HomeBrand Move !!ถอดสูตรการขับเคลื่อนคนทำงาน ด้วย “ความสุข” และ “ความปลอดภัย” แบบ KTC สู่ Happy & Safety Workplace

ถอดสูตรการขับเคลื่อนคนทำงาน ด้วย “ความสุข” และ “ความปลอดภัย” แบบ KTC สู่ Happy & Safety Workplace

แชร์ :

สถานที่ที่สร้างความสุข และปลอดภัยให้พนักงาน (Happy & Safety Workplace) ไม่ใช่แค่คำสวยหรูอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนวิถีในการบริหารคน และเป็นเป้าหมายที่แบรนด์ KTC อยากจะเป็นอีกด้วย ทำไมการ Build องค์กรแห่งความสุขและปลอดภัยจึงสำคัญสำหรับ KTC ตามไปฟังวิธีคิด และกระบวนการสร้าง Happy & Safety Workplace ของ KTC กับ “คุณสุดปรารถนา ดำรงชัยธรรม” ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลและองค์กร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี”

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ถ้าเริ่มจากพลังความสุข ทุกอย่างย่อมออกมาดี   

การสร้างความสุขและปลอดภัยให้กับคนทำงานเป็นนโยบายที่ KTC โฟกัสและทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ KTC เชื่อในพลัง “ความสุข” ถ้าเรามีความสุขกับการทำอะไรสักอย่าง เราจะทุ่มเทและส่งผลให้สิ่งที่ทำออกดี การทำงานก็เช่นกัน ถ้าคนทำงานมีความสุขกับการทำงาน ก็จะทำให้อยากมาทำงาน รวมทั้งมีพลังในการคิด และทำงานอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์และบริการก็แตกต่างจากแบรนด์อื่น ขณะเดียวกันยังสร้างความผูกพันให้พนักงานอยู่กับองค์กรยาวนานขึ้นด้วย

โดยวิธีการสร้างองค์กรแห่งความสุขและปลอดภัยของ KTC ที่ผ่านมาจะเน้นการเติมทักษะใหม่ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill รวมไปถึงสวัสดิการพนักงานที่เหมาะสม กระทั่ง 5 ปีที่ผ่านมา โลกการทำงานเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์การทำงานแบบไฮบริด แถมเต็มไปด้วยคนหลากหลายเจนเนอเรชั่น และแต่ละช่วงวัยมีความต้องการและเป้าหมายแตกต่างกัน อย่างเด็กจบใหม่ หรือ Gen Z คุณสุดปรารถนา บอกว่า จะมองหา Workplace ที่ยอมรับในตัวตนของเขา และอยากเรียนรู้การทำงาน เพื่อให้งานออกมาดี พอเริ่มโตขึ้น มีประสบการณ์ทำงานมากขึ้น จนเข้าสู่วัย 30 ปี จะมองเรื่องเงินและความก้าวหน้าในสายงาน เพื่อสร้างความมั่นคง แต่เมื่ออายุ 40 ปี กลับมองเรื่อง Work-Life Balance ต้องการเวลาในการทำงานที่ยึดหยุ่น และไม่เครียดเกินไป

ถึงแม้ความต้องการของคนแต่ละเจนจะต่างกัน แต่คุณสุดปรารถนา บอกว่า สิ่งทึ่คนทุกเจนต้องการเหมือนกัน นั่นคือ ความสุขในการทำงาน นั่นจึงเป็นที่มาให้ KTC ต้องการยกระดับการสร้าง “ความสุข” และ “ปลอดภัย” ให้ครอบคลุมมิติ ทั้งในมิติของการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว จึงส่งผลให้การสร้างองค์กรแห่งความสุขและปลอดภัยของ KTC มีมิติที่กว้างขึ้นจากเดิม โดยเป็นการดูแลคนแบบองค์รวมเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งหน้าที่การงาน และใจ รวมถึงเตรียมพร้อมรับกับอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้

