“แฟชั่น” หนึ่งในธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันยุคที่อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากเศรษฐกิจ ความผันผวนของพฤติกรรมผู้บริโภค และการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลก ซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อรักษาการเติบโตและรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
Brand Buffet ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ “คุณหมู–พลพัฒน์ อัศวะประภา” ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group (อาซาว่า กรุ๊ป) บนถนนสายแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กับเส้นทาง 18 ปี ถึงความท้าทายพร้อมก้าวใหม่จาก “แฟชั่น” สู่ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์” กับนิยามใหม่ของตัวเองในฐานะ “Young Luxury” และการแตกไลน์ธุรกิจที่สะท้อนวิธีคิดแบบไลฟ์สไตล์บิสิเนสอย่างชัดเจน ตั้งแต่เสื้อผ้า ยูนิฟอร์ม อาหาร ไปจนถึงธุรกิจบันเทิงและการผลิตซีรีส์

แบรนด์ Asava
18 ปี กับ 6 แบรนด์ภายใต้ DNA เดียวกัน
คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group กล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับการเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมุมมองการใช้งานจริงมาต่อยอดพัฒนาสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ตลาดและเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
“เราต้องยอมรับความจริงว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก แม้แต่ประเทศมหาอำนาจก็ยังประสบปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจแฟชั่นและลักชัวรี ในระดับโลกเราเห็นการเปลี่ยนแปลงดีไซเนอร์ในแบรนด์ใหญ่ถึง 15 แบรนด์ในปีเดียว สำหรับ Asava Group เราถือว่าโชคดีที่ยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องทุกปี แม้จะไม่ได้ก้าวกระโดดตามเป้าหมาย 5 ปีที่เคยตั้งไว้อย่างท้าทาย แต่รายได้รวมของเรายังคงเพิ่มขึ้นและมีผลกำไรที่น่าพอใจ โดยเฉพาะจากหน่วยธุรกิจใหม่ ๆ ที่เราแตกไลน์ออกมา”

Uniform by Asava
เส้นทางของ Asava Group เริ่มต้นจากแบรนด์แฟชั่น “Asava” ก่อนจะขยายอีโคซิสเต็มทางธุรกิจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ปัจจุบันกลุ่มมีทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่
- Asava แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่สะท้อนความเรียบโก้และสง่างาม
- Asv แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับหญิงสาวรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความมีขีวิตชีวา
- WHITE Asava แบรนด์สำหรับชุดเจ้าสาวแบบ bespoke
- Uniform by Asava แบรนด์เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์ม
- MOO Bangkok เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ
- ธุรกิจร้านอาหาร SAVA THAI THAI FLAVOUR
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Asava Group ไม่เคยนิยามตัวเองว่าเป็น “Luxury” ในความหมายดั้งเดิม แต่เลือกวางตำแหน่งเป็น “Young Luxury” ที่เข้าถึงได้ มีดีไซน์ มีคุณภาพ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้บริโภครุ่นใหม่
ปรับกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตแฟชั่นโลก ด้วยการเติบโตอย่างมีทิศทาง
แม้ปีที่ผ่านมาแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกจำนวนมากจะต้องปรับทัพ เปลี่ยนผู้บริหาร และทบทวนกลยุทธ์ใหม่ แต่ Asava Group ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง “เราผ่านมาได้ รายได้เพิ่มขึ้นทุกปี และเรายังมองว่ามีโอกาสเติบโตได้มากกว่านี้” คุณ หมู–พลพัฒน์ กล่าวถึงสถานการณ์ของ ASAVA ปีท่ผ่านมาหลังมีการปรับกลยุทธ์ที่ไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์เดิม แต่ขยับตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

