HomePR Newsวีซ่าชูศักยภาพไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำ ผนึกผู้นำหลายภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยว [PR]

วีซ่าชูศักยภาพไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำ ผนึกผู้นำหลายภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยว [PR]

แชร์ :

(แถวบนจากซ้าย: ทิเซียนา เบียงโก รองประธานและหัวหน้าฝ่าย Cross-Border Travel and Commercialisation วีซ่า,

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ซียี ลิม หัวหน้าฝ่าย Cross-Border ประจำ วีซ่า เอเชียแปซิฟิก, อเดลีน คิม ผู้จัดการประจำกลุ่มประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และรองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Clients & Acquirers ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก วีซ่า, แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำ วีซ่า ประเทศไทย, แดเนียล จิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ประจำเอเชียแปซิฟิก วีซ่า และ ที.อาร์. รามจันดรัน หัวหน้าฝ่าย Product & Solutions ประจำเอเชียแปซิฟิก วีซ่า)

(แถวล่างจากซ้าย: ปริฉัตร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ, คุณกานดาภร กรานแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานส่งเสริมการขาย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด,วรลักษณ์  ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จากัด, นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), สตีเฟน คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก วีซ่า, เรนาโต รามอส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์องค์กร Star Alliance,   โบนิต้า ปุย แยง วู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เอดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้จัดการทั่วไป Trip.com สิงค์โปร์, ศรัณย์ ลดาวรรษ์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด และอานนท์ วิทยะสิรินันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย Asiatique the Riverfront Destination)

วีซ่ายกระดับบทบาทของ Visa Destinations ประเทศไทย ในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวไทย โดยรวบรวมผู้นำจากภาคบริการทางการเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และภาครัฐ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า นวัตกรรม ความร่วมมือ และระบบการค้าที่เชื่อมโยงถึงกัน จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและเสริมศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำของโลกได้อย่างไร

สตีเฟน คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า

Visa Destinations ประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวีซ่าในการสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านการช่วยดึงดูดนักเดินทาง ยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน และขยายโอกาสให้แก่ธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น ในช่วงเวลาที่การเดินทางขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ และเชื่อมต่อด้วยดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โครงการนี้จึงมุ่งเสริมศักยภาพให้กับทุกช่วงของเส้นทางการเดินทาง ผ่านนวัตกรรมการชำระเงิน ข้อมูลเชิงลึก ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการขยายการรับชำระเงินของร้านค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

วีซ่ายังได้เผยแนวโน้มการเดินทางล่าสุดที่กำลังกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการเติบโต โดยมีแรงหนุนจากนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคกำลังซื้อสูงที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง จุดเน้นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขยับไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งขึ้น การใช้จ่ายที่สูงขึ้น และการกลับมาเยือนซ้ำ

ด้วยเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และประสบการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม อาหาร เวลเนส ความบันเทิง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ ประเทศไทยจึงมีศักยภาพสูงในการต่อยอดจากแนวโน้มเหล่านี้ ประกอบกับฐานนักท่องเที่ยวนานาชาติที่มีความหลากหลาย ประเทศไทยจึงยังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์

นอกจากนี้ วีซ่ายังเปิดเผยผลการศึกษาจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026[1] ฉบับล่าสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยรายงานระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคข้ามพรมแดนในประเทศไทยเติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงแรงส่งอย่างต่อเนื่องของการเดินทางระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั่วโลก

ข้อมูลดังกล่าวยังตอกย้ำถึงเสน่ห์ของประเทศไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและเยอรมนี อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าจำนวนผู้เดินทาง คือการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่กลับมาเยือนซ้ำ ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของมูลค่าทางการท่องเที่ยว แม้กลุ่มนี้จะคิดเป็นเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่กลับสร้างการใช้จ่ายขาเข้ารวมสูงถึง 34%

ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นอีกว่า นักเดินทางได้สัมผัสกับประเทศไทยในมิติที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าการช้อปปิ้งและที่พักยังคงเป็นหนึ่งในหมวดการใช้จ่ายหลัก แต่หมวดที่เติบโตโดดเด่นกลับรวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารบริการด่วน การซื้ออาหารและของชำ ตลอดจนประสบการณ์ด้านอาหารและการกินดื่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในการเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ความคาดหวังของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับจุดหมายปลายทาง ธุรกิจ และชุมชนทั่วประเทศ เมื่อการเดินทางขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ และเชื่อมต่อผ่านดิจิทัลมากขึ้น โอกาสสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและคุ้มค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางไม่เพียงแค่มาเยือน แต่ยังอยากมีส่วนร่วมกับจุดหมายปลายทางอย่างลึกซึ้ง และพร้อมออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในประเทศไทยมากขึ้น และกลับมาเยือนบ่อยขึ้น ที่วีซ่า เรามุ่งมั่นทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศ เพื่อช่วยปลดล็อกการเติบโตระยะต่อไปของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคโดยรวม”

การเสวนาในหัวข้อดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Visa Client Connect 2026 ซึ่งเป็นเวทีประชุมระดับภูมิภาคประจำปีของวีซ่า ที่รวบรวมผู้นำจากภาคการชำระเงิน ธนาคาร เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว โดยภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากวีซ่า สถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค ผู้ประกอบการค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวจากประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางที่จุดหมายปลายทางต่าง ๆ จะสามารถคว้าโอกาสการเติบโตระยะต่อไปของการเดินทาง ผ่านนวัตกรรม ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทาง

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัว Visa Destinations สะท้อนถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค และความมุ่งมั่นของวีซ่าในการสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว โดยโครงการ Visa Destinations นี้ วีซ่าร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน และสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจาก VisaNet นวัตกรรมการชำระเงิน ความร่วมมือในระบบนิเวศ และการขยายการรับชำระเงินดิจิทัล เพื่อสนับสนุนทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การวางแผนและจองทริป ไปจนถึงการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในทุกจุดหมายปลายทาง

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น เพิ่มการกลับมาเยือนซ้ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการค้าจำนวนมากขึ้นสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ภายใต้ Visa Destinations ประเทศไทย วีซ่าได้ขยายเครือข่ายผู้ประกอบการค้าในย่านทรงวาดแล้วกว่า 50 ราย ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบหนึ่งในย่านวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความสนใจของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งรองรับการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น

เพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนดังกล่าว วีซ่าตั้งเป้าขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 56,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร้านค้าในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ค้าปลีก ที่พัก การขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว เวลเนส และประสบการณ์ท้องถิ่น ความพยายามเหล่านี้สะท้อนบทบาทของวีซ่าในการสนับสนุนความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษาสถานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น คุ้มค่า และครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น

[1] รายงาน Visa Thailand Travel Pulse Report 2026 อ้างอิงจากข้อมูลธุรกรรมของ VisaNet ณ เดือนพฤษภาคม 2026


แชร์ :

You may also like