ใช้ Work-Life Integration ดูแลคนแบบองค์รวม  

เหตุผลที่ทำให้ KTC ต้องการดูแลคนแบบองค์รวมเพราะโลกการทำงานทุกวันนี้ไม่สามารถแยกชีวิตการทำงานออกจากชีวิตส่วนตัวได้อย่างเด็ดขาด คุณสุดปรารถนา บอกว่า หากคนมีความกังวลในใจ ถึงไม่ใช่เรื่องงาน ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้ จากข้อมูลพบว่า ความกังวลหลักของคนทำงานนั้นมี 3 เรื่องคือ สุขภาพ การเงิน และเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งหากปล่อยให้ความกังวลเหล่านี้สะสมไว้นาน จะบั่นทอนจิตใจ และความสุข จนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน บวกกับนิยามความสุขของคนทำงานแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น KTC จึงนำแนวคิด Work-Life Integration มาใช้ในการบริหารคนตลอดช่วงชีวิตการทำงานอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่การจ้างงานที่เปิดรับทุกความหลากหลาย รวมถึงมีรูปแบบการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้กับพนักงาน ทั้งยังนำเครื่องมือต่างๆ มาดูแลสุขภาพกายและใจให้คนทำงาน ทั้งการให้ความรู้ด้านสุขภาพและความรู้ทางด้านการเงิน การตรวจสุขภาพตามช่วงวัย การจัดการความเครียดอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการโค้ชชิ่ง ผ่านโค้ชภายในองค์กรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากโค้ชนานาชาติ เพื่อให้พนักงานที่รู้สึกกังวลใจในเรื่องต่างๆ สามารถมาพูดคุยกับโค้ชที่เลือกได้เองตามต้องการ จนถึงการเตรียมความสำหรับวาระสุดท้ายแบบมืออาชีพ เพื่อให้พนักงานวางแผนชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งพนักงานให้ความสนใจจำนวนมากโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว เพราะหลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเจ็บป่วย จึงเป็นการสร้างความตระหนัก และเตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างเท่าทัน

“การมีข้อมูลจะช่วยให้พนักงานคลายความกังวลเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเบาใจ พร้อมทั้งโฟกัสงานได้อย่างเต็มที่”

นอกจากการดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานแล้ว KTC ยังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศในที่ทำงานให้มีความเอื้ออาทรกันเพื่อให้คนทุกเจนทำงานร่วมกันได้ เพราะในแต่ละวันคนเราใช้ชีวิตในออฟฟิศมากกว่าครึ่งหนึ่งในแต่ละวัน รวมถึงเปิดใจรับฟัง เปิดใจไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือหัวหน้างาน

บริหารคน ไม่มีจุดเฟอร์เฟค ต้องทำต่อเนื่อง 

หลังจากปรับแนวทางการสร้างความสุขและปลอดภัยให้กับพนักงาน ด้วยการดูแลคนแบบองค์รวม KTC ได้มีการสำรวจ Employee Engagement ทุกปี เพื่อวัดความผูกพัน รวมถึงสิ่งที่พนักงานต้องการและไม่ต้องการ ปรากฎว่าคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แถมอัตราการลาออกของพนักงานยังน้อยมาก นี่จึงเป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่าคน KTC มีความสุขในการทำงาน

แต่คุณปรารถนา ยอมรับว่า การทำสิ่งเหล่านี้ไม่มีจุดเพอร์เฟค เพราะเจนเนอเรชั่นเปลี่ยนไปตลอดเวลาและพฤติกรรมคนทำงานก็เปลี่ยนไป ซึ่งทุกอย่างมีผลต่อการสร้างความความสุขต่อคนในองค์กร ดังนั้น จึงต้องพัฒนาและทำสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่อง โดยบริษัทจะรับฟังเสียงของคนในองค์กรอยู่เสมอ เพื่อนำปรับรูปแบบการดูแลคนให้สอดรับกับความต้องการ ควบคู่กับการเสริมทักษะด้าน AI เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานให้สอดรับกับโลกปัจจุบัน พร้อมกับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วอยากมาออฟฟิศ

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like