จากการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามทางออนไลน์ของ JET in Thailand ที่มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 413 คน จาก 6 ภูมิภาค 45 จังหวัด พบว่า “ค่าไฟแพง” เป็นตัวจุดประกายอันดับแรกที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป หรือ การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา แต่กว่าจะตัดสินใจติดตั้งได้จริงต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือ “เงิน” และ “ข้อมูล” เสียงจากการสำรวจความคิดเห็นสะท้อนว่าผู้คนต้องการการสนับสนุนด้านข้อมูลเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์รวมถึงช่างที่น่าเชื่อถือ และกลไกสนับสนุนด้านเงินทุน อาทิโครงการโซลาร์คนละครึ่ง ที่รัฐออกเงินทุนค่าติดตั้งให้ครึ่งหนึ่ง
ด้วยอินไซต์ดังกล่าว นำมาสู่การจัดงาน “Energy Playground รวมพลคนอยากมีไฟ (แดด) เล่น ทดลอง จุดพลังให้โลก” โดย makesense Asia องค์กรไม่แสวงกำไรระดับภูมิภาค พร้อมด้วย พันธมิตรหลัก Greenpeace Thailand และ JET in Thailand เนรมิตรพื้นที่เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาด และยุติธรรมสำหรับคนทุกเพศทุกวัย งานครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดสำหรับทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็สามารถพูดเรื่องพลังงานได้ เพราะพลังงานเป็นเรื่องของทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่าไฟฟ้าของครัวเรือนไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงก๊าซนำเข้า ในขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านไฟแดด หรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังไม่ถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ไฮไลท์งานนี้ เริ่มด้วยวงพูดคุยและเสวนา 3 เวที ประเดิมด้วย เชฟอู๋และการทำอาหารในโลกที่ร้อนขึ้น ที่ได้ เชฟอู๋ สิทธิกร จันทป ผู้ก่อตั้งร้านอัคคี มาเล่าถึงเบื้องหลังแนวคิดของความพยายามในการสร้างระบบอาหารแบบ closed-loop หรือการพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด “เราพยายามปลูกผักเอง เลี้ยงไก่เอง เป็นการบริหารตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำอาหาร แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เอาเปลือกปูมาทำเป็นอาหารไก่ หรือเอาเศษวัตถุดิบจากการทำอาหาร มาทำปุ๋ย โดยคำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัยกับลูกค้าภายในร้านของเราเป็นหลัก เพื่อให้วงจรที่เกิดขึ้นกลายเป็นความยั่งยืนกับการบริโภคอาหารควบคู่กับธุรกิจ
โดยต้นทุนหลักอีกส่วนที่มีความสำคัญไม่แพ้กับในธุรกิจนี้ก็คือ “พลังงาน” เพราะในแต่ละวันร้านอาหารต้องใช้ตู้แช่ ใช้แอร์เพื่อบริการลูกค้า และใช้ไฟตลอดเวลา ตรงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งต้นทุนใหญ่ของเรา ขณะเดียวกันก็มีส่วนที่ปล่อยคาร์บอนเยอะมาก เราเลยเริ่มคิดว่า เราจะพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานได้ไหม เช่น การใช้ไฟแดดหรือพลังงานแสงอาทิตย์”
ด้วยเชฟอู๋เชื่อว่า ความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญของธุรกิจอาหาร เนื่องจากวิสัยทัศน์ที่ร้านต้องการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้มากที่สุด เพราะเชื่อในเสน่ห์วัตถุดิบไทยว่ามีความแตกต่างและจุดเด่นตามแต่ละพื้นที่ แต่เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ก็ส่งผลต่อที่มาของอาหารด้วย
“เราพยายามรักษาวัตถุดิบบางอย่างไม่ให้หายไป ตอนนี้บางอย่างเริ่มหายากขึ้น เช่น มะพร้าวทับสะแกที่ใช้ทำกะทิ ซึ่งมีรสชาติหอมมันเหมาะกับการใช้ทำแกงกะทิและขนมไทย เพราะปัญหา climate change ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย วันหนึ่งมันอาจจะหายไปจริง ๆ เหมือนผักหรือผลไม้บางอย่างในอดีต” เชฟอู๋เผย
จาก “ผู้เชี่ยวชาญ” สู่ “เสียงของประชาชน” กิจกรรม Power Café โดย Greenpeace Thailand ร่วมกับ ใบตอง จรีรัตน์ Miss Earth 2021 ให้แนวคิดตั้งต้นว่า “เราอาจมีผู้เชี่ยวชาญมากพอแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือเสียงของประชาชน” จึงร่วมกับ JET in Thailand เปิดให้ทำแบบสอบถามเกี่ยวกับความสนใจในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อรวบรวมข้อมูล และจัดกิจกรรม Power Café เพื่อเปิดพื้นที่รับฟัง และส่งเสียงสะท้อนถึงภาครัฐ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรม ต้องเริ่มจากการรับฟังผู้ที่ใช้พลังงานจริงในชีวิตประจำวัน
จากเรื่องในบ้าน สู่เรื่องของระบบพลังงาน บทสนทนาในกลุ่ม “งานบ้านที่รัก” ที่มีสมาชิกมากกว่า 1.9 ล้านคนสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนเริ่มหันมาสนใจเรื่องพลังงานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้ระบบ ToU (Time of Use) ไปจนถึงการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านเพื่อใช้ไฟแดด
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังคงมีคำถามสำคัญ เช่น ควรลงทุนหรือไม่ คุ้มค่าหรือเปล่า และควรเริ่มต้นอย่างไร
จีน่า จากเพจ “จั๊ดบ้าน” มองว่าโซลาร์เซลล์ไม่ใช่เพียงทางเลือกด้านพลังงาน แต่เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อความมั่นคงในชีวิต “โซลาร์เซลล์คือการลงทุนเพื่อเตรียมเกษียณ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับบ้าน” และ “บ้านในอนาคตอาจไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นหลุมหลบภัยด้วย” จีน่ากล่าว
นอกจากนี้ เจ้าของเพจจั๊ดบ้าน ยังยกตัวอย่างสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต้องเผชิญปัญหา PM2.5 อย่างหนัก จนทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาพิจารณาการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
ภายในงานยังมีการออกแบบกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่ช่วยทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นเรื่องที่ “จับต้องได้” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงเทคนิค ทั้งกิจกรรม รถของเล่นพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองประกอบและใช้ไฟแดดแข่งขันกันจริง และ ดนตรีบำบัดที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากวง Isan Wellness Soundscape








