ในช่วงเวลาที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายเต็มไปหมด โจทย์ยากของผู้นำคือ การสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะลำพังแค่การรักษาอัตราการเติบโตในระดับเดิมให้ได้ ก็ทำได้ยากมากแล้ว ทว่า “บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “AssetWise” กลับสร้างยอดขายช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2568 มียอดขาย 23,407 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มียอดขายเพียง 5,980 ล้านบาท ทั้งยังแตกธุรกิจใหม่ออกไปมากมาย และปีนี้ยังมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตขึ้นอีก 19%
คำถามคือ AssetWise ทำอย่างไร? ตามไปฟังวิธีคิดของผู้นำ AssetWise พร้อมกลยุทธ์การโตต่อในปีนี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และสงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ที่ยังไม่จบ
“เติบโต” บนเหตุการณ์ไม่ปกติ
สำหรับคนทำธุรกิจแล้ว เหตุการณ์ไม่ปกติหรือวิกฤติเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกได้ เกือบทุกธุรกิจคงอยากเจอให้น้อยที่สุด แต่สำหรับ AssetWise “คุ้นเคย” กับเหตุการณ์ไม่ปกติมาตลอด “คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า ตั้งแต่เปลี่่ยนนามสกุลเป็นมหาชนเมื่อปี 2564 ตอนนั้นเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติโควิดพอดี ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดคอนโด
กระทั่งปีถัดมา แม้โควิดจะคลี่คลาย แต่ก็เกิดความท้าทายใหม่ๆ ไม่หยุด ทั้งเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อถดถอย หนี้ครัวเรือนสูง รวมไปถึงสงครามทางการค้า ทำให้ธุรกิจอสังหาฯ อยู่ในภาวะ “ซึม” ยาว และในปี 2568 ยังถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์แผ่นดินไหวอีก ทำให้ตลาดหดตัวหนักยิ่งขึ้น แต่ทว่า AssetWise ไม่เพียงแค่รอดมาได้ แต่คุณกรมเชษฐ์ ย้ำว่า เหตุการณ์เหล่านี้ยังช่วยบ่มเพาะให้บริษัท “เติบโต” อย่างแข็งแกร่ง
สะท้อนได้จากรายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ปี 2565 รายได้ 5,980 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 7,175 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 9,987 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 10,500 ล้านบาท
ปี 2569 รายได้ 12,500 ล้านบาท
“ตุนเงินสด-ปรับตัวให้ไว” อาวุธลับในยุคผันผวน
สำหรับอาวุธลับที่ทำให้ AssetWise เติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายมากมาย มีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่อง 1.การปรับตัว ให้เข้ากับสถานการณ์ โดยไม่ยึดติดกับทำเลเดิม เพราะหลังจากเจาะตลาดนักศึกษา จนสร้างแบรนด์ Campus Condo เป็นที่รู้จัก บริษัทก็เริ่มออกจาก Comfort Zone มองหาทำเลใหม่ที่มีโอกาส กระทั่งเลือกปักหมุด “ภูเก็ต” เพราะเห็นโอกาสเติบโต ด้วยการเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE
โดยปีแรกเริ่มจากการพัฒนาโครงการเดอะไทเทิล ฮาโล วัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยากมีบ้านหลังที่ 2 และขยับมาทำตลาดพูลวิลล่า จนปัจจุบันมีทั้งหมด 15 โครงการ ทั้งยังสร้างยอดขายให้บริษัทเกือบ 50% แล้ว ซึ่งวิธีนี้ทำให้เวลาที่ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ชะลอตัว จึงมีรายได้จากภูเก็ตมาประคอง และทำให้บริษัทยังเติบโตต่อได้อย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ยังไม่ติดติดกับการทำธุรกิจอสังหาฯ แบบเดิม ด้วยการขยับสู่ธุรกิจใหม่ ทั้งธุรกิจซื้อขายฝากเช่าครบวงจร, ธุรกิจ Health & Wellness เช่น Rocket Fitness และคลินิกกายภาพบำบัด, ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์, ธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ รวมถึงธุรกิจ Hospitality อย่างโรงแรม และ Beach Restaurant ซึ่งไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว ยังสร้างรายได้จากโอกาสใหม่เพิ่มขึ้นด้วย โดยปัจจุบันรายได้จากธุรกิจเสริมอยู่ที่ 5% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10% ใน 3 ปี ซึ่งเป็นสัดส่วนที่คุณกรมเชษฐ์ มองว่า เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ เพราะธุรกิจ Recurring ลงทุนสูง จึงต้องบาลานซ์ให้ดี
