Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้
คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK กล่าวว่า “จากรายงานของ Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพนั
บทบาทขององค์กรกับการลดช่องว่
จากรายงาน Workplace Happiness Report ชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการสร้างความสุ
70% มีระดับความสุขกับโลเคชันสถานที่
ทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตัดสินใจได้ตั้ งแต่ก่อนเริ่มงาน 66% มีระดับความสุขกับโอกาสในการเรี
ยนรู้และพัฒนาทักษะ 65% มีระดับความสุขกับหน้าที่ความรั
บผิดชอบในแต่ละวัน 64% มีระดับความสุขกับเพื่อนร่
วมงานและรู้สึกมีเป้ าหมายในงานที่ทำ 63% มีระดับความสุขกับความมั่
นคงในอาชีพการงาน
องค์กรควรใส่ใจปัจจัยที่พนั
เจาะลึกความสุขต่างเจนเนอเรชัน เพื่อการบริหารจัดการบุ
รายงานฉบับนี้จาก Jobsdb by SEEK ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการและปัจจัยที่สร้
Gen Z (อายุ 18-29 ปี): คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีระดั
บความสุขต่ำที่สุด (59%) และรู้สึกหมดไฟสูงสุดถึง (51%) เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นเส้ นทางอาชีพที่ต้องเผชิญกับความท้ าทายในการปรับตัวและเรียนรู้ทั กษะใหม่ ๆ โดยปัจจัยที่ช่วยสร้างความสุ ขให้กับคนกลุ่มนี้คือ ทีม/เพื่อนร่วมงาน (61%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (70%) การสนับสนุนจากหัวหน้ างานและบรรยากาศการทำงานที่เป็ นมิตรจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้ างความมั่นใจให้แก่คนรุ่นใหม่ Millennials (อายุ 30-44 ปี): คนกลุ่มนี้มีระดับความสุขอยู่ที่
67% โดยมักถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มที่ มีภาระความรับผิดชอบจากการดู แลครอบครัวไปพร้อมกัน ความสุขของคนกลุ่มนี้จึงขึ้นอยู่ กับความสมดุลระหว่างชีวิ ตและการทำงาน (67%) และ เป้าหมายในการทำงาน (62%) ดังนั้นองค์กรที่มอบรู ปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นจึงมี แต้มต่อในการรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ ได้ในระยะยาว Gen X (อายุ 45-59 ปี): มีระดับความสุขอยู่ที่ 72% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความก้
าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สู งที่สุด ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนความสุขคือ หน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน (69%) และ โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา (65%) แม้ว่าจะอยู่ในระดับผู้บริหาร แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังคงต้ องการการยอมรับในผลงานและเงิ นเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิ ดชอบที่เพิ่มขึ้น Baby Boomers (อายุ 60-64 ปี): เป็นกลุ่มที่มีความสุ
ขในการทำงานสูงที่สุดถึง 75% และรู้สึกหมดไฟน้อยที่สุด เนื่องจากอยู่ในช่ วงปลายของการทำงาน จึงมีความผูกพันกับองค์กรสู งและมีแนวโน้มที่จะทำงานต่อกั บองค์กรเดิมมากที่สุด โดยปัจจัยหลักที่ให้ความสำคัญคื อ ความพึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรั บผิดชอบในแต่ละวัน สมดุลชีวิตระหว่างชีวิตส่วนตั วและการทำงาน ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีความต้ องการเปลี่ยนงานเพียง 33% เท่านั้น
ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้
จากข้อมูลเชิงลึกสู่การยกระดั
รายงานฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพี




