ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 1 ในเทรนด์สุดฮิต เต็มหน้าฟีดโซเชี่ยลมีเดีย ก็คือ การแข่งกัน BYD HYROX Bangkok 2026 ที่มีเหล่าดารา และอินฟลูเอเนเซฮร์สายสุขภาพมากมายเข้าร่วมแข่งขัน Hyrox (ไฮร็อกซ์) กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในโลกฟิตเนส บ่งบอกว่ากระแส Longevity กำลังแพร่หลายในสังคมไทยเป็นอย่างมาก แล้วโอกาสของธุรกิจและแวดวงการตลาด จะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปหาคำตอบ
Hyrox คืออะไร
Hyrox เป็นการแข่งขันฟิตเนสในร่ม (Indoor Fitness Race) ที่มีรูปแบบ “มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก” ไม่ว่าคุณจะแข่งที่ลอนดอน นิวยอร์ก หรือกรุงเทพฯ สนามและกติกาจะเหมือนกัน 100% การแข่งขัน Hyrox ประกอบด้วยการวิ่งสลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี ประกอบด้วย วิ่ง 1 กม. แล้วสลับไปที่ด่านต่างๆ เช่น การดันเลื่อนน้ำหนัก (Sled Push), การดึงเลื่อน (Sled Pull), Burpee Broad Jump, Rowing และ Sandbag Lunges ซึ่งทั้งหมดนี้ สลับกับการวิ่งตอลดการแข่งขัน
แม้จะดูคล้ายกับ CrossFit หรือการแข่งขันมาราธอน แต่ Hyrox มีความแตกต่างในหลายมิติ Hyrox ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักกีฬามืออาชีพ แต่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม โดยมีหลายระดับการแข่งขัน เช่น Open, Doubles และทีมผลัด 4 คน ทำให้ผู้เริ่มต้นก็สามารถเข้าร่วมได้ นั่นทำให้ Hyrox มีความ “ความเข้าถึงง่าย” อีกทั้ง Hyrox เป็นการออกกำลังกายที่ “ผสมผสานระหว่าง Endurance และ Strength” ตอบโจทย์เทรนด์ฟิตเนสยุคใหม่ที่ไม่เน้นเพียงกล้ามเนื้อหรือความอึดเพียงด้านเดียว แต่ต้องการสมรรถภาพร่างกายแบบองค์รวม
Hyrox มาจากการผสมคำว่า Hybrid (การผสมผสาน) และ Rockstar (ความโดดเด่นและพลัง) เพื่อสื่อถึงผู้ที่แข็งแกร่งในทุกด้าน
ต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของ 2 ผู้เชี่ยวชาญจากคนละวงการในประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2017 เริ่มจาก Christian Toetzke เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลก มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการจัดงานวิ่งมาราธอน ไตรกีฬา และการแข่งขันจักรยานเสือหมอบ ขณะที่ Moritz Fürste เป็น นักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีระดับตำนาน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย นอกจากผู้ก่อตั้งทั้งสองคนแล้ว ยังมีบุคลลสำคัญอีกคนที่มักจะถูกพูดถึงอยู่เสมอ ก็คือ Mintra Tilly ซึ่งเธอดำรงตำแหน่ง Race Director และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบ “8 สถานี” และกฎกติกาการแข่งขันที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันนั้นท้าทายแต่ยังปลอดภัยสำหรับคนทุกระดับ แนวคิดของ Christian Toetzke ก็คือ เขาต้องการสร้าง “มาราธอนสำหรับคนเข้ายิม” เพราะเขาสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้ายิมมักจะออกกำลังกายแบบ Functional อยู่แล้ว แต่คนกลุ่มนี้ไม่มีสนามแข่งขันที่เป็นมาตรฐานเหมือนที่นักวิ่งมีสนามมาราธอน
ทำไม Hyrox ถึงฮิตสุดๆ
ความนิยมของ Hyrox ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีองค์ประกอบดังนี้
เทรนด์สุขภาพและ Self-Improvement
ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการพัฒนาตนเอง (Self-Development) มากขึ้น การเข้าร่วม Hyrox ไม่ใช่เพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการตั้งเป้าหมาย ที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง
Experience Economy