Uniform by Asava
โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีหลังโควิด ธุรกิจเสื้อผ้ากลับมาเติบโตอย่างแข็งแรง ตัวเลขฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด และสามารถเดินตามแผนขยายงานที่วางไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งในส่วนของ Asava Group ช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายรวมสูงถึง 131% ถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นตามเป้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ Asava Group ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม Ready-to-wear ควบคู่กับการขยายตลาด Custom-made เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
- ASAVA แบรนด์หัวหอกหลักทะยานตลาดต่างประเทศ
แม้จะขยายแบรนด์ไปหลากหลาน แต่ ASAVA ยังคงเป็นแบรนด์หลักที่ทำยอดขายให้ทางกรุ๊ป ซึ่งหลังจากที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ปีนี้แบรนด์ ASAVA จะเน้นการขยายตลาดในต่างประเทศมากเป็นพิเศษ โดยจะเน้นทำตลาดที่มีความคุ้มค่า มีพาร์ทเนอร์ที่ดีในประเทศนั้นๆ
- Uniform by Asava หัวหอกสำคัญของกลุ่ม
หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือ Uniform by Asava ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ยูนิฟอร์มเพียงอย่างเดียวคิดเป็นราว 30% จากรายได้ทั้งหมด โดยลูกค้าหลักคือองค์กรชั้นนำที่อยู่ด้วยกันมายาวนานกว่า 15 ปี ตั้งแต่สายการบิน Bangkok Airways ที่เป็นลูกค้าเจ้าแรก มาจนถึงสถาบันการเงินชั้นนำเกือบทุกแห่งในไทย เช่น ธนาคารกรุงเทพ, SCB, กสิกรไทย และ KTB
สำหรับจุดแข็งสำคัญคือการเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่นำ “ดีไซเนอร์แฟชั่น” เข้าสู่ตลาดยูนิฟอร์ม พร้อมโมเดล”Hybrid” ระหว่างดีไซน์และโรงงาน ลูกค้าสามารถสั่งผ่านออนไลน์ได้ทันที มีอระบบ Sizing ที่มีความละเอียดสูงมาก โดยมีให้เลือกมากถึงกว่า 200 ไซซ์ รองรับทั้งเสื้อและกางเกง แตกต่างจากโรงงานทั่วไปที่รองรับเพียง 40–50 ไซซ์ กลุ่มลูกค้าหลักคือธนาคาร โรงแรม และองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการภาพลักษณ์มืออาชีพและความรวดเร็วในการจัดส่ง โดยมีเป้าหมายในการทำ ‘Corporate Identity Design’ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลให้กับองค์กรชั้นนำ รวมถึงการขยายฐานเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Hospitality ซึ่งถือเป็นการส่งออก Service Identity ผ่านงานดีไซน์เครื่องแต่งกาย ขณะเดียวกัน
- “ASV” Restructure ใหม่ เพื่อเจาะ Gen Z และ Millennial
ในขณะที่แฟชั่นมีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่น้อยลง Asava Group เลือกปรับเกมด้วยการ Restructure แบรนด์ ASV ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างราคาไปจนถึงคอนเซ็ปต์ โดยลด Opening Price จากกว่า 2,000 บาท เหลือเพียงหลักพันปลาย ๆ เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น

