
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คุณชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ซึ่งถือหุ้นใน “ชนัตถ์และลูก” จำนวน 3,919,635 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด และได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูกพิ่มเติม จำนวน 3,505,065 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.61 จาก คุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (น้องสาวคุณชนินทธ์)
หลังการซื้อหุ้นดังกล่าว คุณชนินทธ์ ถือหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 7,424,700 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.73 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ “ชนัตถ์และลูก”
ทั้งนี้ หลังการซื้อหุ้นดังกล่าว คุณสุนงค์ ไม่ได้ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกอีกต่อไป ส่งผลให้ชนัตถ์และลูกสิ้นสุดสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) โดยคุณสุนงค์ ได้รายงานการสิ้นสุดซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 3 เมษายน 2569
คุณชนินทธ์และคุณสุนงค์ ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงใน บมจ.ดุสิตธานี เพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้นสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบมจ.ดุสิตธานี จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
สัดส่วนการถือหุ้น บมจ. ดุสิตธานี หลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างถือหุ้นในบริษัทชนัตถ์และลูก
1. บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวนถือหุ้น 422,821,310 หุ้น ร้อยละ 49.7436
2. คุณชนินทธ์ โทณวณิก จำนวนถือหุ้น 526,000 หุ้น ร้อยละ 0.0618
3. คุณสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จำนนวนถือหุ้น 10 หุ้น ร้อยละ 0.0000
รวม 423,347,320 หุ้น ร้อยละ 49.8055
การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน “ชนัตถ์และลูก” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บมจ.ดุสิตธานี ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด และไม่ทำให้บุคคลใดมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท (Tender Offer)
อ่านเพิ่มเติม