2.การมีกระแสเงินสดในมือ ถือเป็นอีกหัวใจสำคัญในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและตลาดซบเซา เพราะช่วยให้ธุรกิจมีแคลชโฟว์ในการพัฒนาโครงการ และสามารถลดหนี้ได้ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คุณกรมเชษฐ์ บอกว่า บริษัทใช้เงินอย่างระมัดระวัง โดยโฟกัสธุรกิจที่สามารถขายแล้วได้เป็น “เงินสด” เร็ว ยกตัวอย่างการพัฒนาโครงการในภูเก็ต ลูกค้ากว่า 90% จ่ายเงินสดก่อนโอนกรรมสิทธิ์ แบ่งเป็น 3 งวดๆ ละ 25% นั่นหมายความว่าก่อนโอน บริษัทจะรับเงินสดจากลูกค้ามาแล้ว 75% ทำให้บริษัทไม่ต้องลงทุนเงินสดเพิ่มในการพัฒนาโครงการ ทั้งยังช่วยลดการทิ้งหรือไม่โอนของลูกค้าด้วย แตกต่างจากตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ โดยทั่วไปได้รับเงินดาวน์ประมาณ 10% เท่านั้น
สยายปีกตลาดภูเก็ต รุกพูลวิลล่า-โรงแรม
ส่วนก้าวต่อไปของ AssetWise ต้องการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยปีนี้ตั้งเป้าโตอีก 19% แต่คุณกรมเชษฐ์ ยอมรับว่า ปีนี้ตลาดอสังหาฯ ยังมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะกำลังซื้อยังชะลอตัว และมีความไม่แน่นอนต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อรับมือกับความท้าทายและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ จึงเน้นกลยุทธ์ 4 เรื่อง
1.Product Excellence การพัฒนาดีไซน์และฟังก์ชั่นให้ตอบสนองการอยู่อาศัยของลูกค้าที่เปลี่ยนไป รวมถึงพัฒนาบริการหลังการขายที่ดี เพราะเป็นกลยุทธ์สำคัญอันดับแรกที่จะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคและทำให้บริษัทแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นได้ในตลาด
2.Business Transformation ปรับคนและกระบวนการทำงานในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและสามารถทรานส์ฟอร์มองค์กรให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้เท่าทัน โดย 2 ปีที่ผ่านมามีการเทรน AI ให้กับบุคลากร และปัจจุบันเริ่มนำมาใช้ในธุรกิจหลายส่วน เช่น ด้านการตลาด นำ AI มาทำคลิปวิดีโอสั้น แม้คุณภาพอาจไม่เท่ากับการทำหนังโฆษณา แต่ช่วยลดระยะเวลาและเงินทุน โดยใช้เงินทุนเพียง 3,000 บาท และเวลาเพียง 2 สัปดาห์ จากเมื่อก่อนทำหนัง 1 เรื่อง ใช้เงินลงทุน 1 ล้านบาท และใช้เวลาถึง 3 เดือน
3.ไม่โตคนเดียว พนักงาน พาร์ทเนอร์ และสังคม เติบโตไปด้วยกัน
4.Diversification อีกกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตท่ามกลางความผันผวน คือ การขยายพอร์ตไปยังธุรกิจที่หลากหลายและทำเลใหม่ที่มีโอกาส เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ โดยปีนี้จะโฟกัสทำเลภูเก็ต เพราะมองว่าตลาดยังเติบโตได้อีก เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก (World Destination) ทำให้ชาวต่างชาตินิยมมาพักอาศัย โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาภูเก็ตราว 10 ล้านราย แม้ในบางทำเล บางตลาด การแข่งขันจะสูง โดยเฉพาะพูลวิลลา แต่ถ้าโปรดักต์แตกต่างก็ไปต่อได้ ปีนี้จึงมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 6 โครงการ เน้นตลาดพลูวิลล่า และกระจายในทำเลใหม่ๆ ส่วนอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ คาดต้องใช้เวลาอีก 2 ปี จึงกลับมา เพราะซัพพลายบางทำเลเริ่มหมด
“ตลาดสมุยเล็กกว่าภูเก็ต และมีข้อจำกัด หน้าฝนยาวกว่าภูเก็ต ดังนั้น ตราบใดที่ภูเก็ตยังขยายได้ และมีโอกาสอยู่ เราจะไม่แบ่งทีมหรือขยายไปจังหวัดอื่น”
รวมทั้งมีแผนขยายธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต โดยผนึกกับเชนโรงแรมระดับโลกอย่าง IHG Hotels & Resorts ในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล พัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์ VOCO เพราะเห็นโอกาสเติบโต จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต่อเนื่อง และ Room Rate ดีที่สุด ขณะที่ราคาที่ดินถูกกว่าในกรุงเทพฯ ตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ โดยพัฒนาเป็นโรงแรม 4 ดาว คาดเปิดตัวในปี 2570
“โรงแรมเป็นธุรกิจที่ใกล้เคียงกับอสังหาฯ ขายรายวันกับรายคืน และถ้าอยู่ในทำเลที่ดี สามารถคืนทุนใน 10 ปี ที่เหลือเก็บเป็น Recurring Income ระยะยาว และหากทำได้ดี สามารถขายเข้ากองรีท สร้างแวลูเพิ่ม ได้เป็นเงินสดกลับมา” คุณกรมเชษฐ์ บอกเหตุผลของการเลือกทำธุรกิจโรงแรม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สร้างรายได้ประจำและทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว แม้จะเจอความไม่แน่นอน
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE







