HomePR NewsEconomist Impact จัดงานสัมมนา Sustainability Week Asia ประจำปี ครั้งที่ 5 ตอกย้ำปฏิญญา ดึงดูดการลงทุน และชูความยั่งยืนเป็นแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ [PR]

Economist Impact จัดงานสัมมนา Sustainability Week Asia ประจำปี ครั้งที่ 5 ตอกย้ำปฏิญญา ดึงดูดการลงทุน และชูความยั่งยืนเป็นแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ [PR]

แชร์ :

Economist Impact

Economist Impact เตรียมจัดงานสัมมนาสัปดาห์ความยั่งยืนเอเชียประจำปี ครั้งที่ 5 หรือ 5th Annual Sustainability Week Asia ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยจะมีผู้นำระดับสูงกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน ซึ่งการจัดงานในปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสำรวจกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน และการสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจ โดยมีหัวข้อสำคัญในการสัมมนา ได้แก่ การขยายพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างความยั่งยืนสู่การใช้งาน AI การจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ 3 ในห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนเหตุผลที่ภูมิภาคเอเชียต้องรีบบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เดวิด ฟอน ไอฟฟ์ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก สถาบัน CFA (David von Eiff Director, Global Industry Standards, CFA Institute) ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “งานสัมมนาสัปดาห์ความยั่งยืนเอเชียถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการปรึกษาหารือถึงวิธีการต่างๆ ที่องค์กรภาคการเงิน หน่วยงานสาธารณะ องค์กรการกุศล และทุนเอกชน จะสามารถปฏิบัติร่วมกันเพื่อเร่งรัดและขยายการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเอเชียที่มากขึ้น”

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดมกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอสซีจี กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “งานสัปดาห์ความยั่งยืนเอเชียถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเสวนาและสร้างความร่วมมือกันระหว่างผู้นำในหลายภาคส่วน ผมตั้งตารอคอยที่จะได้แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน”

รายชื่อวิทยากรในงานสัมมนา Sustainability Week Asia ประจำปี ครั้งที่ 5 จากองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมความยั่งยืน ได้แก่

  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • ทาเคฮารุ ยามานากะ นายกเทศมนตรี นครโยโกฮาม่า (Takeharu Yamanaka, Mayor, Yokohama)
  • สเตฟานี ซีเวอร์ส กรรมการผู้จัดการ ฟิลิปส์ เอเชียแปซิฟิก (Stephanie Sievers, Managing Director, Philips APAC)
  • อดัม ซัฟเฟียน กาซาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินแอร์เซลังงอร์ (Adam Saffian Ghazali, Chief Executive, Air Selangor)
  • แมนซี มาดาน ทริปาธี รองประธานอาวุโส Shell Lubricants ประจําภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประธานกรรมการบริหาร Shell India (Mansi Madan Tripathy, Senior Vice-President, Lubricants, Asia-Pacific, and Country Chair, India, Shell)
  • คริสทีน เอ็งสตรอม ผู้อำนวยการทั่วไป ฝ่ายภาคส่วนที่ 3 ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Christine Engstrom, director general, Sectors Department 3, Asian Development Bank)
  • พรพรหม วิกิจเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของกรุงเทพมหานครและที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร
  • เยซมิน เทคเมน สตู๊บ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนกลุ่ม IHH Healthcare (Yasemin Tecmen Stubbe, group chief sustainability officer, IHH Healthcare)
  • โรฮินี เบห์ล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน L’Oreal SAPMENA (Rohini Behl, Chief Sustainability Officer, L’Oreal SAPMENA)
  • เควิน มอนเตโร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Japfa (Kevin Monteiro, Executive Director and Chief Financial Officer, Japfa)
  • คริสโตเฟอร์ กานิส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Indonesia Investment Authority (Christopher Ganis, Chief Investment Officer, Indonesia Investment Authority)
  • โกะ เค็ง เซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาพลังงานแห่งความยั่งยืนมาเลเซีย (Koh Keng Sen, Chief Operating Officer, Sustainable Energy Development Authority, Malaysia)
  • อิดารา หวง กรรมการผู้จัดการ ประเทศไทย Mondelēz International (Idara Huang, Managing Director, Thailand, Mondelēz International)
  • เอรี วิโบโบ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Indonesia Infrastructure Finance (Eri Wibowo, Chief Financial Officer, Indonesia Infrastructure Finance)
  • สเปนเซอร์ โลว์ หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Google (Spencer Low, Head of Regional Sustainability, Asia-Pacific, Google)
  • เอริค แวน สทีน รองประธานฝ่ายห่วงโซ่อุปทาน Bridgestone เอเชียแปซิฟิก (Eric Van Steen, Vice-President, Supply Chain, Bridgestone Asia-Pacific)
  • เมลินดา กู๊ด ผู้อำนวยการฝ่าย ประเทศไทยและเมียนมาร์ ธนาคารโลก (Melinda Good, Division Director for Thailand and Myanmar, World Bank)
  • ฟรานเซส อาร์นส์ หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย Michelin (Frances Arns, head of sustainability, East Asia & Oceania, Michelin)

