
ย้อนดูรายได้และกำไร “สุกี้ตี๋น้อย”
– ปี 2562 รายได้ 499 ล้านบาท กำไร 15 ล้านบาท
– ปี 2563 รายได้ 1,223 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท
– ปี 2564 รายได้ 1,572 ล้านบาท กำไร 148 ล้านบาท
– ปี 2565 รายได้ 3,976 ล้านบาท กำไร 591 ล้านบาท
– ปี 2566 รายได้ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท
– ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,168 ล้านบาท
– ปี 2568 รายได้ 9,207 ล้านบาท กำไร 860 ล้านบาท
แม้ปี 2568 “สุกี้ตี๋น้อย” ยังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงถึง 860 ล้านบาท แต่ก็เป็นอัตราที่ลดลง 26%
หากดูเฉพาะไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไร 57 ล้านบาท ลดลง 76% เมื่อเทียบปีก่อนหน้าที่มีกำไร 252 ล้านบาท
JMART แจงสาเหตุตี๋น้อยกำไรลด
ในการแถลงผลประกอบการของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ซึ่งร่วมถือหุ้นสัดส่วน 30% ในบริษัทบีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) ของ “คุณเฟิร์น นัทธมน” ผู้ก่อตั้ง ได้อธิบายสาเหตุที่สุกี้ตี๋น้อย กำไรลดลงในปี 2568 ดังนี้
– ช่วงต้นไตรมาส 4 ปีก่อน สุกี้ตี๋น้อยเจอกับการแข่งขันรุนแรง มีผู้เล่นแบรนด์ร้านสุกี้ เข้ามาทำตลาดสุกี้บุฟเฟต์ด้วยการใช้กลยุทธ์ราคา เพื่อหวังชิงมาร์เก็ตแชร์สุกี้ตี๋น้อย จึงส่งผลกระทบต่อยอดขาย
– สุกี้ตี๋น้อย ต้องรักษามาร์เก็ตแชร์ ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและเมนูมากขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ gross margin ลดลง
– การสร้างความคุ้มค่าให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ ด้วยการจัดโปรโมชั่น เพื่อทำให้ลูกค้าใช้บริการซ้ำและเข้าร้านมากขึ้น จึงส่งผลต่อต้นทุนในการทำโปรโมชั่นเพิ่มขึ้น
– การขยายสาขาเพิ่มในปี 2568 รวม 25 สาขา เน้นสาขาต่างจังหวัด ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทั้งการลงทุนสาขาใหม่และพนักงาน อีกทั้งการเปิดสาขาต่างจังหวัดมากขึ้น มีผลต่อต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัตถุดิบไปในสาขาต่างจังหวัด
“สุกี้ตี๋น้อย” แจง 3 ข้อ ปี 68 ยอดขายเพิ่ม-กำไรลด
ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ “สุกี้ตี๋น้อย” โพสต์อธิบายงบกำไร – ขาดทุนผลประกอบการปี 2568 ที่นักวิเคราะห์งบการเงิน & บุคคลทั่วไปเอาไปศึกษาวิเคราะห์วิจารณ์ว่าทำไมสุกี้ตี๋น้อย ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% แต่กำไร ทำไมลดลง 26% จากปีก่อนคือปี 2567 ดังนี้
– ปี 2567 ยอดขาย 7,075 ล้านบาท กำไร 1,169 ล้านบาท
– ปี 2568 ยอดขาย 9,147 ล้านบาท กำไร 860 ล้านบาท
ยอดขายเยอะแต่กำไรน้อยเพราะสาเหตุ ดังนี้
1. รีฟิล ฟรี! 5,766,730 หัว รวมเด็ก&ผู้ใหญ่ คิดเป็นเงิน 223,014,873.90 บาท
2. กุ้งแก้วฟรี 63,712,914 บาท /หมูกรอบฟรี 48,615,372 บาท /เป็ด Tn ฟรี 33,003,327 บาท
3. ทำบุญและบริจาค
– ช่วยชายแดนไทย-กัมพูชา ศรีสะเกษ บริจาคให้เพจอีจัน 8,608,715 บาท (ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้ เนื่องจากจดทะเบียนไม่ถึง 2 ปี)
– บริจาคสถานสงเคราะห์คนพิการและมูลนิธิต่างๆ 53 แห่ง 5,405,629 บาท
– บริจาคมูลนิธิกระจกเงา เพื่อช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ และโรงพยาบาล 1,979,597 บาท
– มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน แต่เรียนดี ณ บ้านบางเขน จำนวน 5 โรงเรียน 500,000 บาท
– ครัวสัญจร มอบอาหารและเครื่องดื่มให้จังหวัดศรีสะเกษ 6 วัน 900,000 บาท
– ครัวสัญจร มอบอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนหาดใหญ่ 11 วัน 2,000,000 บาท
– บริจาคบะหมี่หยกและน้ำดื่ม น้ำท่วมอยุธยา 500,000 บาท
หมายเหตุ : ทำบุญ บริจาครวมเป็นเงิน 19,893,941 บาท สามารถ ลดหักภาษีได้ 1,910,429.8 บาท
