HomeBrand Move !!ก็เพราะแดดมันร้อน! LG ตั้งเป้าปีนี้โต 10% จาก ‘แอร์ – ตู้เย็น’ บวก “ปีบอลโลก” ทีวีพรีเมี่ยมมาแรง 

ก็เพราะแดดมันร้อน! LG ตั้งเป้าปีนี้โต 10% จาก ‘แอร์ – ตู้เย็น’ บวก “ปีบอลโลก” ทีวีพรีเมี่ยมมาแรง 

แชร์ :

เพราะว่าปี 2568 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2569 อากาศในประเทศไทยหนาวเย็นและนานกว่าปกติ ทำให้ตลาดแอร์ในประเทศตกลงกว่า 30% แต่ในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะกลับมาส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงกลางปี (มิถุนายน-ตุลาคม) ส่งผลให้อากาศร้อนจัด นั่นทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง “เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ถึงแม้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคระดับแมสอาจจะต้องคำนึงถึงกำลังซื้อ แต่ LG ก็จะนำเสนอทางเลือกสินค้าตั้งแต่ระดับแมสและระดับพรีเมี่ยมเพื่อเพิ่มทางเลือก

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

“สินค้าของ LG มี 4 หมวด เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และทีวี นอกนั้นเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องไช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กอีกนิดหน่อย ดังนั้นเราจะโฟกัสที่ 4 กลุ่มนี้เป็นหลัก ในปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เริ่มตั้งแต่ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ติดลบ 7% มีมูลค่าอยู่ 7.7 หมื่นล้านบาท เหตุผลที่ตลาดไม่โต เพราะว่าสภาพอากาศที่หน้าร้อนกลับไม่ร้อน ต่อเนื่องมาจนต้นปีนี้ แอร์ควรจะขายดี แต่กลับไม่ร้อนอย่างที่คาด ทำให้แอร์และตู้เย็นขายไม่ดี แต่เครื่องซักผ้าและทีวีก็ยังไปได้ดี ขณะที่เราเติบโต 7% ในภาพรวมจากสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม” คุณอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพให้เห็นสภาพตลาด

ในปีนี้ คาดว่า อากาศจะร้อนมากขึ้นและร้อนนาน ประกอบกับเป็นปีที่มีมหกรรมฟุตบอลโลก ซึ่งโดยปกติแล้วในปีที่มีฟุตบอลโลกยอดขายทีวีจะเติบโตขึ้น 10% นั้นทำให้ทาง LG ประเมินว่า สถานการณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในภาพรวมและยอดขายของ LG จะเติบโตขึ้น โดย LG ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 18,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตราว 10% หลังจากปีที่แล้วปิดยอดขายที่ 16,200 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 7% ขณะที่ปีนี้เตรียมงบการตลาดไว้ที่ 500ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การเติบโต LG ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B และ D2C ขึ้นเป็น 35% เพื่อเสริมแกร่งให้มีการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจแบบ B2C ผ่านช่องทางขายทั้งโมเดิร์นเทรดและดีลเลอร์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท โดยในมิติของการปรับโมเดลธุรกิจ รุกตลาด B2B โดยเฉพาะกลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และกลุ่มจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display: ID) ซึ่งมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 15% โดยมีแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน

อีกทั้งเร่งขยายธุรกิจ D2C ซึ่งมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 20% ผ่านการพัฒนาบริการ LG Subscribe อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าให้บริการดังกล่าวเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 25% ในปี 2569 เพื่ือเพิ่มทางเลือกด้านการจับจ่ายให้กับลูกค้าที่จ่ายต่อเดือนได้น้อยลง โดยในปีที่แล้ว LG Subscribe มีลูกค้าจำนวน 20,000 ยูนิตแล้ว

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายช่องทาง Online Brand Shop (OBS) ทั้งบน LG.com และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ซึ่งตั้งเป้าอัตราการเติบโตไว้ที่ 20% ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ควบคู่กับบริการที่เชื่อถือได้ภายใต้โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคใหม่

ด้านผลิตภัณฑ์ LG ปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI ที่ลงมือทำได้จริง (Product Transformation) ในปี 2569 แอลจีจะก้าวข้ามบทบาทของ AI ที่เป็นเพียงผู้ช่วยคิด ไปสู่การเป็นผู้ลงมือทำที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘AI in Action’ ซึ่งตั้งอยู่บน 3 รากฐานที่แข็งแกร่ง ได้แก่ ความเป็นเลิศของเทคโนโลยีในอุปกรณ์ (Excellence in Device) ระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างราบรื่น (A Seamlessly Connected Ecosystem) และการขยายโซลูชัน AI ไปไกลกว่าแค่ในที่อยู่อาศัย (Expansion of AI-driven Solutions Beyond the Home)

สอดคล้องกับตลาดในประเทศไทยที่สินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมเติบโตได้เป็นอย่างดี ปีที่ผ่านมา OLED TV ขนาด 77 นิ้วขึ้นไปที่ราคาเริ่มต้นหลักแสนเป็นกลุ่มสินค้าที่ทำรายได้ให้กับ LG รวมทั้งตู้เย็น Size by Size ทั้งหมดนี้จะมีเทคโนโลยี AI ที่เชื่อมโยงการทำงานกัน และสามารถสั่งการได้จากแอปพลิเคชั่น เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ในส่วนของเครื่องปรับอากาศที่มีเทคโนโลยี AI เข้ามาเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน ก็จะทำให้ประหยัดไฟเพิ่มขึ้น


แชร์ :

You may also like