
หลังจากปีก่อน S2O ย้ายสถานที่จัดงานไปที่ “ราชมังคลากีฬาสถาน” แต่ด้วยคิวการแข่งขันกีฬาที่มีจำนวนมาก การล็อกวันจัดงานที่ตรงกับดีเจและศิลปินต่างชาติจึงทำได้ลำบากเพราะต้องดีลล่วงหน้า
ปีนี้จึงเปลี่ยนสถานที่มายังย่านรัชดาภิเษก เช่าที่ดิน 50 ไร่ ของ อสมท ซึ่งเป็นลานกว้าง ลงทุนปรับพื้นที่ สร้างเวที และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ทั้งหมด
โดยสร้างเป็น “S2O LAND” เบื้องต้นทำสัญญาเช่า 1 ปี นอกจาก S2O แล้วมองโอกาสจัดงานคอนเสิร์ต ป๊อปอัพโชว์ สวนสนุกกลางเมือง Exhibition บนพื้นที่นี้เพิ่มเติม
S2O ปีนี้คนร่วมงาน 30,000 คนต่อวัน
คุณวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O และคุณปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวว่าปีนี้นอกจากการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานมาอยู่ที่ S2O LAND ย่านรัชดาฯ ยังได้แบรนด์ Singha Life (สิงห์ไลฟ์) มาเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานในปีที่ 11
ส่วนไลน์อัพศิลปินระดับโลก ไฮไลต์อย่าง Alan Walker b2b Steve Aoki เป็นคู่ดูโอที่เกิดขึ้นครั้งแรกของโลกใน S2O ปีนี้ รวมถึงการกลับมาของศิลปินระดับแถวหน้าของวงการ EDM อย่าง Kygo
นอกจากนี้วันนี้ 11 เมษายน ยังมี Lost Frequencies / I Hate Models / William Black / AC Slater
วันที่ 12 เมษายน Zedd / Dabin / SIDEPIECE / Maria Vaunt
วันที่ 13 เมษายน GRYFFIN / Ray Volpe / Da Tweekaz / Frank Walker
ปีนี้คาดว่าจะมีคนเข้างาน S2O วันละ 30,000 คน (รวม 3 วัน 90,000 คน) โดยไฮไลต์โต๊ะแพงที่สุดในปีนี้อยู่ที่ราคา 1,500,000 บาทต่อวัน
ปกติงาน S2O ในไทยจะมีสัดส่วนคนเข้างานเป็นคนไทย 50% และต่างชาติ 50% แต่ปีนี้ต่างชาติลดลงเหลือ 40% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่ใกล้ประเทศไทย เนื่องจาก S2O ได้ขยายไปจัดงานในต่างประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ฮ่องกง, จีน, สหรัฐ นักท่องเที่ยวจึงกระจายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย
เดบิวต์แบรนด์ใหม่ K2O เกาะเทรนด์สายเกาหลี
หลังจากจัด S2O มา 10 ปี สร้างชื่อเทศกาลดนตรี EDM ในระดับนานาชาติ ปีนี้ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ K2O พร้อมจัดงาน “K2O Songkran Music Festival” ครั้งแรกวันที่ 14 เมษายน 2026 ต่อจากงาน S2O
“ภายใต้จักรวาล S2O นี่ถือเป็นการแตกแบรนด์ครั้งแรกเพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มแฟน K-content และ K-Pop ที่เติบโตต่อเนื่องในประเทศไทยและภูมิภาค”
โดย K2O จะนำเสนอประสบการณ์สงกรานต์ที่เป็น DNA ของ S2O ทั้งโปรดักชั่นเวที การเล่นน้ำ ความสนุก และความเป็นไทย ร่วมกับโชว์สไตล์เกาหลี เพื่อสร้างเทศกาลใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในเชิงกลยุทธ์ S2O และ K2O จะช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอซึ่งกันและกันมากกว่าการแข่งขันกันเอง โดย S2O จะยังคงจับกลุ่มผู้ชมหลักที่มองหาประสบการณ์มิวสิคเฟสติวัลระดับพรีเมียม และบรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงสงกรานต์ ส่วน K2O จะเป็นผู้ชมรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z แฟนคลับศิลปินเกาหลี
ไฮไลต์ K2O ปีแรก คือไลน์อัพการแสดงจากศิลปินแถวหน้าของวงการ ได้แก่ RIIZE, KISS OF LIFE, LNGSHOT, FIFTY FIFTY และศิลปิน T-POP ชาวไทยอย่าง DAOU ที่มาพร้อม Special Guest “OFFROAD “
โดยศิลปินแต่ละวงจะใช้เวลาโชว์ราว 1 ชั่วโมง คาดว่าจะมีคนเข้างาน K2O ราว 20,000 คน
หลังจากเปิดตัว K2O ในประเทศไทย จะนำแบรนด์นี้ขยายไปจัดงานคู่กับ S2O ในต่างประเทศด้วย
“การเปิดตัว K2O เป็นการขยายฐานแฟนและต่อยอดจักรวาลของแบรนด์อย่างมีทิศทาง เรามองเห็นศักยภาพของตลาด K-content และ K-Pop ในไทยซึ่งแข็งแรงมาก และเชื่อว่าการนำเสนอในคอนเซ็ปต์สงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O เป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างของตลาด ในอนาคตมองโอกาสขยายแบรนด์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น POP, ROCK หรือ T-POP”
โดยยังคงใช้ “สงกรานต์ไทย” เป็นจุดขายหลักในการสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก เชื่อมโยงเทศกาลดนตรีเข้ากับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมสมัย
อ่านเพิ่มเติม