Hyrox ตอบโจทย์เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) ได้อย่างชัดเจน ผู้เข้าร่วมไม่ได้ซื้อเพียง “การออกกำลังกาย” แต่ซื้อ “ประสบการณ์” ของการแข่งขัน ความตื่นเต้น และบรรยากาศของอีเวนต์ในวันแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่แท้จริงของ Hyrox เกิดขึ้นตั้งแต่หลักเดือนก่อนหน้าแล้ว เมื่อผู้เข้าแข่งขันต้องซ้อมและฝึกฝนร่างกายตามโจทย์ในแต่ละด่าน มาล่วงหน้านับเดือนก่อนที่จะลงแข่งขัน ทำให้ประสบการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นก่อนล่วงหน้า รวมทั้งได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายด้วยตัวเอง
ขณะที่ในวันแข่งขัน นอกเหนือจากผู้เข้าแข่งขันแล้ว บรรยากาศการแข่งขัน Hyrox เหมือนกับงานปาร์ตี้หรือคอนเสิร์ต มีดีเจเปิดเพลง แสงสีเสียงจัดเต็ม และมีกองเชียร์ให้กำลังใจตลอดทาง การแต่งกายของทั้งผู้เข้าแข่งขัน และกองเชร์ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน กลายเป็นบรรยากาศสุดครึกครื้นที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมสามารถสนุกร่วมกันได้
Social Media และการสร้างตัวตน
และเมื่อการแข่งขัน Hyrox เป็นกิจกรรมที่มีได้รับความนิยมในขณะนี้ ก็ทำให้กลายเป็นภาพลักษณ์แข็งแรง ท้าทาย ที่ “แชร์ได้” บนโซเชียลมีเดีย ผู้เข้าร่วมสามารถนำเสนอไลฟ์สไตล์ของตนเองผ่านภาพและคลิปวิดีโอ
โอกาสทางธุรกิจยู่ตรงไหน ทำไมแบรนด์ควรจับตา Hyrox
การเติบโตของ Hyrox ไม่ได้สะท้อนเพียงเทรนด์ฟิตเนส แต่ยังเปิดโอกาสใหม่สำหรับแบรนด์ในหลากหลายอุตสาหกรรม ดังที่เห็นจากงาน BYD HYROX Bangkok 2026 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกีฬาโดยตรง อย่างเช่น เหล่าฟิตเนสและเทรนเนอร์ ต่างก็มีแพ็กเกจฝึกฝน Hyrox ออกมาเพื่อรับเทรนด์นี้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีธุรกิจด้านสุขภาพเช่น โภชนกาารอาหารก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน ขณะเดียวกันเสื้อผ้ากีฬาก็มีทั้งเสื้อผ้าแล้วอุปกรณ์ ออกมาเฉพาะ เช่น Puma ผู้สนับสนุนของรายการนี้
นอกจากนี้ยังมีแบรนด์และธุรกิจอื่นๆ อย่าง BYD ที่สวมบทเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อโชว์ภาพลักษณ์ด้านสมรรถนะ หรือ “สิงห์” ซึ่งส่ง “Singha Sparkling Water” สินค้าที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มาให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองชิม ในฐานะ The Official Sparkling Water Partner of HYROX Bangkok

และที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ผู้จัดงาน ที่ Hyrox กลายเป็นการแข่งขันที่ผู้สมัครแต่ละคนต้องเสียเงินค่าสมัครราว 4 พันกว่าบาทโดยเฉลี่ย ส่วนผู้ชมก็ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อบัตรเข้าไปมีประสบการณ์ร่วมเช่นกัน
ดังนั้น ท่ามกลางกระแสความฮ็อตฮิตของ Hyrox ก็ทั้งในส่วนของ Health & Wellness Market และ Sportswear โดยตรง ไปจนถึงแบรนด์อื่นๆ ที่เกาะเกี่ยวกระแส เข้ามามีส่วนร่วมใน Event Marketing ที่แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพสูง คือกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ และใส่ใจสุขภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับสร้าง Brand Engagement
Hyrox ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟิตเนส แต่เป็น “แพลตฟอร์มของไลฟ์สไตล์” ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความท้าทาย ประสบการณ์ และการพัฒนาตนเองในรูปแบบที่จับต้องได้ และกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แบรนด์ต้องแสวงหาโอกาสเกาะเกี่ยวไปให้ได้ ในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีเวนต์ที่ฮ็อตฮิตกล้ามแน่นเต็มจอขนาดนี้ ใครคว้าโอกาสได้ก่อน มีสิทธิ์ก่อน
ขอขอบคุณภาพจากเพจ HYROX Thailand








