“เซ็นทรัล พาร์ค–เซ็นทรัล กระบี่” ผงาดพา “เซ็นทรัลพัฒนา” ท็อปฟอร์มปี 68 ทำรายได้ 53,009 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า สร้างสถิตินิวไฮ 3 ปีซ้อน
คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “จากผลประกอบการปี 2568 ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนชัดเจนว่าโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development คือรากฐานสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และการเปิดศูนย์การค้าใหม่อย่างเซ็นทรัล พาร์ค ,เซ็นทรัล กระบี่ ยังช่วยเสริมศักยภาพของพอร์ตธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัลพัฒนา
โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 53,009 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลสูงถึง 2.40 บาทต่อหุ้น (รอการอนุมัติ) คิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผล 57% ตอกย้ำฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและวินัยทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการลงทุนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักภายใต้กลยุทธ์ Retail-Led Mixed-Use Development โดยในปีนี้ “เซ็นทรัลพัฒนา” สร้างปรากฏการณ์ด้วยจำนวนผู้มาใช้บริการศูนย์การค้าทั่วประเทศกว่า 650 ล้านครั้งต่อปี และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 70 ล้านครั้งต่อปี
- Central Park: แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง ดึงทราฟฟิกวันธรรมดา 70,000 คน และพุ่งสูงถึง 100,000 คนในวันหยุด
- Central Krabi: มิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัดที่ทำสถิติผู้เข้าใช้บริการวันแรกถึง 40,000 คน
- World-Class Partner: กว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลกที่เข้าสู่ตลาดไทยเป็นครั้งแรก เลือกเปิดสาขากับเซ็นทรัลพัฒนา โดยมีพันธมิตรร้านค้ากว่า 18,000 ราย
- Festive Destination: การจัดแคมเปญระดับโลกอย่าง Disney และงาน Countdown “Times Square of Asia” ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของปีอย่างมีนัยสำคัญ
Residence & Office เติบโตบนทำเลศักยภาพ
- Residence: โครงการที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้ายังคงได้รับความนิยมสูงสุด โดยคอนโดมิเนียมแบรนด์ Escent นครสวรรค์ มียอดขายกว่า 80% และนครปฐมพุ่งสูงกว่า 95%
- Office: อาคารสำนักงาน 11 แห่งในกรุงเทพฯ ยังคงรักษามาตรฐาน Grade A บนทำเล Prime Area โดยมี Central Park Offices เป็นแฟล็กชิพที่ตอบโจทย์ Lifestyle การทำงานยุคใหม่
Hotel รุกตลาดโรงแรมคุณภาพและราคาย่อมเยา
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโรงแรมเพื่อเติมเต็ม Ecosystem โดยเน้นแบรนด์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่
- GO Hotel: โรงแรมระดับคุณภาพในราคาจับต้องได้ เดินหน้าตามเป้าหมาย 25 แห่งภายใน 5 ปี โดยเปิดสาขาใหญ่ที่สุดที่ GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต
- Hilton Garden Inn Rayong: ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการตอบรับของกลุ่มลูกค้าองค์กร (Corporate) และนักท่องเที่ยว
CPNREIT ยุทธศาสตร์ขยายพอร์ต 2 เท่า
ในส่วนของกองทรัสต์ CPNREIT ได้ดำเนินตามแผนเพิ่มศักยภาพสินทรัพย์ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ซึ่งช่วยดึงดูดทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยกองทรัสต์ตั้งเป้าหมายขยายขนาดสินทรัพย์ให้เติบโตเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 (2032) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงยาวนานให้กับผู้ถือหน่วย
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งกลับมาขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 หลังจากชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2568 อันเป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568
ควบคู่กับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีส่วนช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่าย และมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและร้านอาหาร รวมถึงร้านอาหารนอกโรงแรม
สำหรับปี 2569 เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมเปิดเมกะโปรเจกต์และโครงการใหม่ต่อเนื่อง ได้แก่
- The Central พหลโยธิน: โครงการแฟล็กชิพแห่งอนาคต
- Central Khonkaen Campus: มิกซ์ยูสใหม่ในจังหวัดขอนแก่น
- Central Northville: โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดในนนทบุรี
- Market Place Thonglor: การพลิกโฉม Community Hub ใจกลางเมือง
อย่างไรก็ดี ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา มีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 แห่ง – ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา) คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 51 โครงการ









