HomeBrand Move !!“ดุสิตธานี” สรุปปี 68 สร้างสถิติเซ็นสัญญาโรงแรมใหม่ 24 แห่ง สูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัท ปีนี้ปักหมุดเปิดทั่วโลกกว่า 1,400 ห้อง

“ดุสิตธานี” สรุปปี 68 สร้างสถิติเซ็นสัญญาโรงแรมใหม่ 24 แห่ง สูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัท ปีนี้ปักหมุดเปิดทั่วโลกกว่า 1,400 ห้อง

แชร์ :

กลุ่มดุสิตธานีโชว์แผนปี 2569 ปักหมุดเปิดให้บริการโรงแรมใหม่กว่า 1,400 ห้อง ในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลางและตลาดเกิดใหม่ หลังจากสร้างสถิติพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568 ด้วยการลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

คุณชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าปี 2569 กลุ่มดุสิตธานีพร้อมเดินหน้าแผนการเติบโตต่อเนื่อง โดยมุ่งเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านยุทธศาสตร์ในการทำตลาด ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนทางการเมือง กระบวนการด้านกฎระเบียบ ความพร้อมด้านการก่อสร้าง ตลอดจนปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในแต่ละประเทศ

กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนศักยภาพมาตรฐานแบรนด์ไทยของกลุ่มดุสิตธานีในเวทีสากล

ขณะที่ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการขยายธุรกิจ จากแรงกดดันด้านต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น และความคาดหวังของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่กลุ่มดุสิตธานียังคงยึดแนวทางการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นความชัดเจนของแบรนด์ สะท้อนถึงการดำเนินงานอย่างมีวินัย และความสามารถในการนำโครงการออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเจ้าของโครงการ

แม้ว่าจำนวนการเซ็นสัญญาจะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่กลุ่มดุสิตธานียังคงใช้หลักความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการมากกว่าการมุ่งขยายจำนวนโรงแรมเพียงอย่างเดียว โดยปรับกลยุทธ์หันไปมุ่งเน้นโครงการปรับปรุงอาคารเดิม (Conversion) และโครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) ซึ่งมีระยะเวลาการพัฒนาสั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็วกว่าโครงการกรีนฟิลด์ (Greenfield) แบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และการควบคุมคุณภาพการดำเนินงานในแต่ละตลาด

แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านหลายโครงการที่มีทั้งการลงนามสัญญาและเปิดให้บริการภายในปี 2568 อาทิ ดุสิต โฮเทล เอจี พาร์ค (Dusit Hotel AG Park) เมืองเฉิงตู ประเทศจีน, ดุสิตดีทู เฟย์ดู มัลดีฟส์ (dusitD2 Feydhoo Maldives) และ ทานตะวันเต็นท์แคมป์  (Tantawan Tented Camp) จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดุสิตธานีในการดำเนินโครงการได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการรักษามาตรฐานแบรนด์ และการสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ดุสิตดีทู เฟย์ดู มัลดีฟส์ (dusitD2 Feydhoo Maldives)

ขณะเดียวกันการพัฒนาโครงสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระดับนานาชาติ โดยมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ แบรนด์ เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ (Devarana – Dusit Retreats) แบรนด์ ดุสิต คอลเลคชั่น (Dusit Collection) และแบรนด์ ดุสิต โฮเทลส์ (Dusit Hotels) ที่ช่วยขยายการเข้าถึงตลาดตั้งแต่กลุ่มลักชัวรีด้านสุขภาพ โรงแรมลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์ ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าระดับบน ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวและพันธมิตรด้านการลงทุนได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ขณะนี้มีโรงแรมที่ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการของกลุ่มดุสิตธานีอีกมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ด้วยกลยุทธ์สร้างการเติบโตที่มุ่งเน้นการคัดเลือกสินทรัพย์และทำเลที่เหมาะสม ควบคู่กับการใช้แบรนด์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ และสร้างผลประกอบการที่ยั่งยืน

จากแรงส่งในปี 2568 ทำให้คาดว่าปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของการเปิดโรงแรมใหม่ในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เมียนมา ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ความสำเร็จของโครงการ “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ประกอบด้วย โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พื้นที่สำนักงานระดับพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าสุดหรู ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาและบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนของกลุ่มดุสิตธานี

ปัจจุบัน กลุ่มดุสิตธานี มีโครงการในความดูแลทั่วโลกจำนวน 296 แห่ง ใน 18 ประเทศ แบ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ท 58 แห่ง และวิลล่าหรูเพื่อการเช่า 238 แห่ง ครอบคลุม 9 แบรนด์ ตั้งแต่ระดับไลฟ์สไตล์ไปจนถึงลักชัวรีเฉพาะตัว

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like