดของโอลิมปัส และชัตเตอร์ซึ่งมี Time lag  สั้นที่สุดในคลาส

PEN-F, รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ PEN ซึ่งเป็นระบบกล้องที่มีขนาดกะทัดรัดPEN-F มีการออกแบบสุดคลาสสิคที่ผสานคุณภาพและฝีมือระดับ Masterpiece ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพเชิงสารคดีและสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว PEN-F ใช้เซ็นเซอร์ MOS Live ความละเอียด20 ล้านพิกเซลและมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัว ซึ่งสามารถรองรับหรือชดเชยการสั่นของกล้องได้ถึง 5 EV Steps*1สำหรับการถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูงที่สุดด้วยมือเปล่า  พร้อม Shutter lag ที่สั้นที่สุดในบรรดากล้องในระบบกล้องขนาดเล็กใช้เวลาเพียง 44ms ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วของ PEN-F ช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ทันที ไม่พลาดโอกาสที่สำคัญ เพื่อถ่ายภาพในช่วงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีได้อย่างแม่นยำPEN-F มีคุณลักษณะพิเศษใหม่อย่าง Colour Profile ที่ให้สีสันของภาพถ่าย หรือให้ภาพขาวดำ ที่คล้ายกับฟิล์มคลาสสิคประเภทต่างๆ นอกจากนี้PEN-F ยังเป็นกล้องรุ่นแรกของOlympus PENที่มาพร้อมกับช่องมองภาพ OLED2.36 ล้านพิกเซล

จุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นกล้องสำหรับช่างภาพผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ และการออกแบบที่ดีเยี่ยมและมีคุณภาพ  โอลิมปัสPEN-F มีสไตล์ที่คลาสิคสวยงาม ด้วยแรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์ม 35mm OlympusPEN F ที่สง่างามในปี 1963PEN-F จึงเป็นงานฝีมือระดับ Masterpiece และโดดเด่นด้วยการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)  สีโลหะมันวาว  แป้นหมุนและสวิตช์ควบคุมต่างๆ แบบ Diamond-cut   เพื่อให้การสัมผัสที่ยอดเยี่ยม เเละการตอบสนองที่รวดเร็วของกลไกอินเตอร์เฟซต่างๆ ที่ช่วยให้ช่างภาพสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่หรูหราน่าสัมผัส

เซ็นเซอร์ใหม่Live MOS20 ล้านพิกเซลและหน่วยประมวลผลภาพTruePic VIIทำให้ PEN-F ให้ภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงที่สุดในบรรดาระบบกล้องขนาดกะทัดรัดของโอลิมปัส ร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกนVCMของโอลิมปัส และเลนส์ M.Zuikoที่ให้รายละเอียดสูง  คุณจึงมั่นใจได้ ในการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอที่ให้ภาพคุณภาพสูงสุดด้วยมือเปล่า  และยังมีโหมดการถ่ายภาพพิเศษHi-res Shot*4 PEN-Fสามารถถ่ายภาพนิ่ง (Jpeg)ที่มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล หรือ 80 ล้านพิกเซล RAW*5Files)ด้วยการถ่ายภาพแบบมัลติช็อตโดยขยับเซ็นเซอร์ทีละครึ่งพิกเซลในแต่ละช็อตแล้วรวมเป็นหนึ่งภาพโดยอัตโนมัติมีความละเอียดสูงทั้งรายละเอียดและสีสันที่ถูกต้องซึ่งมีคุณภาพที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่ากล้องแบบฟลูเฟรมคู่แข่ง

