
หนึ่งโนโซลูชั่นที่ได้พัฒนามาให้บริการในโครงการ “Postman Cloud” เป็นการใช้ประโยชน์จาก “จุดแข็ง” เครือข่ายพี่ไปรฯ ที่มีความเชี่ยวชาญและรู้ข้อมูลเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ มาให้บริการ 3 ด้าน ดังนี้
1. Survey : บริการเก็บข้อมูลและสำรวจทรัพย์ แบ่งเป็นบริการปักหมุดสถานที่ ทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศ บริการสำรวจสภาพทรัพย์สิน และบริการเก็บเอกสารและยืนยันตัวตน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Checklist + KYC) รวมถึงการเก็บใบสมัคร ตรวจเช็คเอกสาร การกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
2. Express : บริการ รับ-ส่ง สิ่งของ แบบ Point to Point โดยมีทั้งบริการแบบ Same Day รับสินค้าจากจุดกระจายสินค้าและดำเนินการส่งให้แก่ผู้รับภายในวันเดียวกัน แบบ Next Day Delivery รับสินค้าจากจุดกระจายสินค้าและดำเนินการจัดส่งให้แก่ผู้รับในวันถัดไป
3. Matching : เชื่อมโยงความต้องการของธุรกิจและลูกค้า ด้วยความเชี่ยวชาญของพี่ไปรฯ ซึ่งรู้จักผู้คนในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้ไปรษณีย์ไทยสามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการของพันธมิตรให้แก่ลูกค้าได้ตามความต้องการ
พี่ไปรฯแพลตฟอร์มกระจายสินค้าทั่วประเทศ
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการ และประธานอนุกรรมการด้านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดและการสื่อสาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่าบทบาทของ “ไปรษณีย์ไทย” ต้องการสนับสนุนสินค้าไทยให้เติบโต ผ่านเครือข่ายที่เข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ
ปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าต้องเจอกับต้นทุนสูงจาก “ค่าคอมเมิร์ซ” ในหลักการตลาด 4P คือ Place ทำหน้าที่กระจายสินค้า เช่น หากวางขายในร้านสะดวกซื้อต้องจ่าย 40% เนื่องจากเป็นช่องทางที่สะดวกในการเข้าถึงลูกค้าจึงเก็บอัตราสูง
“ไปรษณีย์ไทย” จึงใช้จุดแข็งเครือพี่ไปรฯ 25,000 คน ที่คุ้นเคยกับลูกค้าในทุกพื้นที่ จึงเป็นอีกแพลตฟอร์มกระจายสินค้าถึงหน้าบ้านผู้บริโภคทั่วประเทศ กว่า 26 ล้านครัวเรือน ผ่านบริการ “Postman Cloud”
โดยมองโอกาสจากสินค้าสุขภาพ (Health & Wellness) ปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จากเทรนด์ดูแลสุขภาพ “ไปรษณีย์ไทย” จึงพัฒนาโมเดลส่งสินค้าสุขภาพ “Deliver Wellness to Every Home” ผ่านเครือข่ายพี่ไปรฯ ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าสุขภาพได้ง่ายขึ้น
ปรับสู่ Lifestyle Logistics
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่าเน็ตเวิร์กพี่ไปรฯ เข้าถึงทุกพื้นที่ คุ้นเคยกับคนและชุมชน ถือเป็นจุดแข็งที่สามารถนำมาพัฒนาบริการใหม่ๆ เพราะหากยังจำกัดตัวเองอยู่แค่การขนส่ง ที่แข่งขันกันเรื่องความเร็ว ความสะดวก คุณภาพการส่ง และราคา เป็นจุดที่ทุกบริษัทขนส่งทำได้เหมือนกัน หากเป็นเช่นนั้นก็จะรู้จักลูกค้าน้อยลงเรื่อยๆ
วันนี้ไปรษณีย์ไทย เรากำลังเปลี่ยนตัวเองเป็น Lifestyle Logistics เพื่อทำให้รู้จักความต้องการของคนมากนานขึ้น และอยู่กับผู้บริโภคนานขึ้นในทุกช่วงเวลาการใช้ชีวิต
ปัจจุบันเครือข่ายพี่ไปรฯ 25,000 คน ให้บริการส่งจดหมาย พัสดุ สิ่งของ 6 ล้านครั้งต่อวัน จึงรู้จัก คุ้นเคย และได้รับความไว้วางใจจากผู้คนพื้นที่ รู้จักพฤติกรรมว่าเป็นคนดูแลสุขภาพ, คนสนใจสินค้าความงาม, กลุ่มสูงวัย, กลุ่มดูแลสัตว์เลี้ยง จึงสามารถให้บริการ “Postman Cloud” ด้าน Express บริการรับ-ส่งสิ่งของ และ Matching เชื่อมโยงความต้องการของธุรกิจและลูกค้า ได้อย่างตรงจุด โดยให้บริการส่งสินค้าถึงหน้าบ้านผู้บริโภคแล้วกว่า 10 แบรนด์ มีสินค้าแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกเดือน
ล่าสุดได้พัฒนาโมเดล “Deliver Wellness to Every Home” ส่งสินค้าสุขภาพ โดยร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์น้ำแร่ไทย 6ty Degrees น้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งเชียงดาว ภายใต้ บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด โดยพี่ไปรฯ จะทำหน้าที่จัดส่งทั่วประเทศ “แบบไม่มีค่าจัดส่ง” เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถสั่งผ่านพี่ไปรฯ (สั่งวันนี้ ส่งวันถัดไป) และสั่งผ่าน LINE ของ 6ty Degrees สั่งซื้อได้ตั้งแต่ 1 แพ็ค จัดส่งฟรี

คุณรีน่า อุดมคุณธรรม
ปีแรกขายผ่านพี่ไปรฯ 160 ล้าน
คุณรีน่า อุดมคุณธรรม ผู้ก่อตั้งบริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ 6ty Degrees เป็นน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งน้ำพุร้อนใต้ดินในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีแร่ธาตุจากธรรมชาติกว่า 16 ชนิด และมีค่า pH 8.5 ซึ่งเป็นน้ำแร่ด่างตามธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลในการรักษาความบริสุทธิ์และคุณค่าของแร่ธาตุ เป็นสินค้าไทยในกลุ่ม Wellness Product ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และการกระจายสู่ครัวเรือนไทยในวงกว้าง
ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย เป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ช่วยเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายให้กับน้ำแร่ 6ty Degrees จัดส่งถึงบ้านโดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม เป็นการแก้ pain point ของสินค้าน้ำดื่มที่มีน้ำหนักมากและลูกค้าไปไม่ต้องแบกสินค้ากลับบ้านเอง
ปีแรกตั้งเป้าหมายเจาะลูกค้า 1% ของครัวเรือนไทยทั่วประเทศ หรือราว 2.6 แสนครัวเรือน และเป้าหมายรายได้ 160 ล้านบาท
ตลาดน้ำแร่ในประเทศไทยเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ราว 12-14% ต่อปี ปี 2567 มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท
สำหรับแบรนด์น้ำแร่ 6ty Degrees ทำตลาดเข้าปีที่ 3 ทำยอดขายปีละกว่า 200 ล้านบาท ตั้งเป้าหมาย 5 ปีจากนี้ รายได้แตะ 1,000 ล้านบาท หรือครองส่วนแบ่งตลาด 10% ปัจจุบันมีบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสกิจ 2 ขนาด คือ 520 มล. และขนาด 1,250 มล. ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้าปลีก ช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เตรียมเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วขนาด 750 มล. เจาะช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร
นอกจากนี้เริ่มทำตลาดส่งออก ไปยัง ฮ่องกง ขยายตลาดเพิ่มใน สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว วางเป้าหมายระยะยาวมีโอกาสเป็นน้ำแร่แบรนด์ระดับโลกได้ จากจุดแข็งแหล่งผลิตน้ำแร่ที่ได้มาตรฐานสากล
จากสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน ทั้งไปรษณีย์ไทยและ 6ty Degrees ได้จับตาดูสถานการณ์ต้นทุนอย่างใกล้ชิดจนถึงเดือนเมษายนนี้
แผนระยะสั้น “ไปรษณีย์ไทย” คุยกับบริษัทน้ำมันเพื่อสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อการทำธุรกิจ บริหารเส้นทางและระยะทางวิ่งให้มีประสิทธิภาพ เพราะไม่ต้องการปรับค่าบริการ (คงราคาเดิมให้นานที่สุด) แผนระยะกลาง ปรับเปลี่ยนรถขนส่งเป็น EV (ตามแผน 5 ปี) เพื่อลดความเสี่ยงราคาน้ำมันปรับตัวสูง จากสถานการณ์ต้นทุนสูง จะส่งผลกระทบต่อกำไรในปีนี้
ส่วนแบรนด์ 6ty Degrees มีการคุยกับซัพพลายเออร์พลาสติก ที่ยืนยันไม่ปรับราคาถึงเมษายนนี้ จากนั้นรอดูสถานการณ์ต้นทุน แต่จะพยายามคงราคาเดิมให้มากที่สุด
อ่านเพิ่มเติม
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