สามารถดูรายชื่อวิทยากรทั้งหมด ได้ที่นี่

กำหนดการของงานประกอบด้วยการประชุมร่วมกันในรูปแบบแพลนนารีที่น่าสนใจ โดยจะมีการสัมภาษณ์วิทยากรหลัก (Keynote) และนำเสนอกรณีศึกษาต่างๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสำรวจโซลูชันที่สามารถขยายผลได้จริงในการสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว โดยมีผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้นำในองค์กรธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงวิทยาศาสตร์ รวมถึงตัวแทนจากองค์กรพหุภาคี ซึ่งทั้งหมดต่างมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความพยายามด้านความยั่งยืน

อัฟซาล โมฮ์ซินประธานฝ่ายกิจการองค์กรและความยั่งยืนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Vale กล่าวถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “Vale ได้ลงทุนมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโครงการลดคาร์บอนตั้งแต่ปี 2020 ด้วยการสร้างเครือข่ายด้านคุณค่าอย่างกว้างขวางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราหวังว่าจะได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ที่เป็นเหตุเป็นผลของเราในการเปลี่ยนผ่านในงานครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นที่นวัตกรรม ความร่วมมือ และการพัฒนาสังคมเป็นหลัก”

ก่อนการขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับศักยภาพของเอเชียในการสร้างการเติบโตสีเขียวผ่านความร่วมมือในภูมิภาค บรู๊ค คันนิงแฮม รองประธานอาวุโสของ Corteva และประธาน Corteva ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ—เทคโนโลยีการเกษตรได้เปิดโอกาสสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหารที่มากขึ้น รวมถึงความยั่งยืน ผลผลิตต่างๆ จากข้าว ทุเรียน ไปจนถึงมัสตาร์ด การส่งมอบเทคโนโลยีเหล่านี้ไปสู่เกษตรกรจะช่วยให้พวกเขาเพิ่มขีดความสามารถในการเสริมสร้างชุมชนและสร้างระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ ในการอภิปรายจะมีการสำรวจว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ในห่วงโซ่การผลิตของตนได้อย่างไร โดยในหัวข้อนี้ จอห์น เดวิส กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ ACT Group กล่าวว่า “การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะขึ้นอยู่กับขอบเขตที่ 3 ซึ่งบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องทำงานประสานกันอย่างเร่งด่วนระหว่างผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย และการจัดสรรเงินทุน เพื่อผลักดันให้อัตราการลดการปล่อยก๊าซในห่วงโซ่คุณค่าเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและสามารถทำได้ในปริมาณมาก”

ในส่วนของการลดการปล่อยก๊าซในภาคธุรกิจโมบิลิตี้ ทาน มิน ยิ รองประธานอาวุโส เครือข่ายโมบิลิตี้ เอเชีย

ของเชลล์ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศการเคลื่อนที่ในเอเชียต้องการมากกว่าการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาวิ่งบนท้องถนน ภูมิภาคนี้มีโอกาสสำคัญในการเร่งความก้าวหน้า โดยการนำผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ให้บริการด้านพลังงาน และผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาทำงานแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อขยายโซลูชันที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าถึงได้ และสร้างผลกระทบในระยะยาวอย่างรวดเร็ว”

และในประเด็นที่เกี่ยวกับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยไม่เพิ่มภาระต่อสภาพภูมิอากาศ ชาราด โซมานี หัวหน้าฝ่ายการให้คำปรึกษาด้าน ESG ประจำสิงคโปร์และหัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ KPMG กล่าวว่า “AI สามารถนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน—สร้างมูลค่า ความยืดหยุ่น และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน รวมถึงกำหนดการและลิงก์สำหรับลงทะเบียนร่วมงาน สามารถดูได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน

รายชื่อผู้สนับสนุนงานสัมมนา Sustainability Week Asia ประจำปี ครั้งที่ 5 ได้แก่ PETRONAS, KPMG, Shell, ACT Group, CFA Institute, Corteva, SAP, SCG, Tenaga Nasional Berhad, Vale และ United Nations Global Compact


แชร์ :

You may also like