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่พลาดช่วงเวลาที่สำคัญ PEN-FมีShutter lagที่สั้นที่สุด*2ในบรรดากล้องในระบบกล้องขนาดเล็กใช้เวลาเพียง 44msด้วยสิ่งนี้จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการควบคุมแบบดิจิตอลและกลไกต่างๆรวมถึงระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูงของเลนส์Olympus M.Zuikoและนอกจากนี้PEN-F ยังมีโหมดSilent*6ที่ให้ช่างภาพสามารถถ่ายภาพในลักษณะพลางตัวหรือเข้าใกล้แบบได้โดยไม่มีเสียงการทำงานของกล้องมารบกวนเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในสถานที่ที่ห้ามใช้เสียงรบกวน

PEN-F เป็นกล้องรุ่นแรกของโอลิมปัสที่มีฟีตเจอร์Monochrome และColour Profile Control ที่สามารถใช้งานผ่านแป้นCreative Dial ที่ด้านหน้าซึ่งเป็นโพรไฟล์ของพรีเซ็ตที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งโทนและความอิ่มสีโดยให้ภาพถ่ายที่คล้ายฟิล์มคลาสสิคและฟิล์มขาวดำในโหมดMonochrome Profile สามารถเพิ่มเอฟเฟค “Film Grainเข้าไปในภาพถ่ายนอกจากนี้แป้นหมุนCreative Dial ยังช่วยให้สามารถเปิดใช้Art-Filter และColour Creator ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานตลอดจนการพรีวิวการผสมเฉดสีต่างๆและการปรับค่าความอิ่มสีได้ทันที

ใหม่ Olympus PEN-F:  คือ กล้องระดับ Masterpiece อย่างแท้จริงที่ผสานการออกแบบและเทคโนโลยีของการถ่ายภาพเข้าไว้ด้วยกัน

     2. ใหม่ล่าสุด กล้องคอมแพ็ค Olympus Tough TG-870  ที่แข็งแรงทนทานพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ กับฟังก์ชั่นที่หลากหลายในการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ และหน้าจอ LCD ที่สามารถแสดงภาพได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะอยู่กลางแจ้ง  ในขนาดที่กะทัดรัดซึ่งอัดแน่นไปด้วย เลนส์ประสิทธิภาพสูง พร้อมพลังซูม 5 เท่า และให้มุมกว้างพิเศษ 21 mm  หน้าจอที่สามารถพลิกได้ 180 องศา ระบบ Wi-Fi และ GPS ตลอดจนหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง ซึ่งมีฟังก์ชั่นเพิ่มความสว่างสำหรับถ่ายภาพท่ามกลางแสงจ้าตอนกลางวัน

กล้องคอมแพ็คดิจิตอล ที่มีความแข็งแรงทนทาน Tough TG-870 ซึ่งมีความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมโลดโผนกลางแจ้ง นักสำรวจ และสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก TG-870 มีเลนส์มุมกว้างที่สุดในบรรดากล้องคอมแพ็คประเภทเดียวกัน โดยมีมุมรับภาพกว้างถึง 21mm และซูมได้ 5 เท่า มีคุณสมบัติต่างๆ ที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ LCD ที่สามารถพลิกได้ 180 องศา ซึ่งมีความละเอียดที่ 920k พรัอมฟังก์ชั่นใหม่ Brightness-boost ที่เพิ่มความสว่างขึ้นอีกได้ถึง 2.6 เท่า เพื่อให้สามารถโพสภาพได้ง่ายขึ้นเมื่อใช้งานกลางแจ้ง TG-870 สามารถป้องกันน้ำได้ลึก 15m กันกระแทกได้ 2.1 เมตร ทนต่อแรงกดทับ 100kgf และยังสามารถทนต่อสภาพอากาศที่หนาวเหน็บได้ถึง  -10 องศาเซลเซียส

