
จาก “White Space” สู่ “Zadi & Jo” แบรนด์ความงามที่เข้าใจวัยเรียน
นางสาวทรงสมร ฮัทเท็ท ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Chief Growth Officer) บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากการมองเห็นช่องว่างในตลาด เนื่องจากยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผิวของวัยเรียนอย่างแท้จริง ประกอบกับความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจคนวัย 10-20 ปี ทั้งในด้านสภาพผิว ความรู้สึก และการค้นหาตัวตน จึงเป็นที่มาของ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แบรนด์ที่ต้องการให้การดูแลตัวเองเป็นประสบการณ์ที่สนุก อ่อนโยน และช่วยเสริมความมั่นใจอย่างเหมาะสมกับวัย เพราะช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างสมดุล
Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) วางตำแหน่งแบรนด์ในฐานะ “The First Thai Beauty Brand Built Exclusively for Ages 10-20” หรือแบรนด์ความงามไทยรายแรกที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อกลุ่มอายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ ซึ่งมีจำนวนราว 9 ล้านคน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม ภายใต้แนวคิด “Clean & Playful Beauty” ที่ผสานความอ่อนโยน ความสนุก และความมั่นใจไว้ในแบรนด์เดียว
Teen Love, Parent Trust ชนะใจทั้งสองเจเนอเรชัน
อีกหนึ่งความน่าสนใจของโมเดลธุรกิจคือการตอบโจทย์ผู้บริโภคสองกลุ่มพร้อมกัน ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นผู้ใช้งานจริง และกลุ่มผู้ปกครองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Brand Positioning ภายใต้แนวคิด “Teen Love, Parent Trust” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของวัยรุ่นกับความคาดหวังของผู้ปกครอง เพื่อให้แบรนด์ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) เป็นที่รักของลูกและได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่ไปพร้อมกัน
ในมิติของวัยรุ่น แบรนด์ให้ความสำคัญกับดีไซน์ สีสัน ประสบการณ์การใช้งาน และการสื่อสารที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ในมิติของผู้ปกครอง แบรนด์มุ่งเน้นการพัฒนาสูตรที่อ่อนโยน เรียบง่าย ปลอดภัย และเหมาะสมกับผิววัยกำลังเติบโต
“จุดแข็งของแบรนด์อยู่ที่การตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตน และผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเหมาะสมของสูตร เราเชื่อว่าการสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน คือหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในตลาดนี้”
สิ่งที่ทำให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แตกต่างจากแบรนด์ความงามทั่วไป คือการวางบทบาทของแบรนด์ในฐานะ “Complete Beauty Ecosystem” สำหรับวัยรุ่น แนวคิดดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นบน 3 แกนสำคัญ ได้แก่
1. Skin Health – การดูแลสุขภาพผิวผ่านสกินแคร์ที่ช่วยเสริม Skin Barrier และสร้างสมดุลให้ผิวแข็งแรง
2. Self-Expression – เมคอัพที่เปิดพื้นที่ให้วัยรุ่นได้แสดงตัวตนอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับช่วงวัย
3. Emotional Identity – น้ำหอมที่ช่วยสะท้อนบุคลิก อารมณ์ และความรู้สึกของผู้ใช้งาน
การรวมทั้งสามมิติเข้าด้วยกันทำให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตไปพร้อมกับวัยรุ่นในทุกมิติของการดูแลตัวเอง ตั้งแต่ผิวพรรณ บุคลิกภาพ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจจากภายใน
Clean & Playful Beauty นิยามใหม่ของความงามวัยเรียน
หัวใจสำคัญของแบรนด์อยู่ภายใต้แนวคิด “Clean & Playful Beauty” ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่า ความงามสำหรับวัยรุ่นควรเป็นเรื่องของความสุข ความมั่นใจ และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง มากกว่าการวิ่งตามมาตรฐานความงามที่กดดัน ปรัชญาของแบรนด์ยึดหลักสำคัญ 5 ประการ ได้แก่
- อ่อนโยนต่อผิววัยกำลังเติบโต
- Less is More เลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น
- ส่งเสริม Natural Glow และความมั่นใจในแบบของตนเอง
- ทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสนุกในชีวิตประจำวัน
- ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของแบรนด์ ซึ่งได้รับการพัฒนาด้วยส่วนผสมสมัยใหม่ อาทิ Prebiotic, Peptides, Biomimetic Lipids, Vitamin C และ Upcycled Ingredients ภายใต้แนวคิด Clean Formulation ที่เน้นประสิทธิภาพควบคู่กับความอ่อนโยน
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของแบรนด์คือ Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นไทยด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้ง่าย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ขณะที่ Barrier Babe Day & Night Skin Barrier Cream ได้รับการพัฒนาจากอินไซต์สำคัญของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เผชิญปัญหา Skin Barrier อ่อนแอจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับช่วงวัย
นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อผิววัยเรียนแล้ว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ยังต่อยอดสู่กลุ่มเมคอัพและน้ำหอม ภายใต้พันธกิจในการสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจโลกของวัยเรียนอย่างรอบด้าน โดยแบรนด์มองว่า “ความมั่นใจ” ของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีผิวที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ค้นพบและแสดงออกถึงตัวตนในแบบที่ตัวเองเป็น ตั้งแต่การดูแลผิว การเลือกเมคอัพลุคที่ชอบ ไปจนถึงการเลือกกลิ่นหอมที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวเอง
ในกลุ่มเมคอัพ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) นำเสนอแนวคิด Makeup Meets Skincare ผ่าน ลิปทินต์ Clean Girl Softening Lip Tint และ คุชชั่น Fluffy Fit Soft & Glow Cushion SPF50+ PA++++ ผลิตภัณฑ์ที่ผสานการแต่งหน้าและการบำรุงผิวไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้วัยรุ่นสามารถสนุกกับการแต่งหน้าได้อย่างมั่นใจ พร้อมดูแลผิวไปในเวลาเดียวกัน โดยยังคงแนวคิดความอ่อนโยน ความเป็นธรรมชาติ และความเหมาะสมกับวัยเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกัน การเปิดตัว “Very Perfume Collection” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ในการต่อยอดความเข้าใจสู่หมวดน้ำหอม หลังจากใช้เวลาศึกษาพฤติกรรม ความชอบ และมุมมองเรื่องความหอมของวัยรุ่นยุคใหม่อย่างใกล้ชิด จนค้นพบว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ น้ำหอมไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เพิ่มความหอม แต่เป็นหนึ่งในภาษาของการแสดงออกถึงตัวตน (Self-Expression) ที่ช่วยสะท้อนบุคลิก อารมณ์ และความรู้สึกในแต่ละวัน
อินไซต์ดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา Very Perfume Collection ภายใต้แนวคิด Skin Scent Perfume หรือความหอมที่กลมกลืนไปกับผิว ให้ความรู้สึกสะอาด สดใส และเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน มากกว่าการเป็นเพียงน้ำหอมที่ฉีดเพิ่มเข้าไป พร้อมถ่ายทอดผ่าน 5 กลิ่น 5 คาแรกเตอร์ ที่สะท้อนความหลากหลายของวัยรุ่นยุคใหม่ และสนับสนุนให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจในแบบที่เลือก
สร้าง Community ก่อนสร้างยอดขาย
Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) วางกลยุทธ์การเติบโตบนแนวคิด Digital-First ผ่านการสร้าง Community และการสื่อสารแบบสองทางกับผู้บริโภค ปัจจุบันแบรนด์วางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ชั้นนำ ได้แก่ Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมสร้างการรับรู้ผ่าน Instagram, Facebook, TikTok และ LINE Official Account ขณะเดียวกัน แบรนด์เตรียมขยายสู่ช่องทางค้าปลีกอย่างเต็มรูปแบบ โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์จะเริ่มวางจำหน่ายในร้าน Beauty Store ชั้นนำอย่าง EveandBoy เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นในช่องทางออฟไลน์
กลยุทธ์ Omnichannel ดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เชื่อมโยงกันทุก Touchpoint ตั้งแต่การค้นพบแบรนด์บนโลกออนไลน์ การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในร้านค้า ไปจนถึงการกลับมาซื้อซ้ำและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค “เราไม่ได้มองการเติบโตเพียงแค่ยอดขาย แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Community และ Brand Trust ควบคู่กันไป เพราะหากแบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับผู้บริโภคได้ตั้งแต่ช่วงวัยนี้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะมีคุณค่าในระยะยาวอย่างมาก” นางสาวทรงสมร กล่าวเสริม
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและความยั่งยืน
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวัยแล้ว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษคราฟท์ที่สามารถรีไซเคิลได้ การลดชั้นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการใช้ Water-Based Printing ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ Upcycled Ingredients ยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับวัตถุดิบ ลดการสูญเสียทรัพยากร และสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในทุกมิติของการใช้ชีวิต
ก้าวสู่ Thailand’s Leading Teen Beauty Brand
ด้วยจุดแข็งด้าน First-Mover Advantage การเป็นแบรนด์ไทยรายแรกที่มุ่งเน้นตลาดวัย 10-20 ปีอย่างชัดเจน ควบคู่กับโมเดล Teen Love Parent Trust ระบบนิเวศความงามครบวงจร และการสร้าง Emotional Storytelling ผ่านตัวละคร Zadi และ Jo ทำให้แบรนด์มีศักยภาพในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม Teen Beauty ของไทยในระยะยาว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) ตั้งเป้าสู่การเป็น Thailand’s Leading Teen Beauty Brand พร้อมขยายการเติบโตไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีพฤติกรรมผู้บริโภคและวัฒนธรรมการบริโภคความงามใกล้เคียงกับประเทศไทย “เราเชื่อว่า Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) สามารถเติบโตจากแบรนด์ไทยสู่การเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ของ Teen Beauty ในเอเชีย เป้าหมายของเรา คือการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างวัยรุ่นในช่วงเวลาสำคัญของการเติบโต ช่วยให้พวกเขาดูแลตัวเองอย่างพอดี สนุก และมั่นใจในแบบของตัวเอง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับตัวเอง และระหว่างผู้ปกครองกับลูกผ่านผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย” นางสาวทรงสมร กล่าวทิ้งท้าย
ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) กำลังก้าวจากการเป็นแบรนด์ความงามสัญชาติไทยสู่การเป็นผู้นำการสร้างวัฒนธรรม Teen Beauty ยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงสุขภาพผิว การแสดงออกทางตัวตน และการเติบโตทางอารมณ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการส่งมอบคุณค่าเชิงบวกให้กับคนรุ่นใหม่ในระยะยาวอย่างยั่งยืน