สรุปสาเหตุข้อ 1+2+3 รวมเป็นเงิน 388,240,427.9 บาท

คุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา
ปี 2569 วางเป้าหมายกำไรทะลุพันล้าน
คุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กล่าวว่าแม้สุกี้ตี๋น้อย ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในไตรมาส 4 ปีก่อน แต่ยังเป็นบริษัทที่ทำกำไรดีในปี 2568
แม้มีต้นทุนการตลาดและโปรโมชั่นเพิ่มขึ้น เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ซึ่งเป็นการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มซื้อซ้ำในอนาคต และรักษามาร์เก็ตแชร์ไว้ได้ ซึ่งมั่นใจว่าไม่ได้เสียไปให้ใคร
“ตี๋น้อยเป็นธุรกิจที่ใครมีเงิน 20,000 -30,000 ล้านบาท แล้วจะมาสร้างธุรกิจนี้ก็ไม่ได้ เพราะ 1. เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เวลา 2. ต้องใช้ความชำนาญ 3. ยากที่สุดคือ ทีมงาน”
ปัจจุบันตี๋น้อยเปิดไปแล้ว 107 สาขา แนวโน้มปีนี้เชื่อว่าธุรกิจยังมีการแข่งขันสูง แต่เป็นโมเดลธุรกิจที่ยังสเกลได้อีกและจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
ปี 2569 ตี๋น้อย จะกลับมาทำกำไรระดับ 1,000 ล้านบาทได้ พร้อมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2570 เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่สร้างการเติบโตให้เจมาร์ท
ปีนี้เตรียมเปิดสาขาครบทุกจังหวัด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สุกี้ตี๋น้อย มีสาขาทั้งหมด 93 สาขา สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) จำนวน 9 สาขา และ Teenoi Gold (บุฟเฟต์พรีเมียม) จำนวน 1 สาขา รวมทั้งสิ้น 103 สาขา
กลยุทธ์หลักของสุกี้ตี๋น้อยที่จะเติบโตในอนาคตได้ คือ การขยายสาขา ปี 2569 จึงเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่อง โดยจะเปิดได้ครบ 130 สาขา ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 30 จังหวัด ปีนี้เปิดอีก 23 จังหวัด และหาพื้นที่เปิดครบทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในปีนี้หรือปีหน้า
ขณะนี้หาพื้นที่โชว์รูมรถยนต์ ที่มีขนาดใหญ่ นอกเมือง ซึ่งบริหารจัดการง่าย โดยหาได้แล้ว 20 โชว์รูมในต่างจังหวัด เปิดไปแล้ว 5 แห่ง อีก 15 แห่งจะเปิดในปีนี้
การมีสาขาในต่างจังหวัดมากขึ้น กำลังศึกษาการลงทุน Distribution Center ในแต่ละภูมิภาค เพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง เพื่อทำให้ Net profit ดีขึ้นในอนาคต
การขยายสาขามากขึ้น จะทำให้มี Economies of scale และ Marketing Power ในการซื้อวัตถุดิบ และมียอดขายเพิ่มขึ้น
ปีนี้ตั้งเป้าลูกค้า 40 ล้านคน
ปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยมีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 36.3% มีบัตรสมาชิก Tn Family 1.2 ล้านราย ถือเป็น Data ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ AI มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อพัฒนาสินค้า โปรโมชั่น กิจกรรม และสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าและสมาชิกสนใจ เพื่อดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ
ตั้งแต่ต้นปี 2569 ได้จัดโปรโมชั่น เครื่องดื่มรีฟิลฟรีรวม 73 วัน ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่ลูกค้าชื่นชอบ มีผู้ใช้สิทธิ 6.4 ล้านคน คิดเป็นงบการตลาดกว่า 250 ล้านบาท ถือเป็นการคืนกำไรให้กับกลุ่มลูกค้าลอยัลตี้ของสุกี้ตี๋น้อย
ปี 2569 ตั้งเป้าหมายลูกค้าใช้บริการ 40 ล้านคน (มากกว่าประชากรครึ่งประเทศไทย)
“การแข่งขันในธุรกิจร้านบุฟเฟต์สุกี้ ความคุ้มค่า คุณภาพ ความหลากหลายสินค้า ยังเป็นจุดเด่นของสุกี้ตี๋น้อย ที่จะรักษามาร์เก็ตแชร์เพื่อเติบโตในอนาคต เราก็โฟกัสกำไรแต่ก็อยากอยู่กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืนไปนานๆ”
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