เลนส์ซูมมุมกว้างพิเศษ 21-105mm ของ Tough TG-870 ให้คุณสามารถถ่ายภาพในฉากที่กว้างสุดๆ  เช่น ทิวทัศน์ที่กว้างไกล หรืองานตกแต่งภายในที่คับแคบ และคุณสามารถทำการถ่ายภาพบุคคลแบบตัวต่อตัวได้อย่างใกล้ชิด  เพื่อให้ภาพถ่ายมีคุณภาพดีที่สุด  โอลิมปัสได้ใช้ชิ้นแก้วหรือชิ้นเลนส์ที่มีคุณภาพสูง ชนิดเดียวกับที่ใช้ในเลนส์ตระกูล Zuiko ที่ได้รับการยอมรับยกย่อง สำหรับกล้อง PEN และ OM-D

ฟังก์ชั่นใหม่ ออโต้โฟกัสล็อค, ซึ่งชดเชยหรือแก้ไข Distortion ที่ขอบของภาพให้โดยอัตโนมัติในการถ่ายเซลฟี่ด้วยมุมกว้างสุด และ USB Charger มีขนาดที่เล็กลง เหล่านี้ล้วนเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น ที่เห็นได้ชัดในรุ่นก่อนหน้า (TG-860)

TG-870 ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ ที่ต้องการกล้องที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน มีเลนส์ที่ยอดเยี่ยม และมีฟีเจอร์ล่าสุดสำหรับการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยม มันเป็นกล้องขนาดเล็กกะทัดรัดที่ใช้งานง่าย ที่คุณจะสามารถพกพาไปได้ทุกที่

     3. ใหม่ล่าสุด เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 6 Steps ด้วยเทคโนโลยีการประสานการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกน    เลนส์ไพรม์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ระดับมืออาชีพใหม่ของโอลิมปัส ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่มีประสิทธิภาพ และให้ความละเอียดสูงที่สุดในระบบเลนส์ Zuiko เท่าที่เคยผลิตมา สำหรับกล้อง OM-D และ PEN

22

เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ใหม่ล่าสุด M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO คือ เลนส์ระดับมืออาชีพใหม่ล่าสุด กับมาตรฐานใหม่ของระบบป้องกันภาพสั่นไหว ที่สามารถชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 6 Steps* ด้วยการใช้เทคโนโลยี การผสานการทำงานร่วมกันของระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกน (Synchronised 5-axis stabilisation technology) ของโอลิมปัสที่ได้พัฒนาขึ้น ด้วยระยะที่เทียบเท่าทางยาวโฟกัสถึง 600mm* และขนาดกะทัดรัด ที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อให้มีความคล่องตัวในการพกพาสูง สำหรับถ่ายภาพธรรมชาติ สัตว์ป่า มอเตอร์สปอร์ต และการรายงานข่าว เลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ใหม่ เป็นเลนส์ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในระบบเลนส์ Zuiko ของโอลิมปัส และสามารถใช้งานได้กับกล้องในระบบ Micro Four Thirds ทุกรุ่น ตลอดจนกล้องวีดีโอ

เลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ใช้เทคโนโลยีใหม่ของโอลิมปัส “Sync Image Stabilisation” (IS) ทำให้มีเสถียรภาพสูงที่สุดในโลก เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ถึง 61 Steps นอกจากนี้ยังเป็นเลนส์รุ่นแรกในระบบเลนส์ Zuiko ของโอลิมปัส ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวออฟติคอล เมื่อใช้กับบอดี้กล้อง Olympus OM-D E-M1*2 หรือ E-M5*2 Mark II ระบบ IS ในเลนส์ ทำงานร่วมกับระบบ IS ในบอดี้กล้อง ทำให้เป็นระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ยอดเยี่ยม มากกว่าการใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง  “Sync IS” คือเทคโนโลยีใหม่ ที่ใช้การทำงานร่วมกันของระบบป้องกันภาพสั่นไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการชดเชยการขยับของกล้องทั้งห้าแกน ชึ่งมีความมีเสถียรภาพหรือความมั่นคงสูง สำหรับการถ่ายภาพด้วยเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถ่ายภาพด้วยมือเปล่า (Handheld) มีประโยชน์มากกับช่างภาพภาคสนาม และช่างภาพวีดีโอที่ต้องการอุปกรณ์พกพาที่มีคุณภาพสูงสุด

เลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ใหม่ เป็นเลนส์ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในระบบเลนส์ Zuiko System ของโอลิมปัส  ใช้ชิ้นเลนส์ที่มีประสิทธิภาพสูง เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ แต่ค่อนข้างบาง เพื่อให้เลนส์มีความกะทัดรัดและน้ำหนักเบา การจัดวางชิ้นเลนส์ประกอบไปด้วย 17 ชิ้นเลนส์ ใน 10 กลุ่ม รวมทั้งเลนส์ Super ED (Super Extra-Low Dispersion) 3 ชิ้น

ทั้งหมดนี้ ช่วยให้สามารถถ่ายทอดความละเอียดได้อย่างสุดยอดและแทบไม่มีความผิดเพี้ยนเลย  ตลอดจนการนำ  “Z Coating Nano” สำหรับป้องกันแสงสะท้อนที่มีประสิทธิภาพสูง ออฟติคที่มีคุณสมบัติคล้ายแก้วที่มีดัชนีการหักเหของแสงสูง ช่วยลดการเกิดแสงฟุ้ง (Ghost) และแสงแฟร์ (Flare) ได้อย่างยอดเยี่ยม

M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO มีระบบโฟกัสที่ยอดเยี่ยม ใช้เวลาเพียง  400ms*3 เพื่อให้สามารถโฟกัสได้อย่างแม่นยำ จากระยะอินฟินิตี้ไปที่ 5 เมตร กับ OM-D E-M1 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมระดับผู้นำในบรรดาเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้  เลนส์มีความเร็วของ AF ที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถโฟกัสไปที่สัตว์ป่า หรือการเล่นกีฬาที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว สามารถถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย และมีความแม่นยำสูง ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 1.4 เมตร*5 (กำลัง ขยายที่ 0.24x) ทำให้สามารถถ่ายภาพ โดยเข้าใกล้ได้มากขึ้น สำหรับภาพวัตถุธรรมชาติขนาดเล็ก

 เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย มีการปิดผนึก (sealing) ถึง 17 จุด เพื่อปกป้องชิ้นส่วนภายในจากฝุ่นและความชื้น รวมกับกล้องระดับมืออาชีพ OM-D E-M1 หรือ กล้องสำหรับผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพอย่าง E-M5 Mark II ซึ่งบอดี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ เลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO จึงสามารถใช้งานในสถานที่เปียกชื้น ในทะเลทราย หรือในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บได้อย่างมั่นใจ

 M.Zuiko MC-14 tele-converter (กำลังขยาย 1.4x) มีขนาดกะทัดรัดและทนทานต่อสภาพอากาศ สามารถใช้ร่วมกับเลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO เพื่อเพิ่มทางยาวโฟกัสเป็น 420mm (840mm*) ด้วยการออกแบบทางออฟติคของ MC-14 tele-converter มาเป็นอย่างดี จึงยังคงรักษาคุณภาพของภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ร่วมกับเลนส์ใหม่นี้

เลนส์ M.Zuiko Digital ED 300mm F4.0 IS PRO ใหม่ มีความสมบูรณ์แบบดั่งปรัชญาของโอลิมปัส กับระบบกล้องชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ ประสิทธิภาพสูง ที่ทันสมัย และให้ความคล่องตัวสูง

สำหรับ  แนวความคิดเบื้องหลังคติพจน์ “Your Vision, Our Future” คือการทำความเข้าใจในความฝันและความปรารถนาของลูกค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ่านทางการวิจัยค้นคว้าอย่างไม่มีการสิ้นสุด นี่คือจิตวิญญาณพื้นฐานของกิจกรรมองค์กรของเราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับตั้งแต่การก่อตั้งของเรา   มร.ชินโช อิเคดะ  กล่าวปิดท้าย