ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และผู้ประกอบการรายย่อยต้องรับมือกับต้นทุนที่ผันผวน “โลตัส” (Lotus’s) เดินหน้าแคมเปญครั้งสำคัญ “โลตัส ไทยช่วยไทยพลัส” ยกระดับบทบาทธุรกิจค้าปลีกสู่ “Ecosystem” ที่เชื่อมโยงความคุ้มค่าทั้งสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและเครือข่ายสาขาทั่วประเทศไว้ด้วยกัน เพื่อตอกย้ำการเป็น “Happy Mall” ของทุกชุมชน
แคมเปญดังกล่าวต่อยอดความสำเร็จของ “โรลแบ็ค” และการตรึงราคาสินค้าจำเป็นของโลตัสตั้งแต่ต้นปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อย สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโคงการอย่างคึกคักตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา
“โลตัส ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นการสะท้อนบทบาทที่ชั
คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “โลตัส ไทยช่วยไทยพลัส เป็นมากกว่าแคมเปญส่งเสริมการขาย แต่เป็น Ecosystem ของความคุ้มค่าที่เชื่อมโยงทั้งสินค้า ราคาที่เข้าถึงได้ สิทธิประโยชน์แก่สมาชิกมายโลตัส (My Lotus’s Member) และการใช้ฐานข้อมูล (Data) เพื่อมอบประสบการณ์การจับจ่ายที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปพร้อมกัน”
โลตัส ไม่ใช่แค่ “โปรแรง” เน้นความคุ้มค่าระยะยาว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโลตัสโดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์โปรโมชั่นแก่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป สมาชิกมายโลตัส และในครั้งนี้เช่นกันกับไฮไลท์ ซื้อ “แพ็กเกจลดค่าครองชีพ” ราคาเพียง 69 บาท เพื่อรับคูปองส่วนลดรวมมูลค่า 300 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ไข่ ข้าวสาร น้ำดื่มแบบแพ็กหรือน้ำอัดลม น้ำมันพืช กระดาษทิชชู่ โดยทยอยรับคูปองส่วนลด 20 บาท รวม 15 ใบ (ใช้ลดได้ 5 ใบ/เดือน) ต่อเนื่องนาน 3 เดือน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวให้ทุกครอบครัวอย่างตรงจุด หรือจะเป็น “แพ็กเกจกินช้อปสุดคุ้ม” ราคาเพียง 69 บาท รับคูปองส่วนลดมูลค่ากว่า 300 บาท ครอบคลุมทั้งโซน Supermarket และ Mall ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลดฟู้ดคอร์ท 50 บาท รวม 3 ใบ (เมื่อซื้อบัตรฟู้ดคอร์ทแบบไม่แลกคืน 120 บาท) คูปองส่วนลดโลตัส 50 บาท (เมื่อช้อปสินค้าโซนซูเปอร์มาร์เก็ตครบ 300 บาท) และคูปองส่วนลด Happy Set จาก Major Cineplex
นอกจากนี้ โลตัสยังยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่านคูปองเฉพาะสมาชิกมายโลตัสบน Lotus’s Smart App วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละราย เพื่อมอบคูปองส่วนลดเฉพาะบุคคลให้ลูกค้าได้รับดีลที่ “ตรงใจและคุ้มค่าจริง” สะท้อนเทรนด์ค้าปลีกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization
ขยายฐานตลาด B2B ด้วยโมเดล “ซื้อเยอะ ราคาขายส่ง” ใกล้บ้าน
ปีนี้ โลตัสฉายภาพความเป็นเพื่อนคู่คิดด้านความคุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยออกมาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านโมเดล “ซื้อเยอะ ราคาขายส่ง” ที่เดินหน้าขยายโอกาสให้ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร ร้านโชห่วย และธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ ได้เข้าถึงสินค้าราคาขายส่งได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องซื้อในปริมาณมากแบบร้านค้าส่งขนาดใหญ่ แถมยังสะดวก ใกล้บ้าน มาเมื่อไหร่ก็สามารถช้อปสินค้าได้ครบ จบ ในที่เดียว
“ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากกำลังมองหาโซลูชันที่ช่วยบริหารต้นทุนได้จริง โลตัสจึงต้องการเป็นมากกว่าศูนย์ค้าปลีก แต่เป็นพาร์ทเนอร์ด้านความคุ้มค่าที่ช่วยให้ร้านเล็กบริหารธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น ทั้งในแง่ต้นทุน สภาพคล่องและโอกาสในการสร้างกำไร” คุณวรวรรณ กล่าว
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือ การจำหน่ายสินค้ายกแพ็กกว่า 350 รายการพร้อมราคาพิเศษหมุนเวียนในทุกสัปดาห์ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว และสินค้าอาหารสด ยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ ทั้งหมูและไก่ กว่า 24 รายการ ขนาด 5 กิโลกรัมขึ้นไปในราคาขายส่ง เพื่อตอบโจทย์ทั้งการซื้อเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และการซื้อเพื่อประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการบริหารต้นทุนให้คล่องตัวมากขึ้น
การเปิดตัว “โลตัส ไทยช่วยไทยพลัส” ครั้งนี้ สะท้อนทิศทางใหม่ของธุรกิจค้




