KTC เอาใจ หนุ่ม-สาว ออฟฟิศ พร้อมรุกตลาด กลุ่มคนทำงานอิสระ

ผู้บริหาร-–-ช่องทางการจัดจำหน่าย------“เคทีซี

“บัตรกรุงไทย” หรือ เคทีซี ขอลุยเพิ่มยอดสินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิต โดยรุกตลาดผ่านการเปิดช่องทางการขาย เอาท์ซอร์ส เซลส์ ซึ่งเป็นช่องทางที่เคทีซีทำตลาดผ่านช่องทางนี้มากว่า 11 ปี และมีตัวแทนกว่า 4,000 ราย และกลุ่มเป้าหมายที่ KTC สนใจเป็นพิเศษคือ คนทำงานออฟฟิศ และกลุ่มอาชีพอิสระ เช่น ขายตรง

เพราะว่าอยากขยายฐานลูกค้าทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลให้ได้อีก 380,000 ราย ในครึ่งปีหลัง แบ่งเป็น บัตรเครดิต 280,000 ราย และสินเชื่อส่วนบุคคลอีก 100,000 ราย ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น ดังนั้น KTC จึงต้องเพิ่มช่องทางการขายโดยเพื่มจำนวน เอาท์ซอร์ส เซลส์ จาก 4,000 รายให้เป็น 6,000 ราย รวมทั้งติวเข้มพนักงานสาขาของธนาคารกรุงไทยที่มีกว่า 1,200 สาขาให้เข้าใจถึงผลิตภัณฑ์และมีทักษะในการเชิญชวนให้ลูกค้าหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของ KTC เพิ่มเติม ปัจจุบันสัดส่วนช่องทางการขายของ KTC แบ่งเป็น เอาท์ซอร์ส เซลส์ 40%, ธนาคารกรุงไทย 45%, ธนาคารออมสิน 8%, สาขาเคทีซี ทัช2-3%, ขายทางโทรศัพท์ 2-3% และอื่นๆ

โดยกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ KTC คาดหวังก็คือ กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งเริ่มทำงาน(First Jobber) ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทชั้นนำของแต่ละธุรกิจ เช่น กลุ่มสื่อสาร การเงิน การธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว การโรงแรม และกลุ่มอาชีพอิสระ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “MY First Card” หวังว่าจะเป็นบัตรใบแรก แล้วกลายเป็นความผูกพันสร้างความทรงจำดีๆ แล้วใช้บริการต่อไปเรื่อยๆ ในส่วนของอาชีพอิสระนี้ เมื่อขยายความลงไปจะพบกว่า KTC เน้นที่กลุ่มผู้ประกอบการขายตรง หรือขายประกัน ที่ทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำ มีหลักฐานทางการเงิน เช่น สลิปธนาคารหรือการจ่ายภาษีที่แสดงให้เห็นว่ามีรายได้เฉลี่ย 380,000 บาท/ ปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดขั้นต่ำที่ 180,000 บาท/ ปี ด้วยซ้ำ เหตุผลที่ KTC ต้องรุกตลาดที่คน 2 กลุ่มนี้เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่น่าจะกระทบโดยตรงกับคนที่มีรายได้น้อย จึงต้องมองหาตลาดใหม่ๆ

สุรางค์ มงคลอาีรีย์พงษ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร- ช่องทางการจัดจำหน่าย อธิบายถึงพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มอาชีพอิสระว่า “เป็นกลุ่มคนที่ต้องเดินทางและใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งบางครั้งใช้บัตรดิตหรือบางครั้งก็ต้องการใช้เงินสด จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ดีกับทั้งผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนทั้งหมดหลักล้าน ในส่วนที่ทำงานอยู่ในบริษัทอันดับท็อปก็น่าจะมีหลักแสนราย ขณะที่จากเดิมอาจจะมีกฎเกณฑ์ที่ทำให้ทำบัตรเครดิตได้ยาก เราก็เลยคิดว่ามีศักยภาพ แต่หลักเกณฑ์ของเราก็ค่อนข้างเข้มงวด อาจจะต้องขอหลักฐานมากสักหน่อย และเราก็จะมีแคมเปญต่อเนื่องในคอนเซ็ปท์ MY First Card ให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรของเรา”

ช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา จำนวนใบสมัครขอให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลสูงขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน KTC อนุมัติสมาชิกรายใหม่ ประมาณ 170,000 ราย แบ่งเป็น บัตรเครดิต 120,000 ราย และสินเชื่อบุคคลอีก 50,000 ราย ส่วนยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตขึ้น 11% ขณะที่อุตสาหกรรมอยู่ที่ 8%