แบรนด์ ASV
กลยุทธ์สำคัญไม่ใช่แค่ “แฟชั่น” แต่คือการสร้าง “Vibe” เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาเทรนด์ หากแต่มองหาสิ่งที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความสบาย ความแคชชวล และความรีแลกซ์ คือโจทย์หลักที่แบรนด์ต้องสะท้อนออกมาให้ชัด พร้อมกันนี้ยังมุ่งต่อยอดสินค้าแฟชั่นสู่ Lifestyle Items เพื่อให้แบรนด์สามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพิ่มเติมช่องทางการไลฟ์สด
ทั้งนี้แบรนด์มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Gen Y ที่ชื่นชอบแฟชั่นและมีกำลังซื้อ ควบคู่กับกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ต้องการความมั่นใจและต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งยอดจากการ Live ของแบรนด์ ASV และ MOO Bangkok เติบโตขึ้นกว่า 100% สำหรับทั้งสองแบรนด์ เนื่องจากลูกค้าต้องการเห็นสินค้าในมุมมองที่สมจริง และการแนะนำสไตล์ลิ่งแบบเรียลไทม์ ซึ่งแผนการลงทุนเราไม่ใช่แค่การสร้างยอดขาย แต่สร้างคุณค่าระยะยาว โดยเพิ่มเติมระบบดิจิทัลและ CRM ที่เชื่อมต่อ Omni-channel ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
- Moo Bangkok และโอกาสของอาหารไทยบนเวทีโลก
นอกจากแฟชั่น ธุรกิจอาหารคืออีกหนึ่งขาที่ Asava Group ลงทุนอย่างจริงจัง Moo Bangkok ร้านอาหารไทยที่ยกระดับสตรีทฟู้ดให้มีประสบการณ์ใหม่ ปัจจุบันมี 3 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1 สาขาในปีนี้
มุมมองของกลุ่มคือ อาหารไทยในต่างประเทศยังมีช่องว่างอีกมาก จากเดิมที่ภาพจำคือ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ข้าวผัด วันนี้นักท่องเที่ยวที่มาไทยจำนวนมหาศาลได้สัมผัสสตรีทฟู้ดและรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น และเริ่มมองหาร้านอาหารไทยในประเทศของตัวเอง คอนเซ็ปต์ของ Moo Bangkok จึงยัง “สนุก กล้า และแอดเวนเจอร์” เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตระยะยาว

Moo Bangkok
พร้อมกันนี้ยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Nara Group ทำให้แบรนด์ Co-Limited เติบโตอย่างก้าวกระโดดในต่างประเทศ ทั้งฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ความสำเร็จนี้เกิดจากการนำเสนอ “Premium Street Food” ที่มีรสชาติจัดจ้าน สนุกสนาน และให้บรรยากาศแบบไทยแท้ ๆ ซึ่งแตกต่างจากร้านอาหารไทยดั้งเดิมในต่างแดนที่มักจะมีเมนูซ้ำ ๆ เดิม ๆ
รีโนเวตแบรนด์ Flagship Store รับการแข่งขันใหม่
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของปีนี้คือการ Revamp Flagship Store ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ที่สุขุมวิท 45 ให้เป็นโชว์รูมและออฟฟิศโฉมใหม่ ในเดือนมีนาคมนี้ ในรูปแบบ Stand-alone (หน้าร้านเดี่ยว) ริมถนน ซึ่งถือเป็นการกลับมาเปิดหน้าร้านนอกห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง เพื่อยกระดับแบรนด์และรับมือการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศในภูมิภาคอย่างเวียดนาม การปรับโฉมใหม่นี้จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่ใจกลางเมืองย่าน BTS และมองหาทำเลในห้างใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว
“เหตุผลที่เราหันมาเน้นร้านนอกห้างฯ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ไม่ได้เดินห้างเพื่อซื้อของเพียงอย่างเดียว แต่มองหา “Journey & Experience” พวกเขาต้องการสัมผัสตัวตนของแบรนด์ ต้องการคอมมูนิตี้ และประสบการณ์ที่มีมิติมากกว่าแค่การซื้อขาย ซึ่งพื้นที่ในห้างอาจตอบโจทย์เรื่องความสะดวกของนักท่องเที่ยว แต่สำหรับคนไทยและลูกค้าประจำ พื้นที่ Stand-alone จะสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเข้าถึงคุณค่าของแบรนด์ได้ดีกว่า”

SAVA THAI THAI FLAVOUR
เร่งเครื่องบุกต่างประเทศอย่างมีกลยุทธ์
ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศช่วงก่อนโควิด Asava Group เคยขยายไปจีนและสิงคโปร์ ก่อนจะหยุดชะงัก และวันนี้กลับมาเดินเกมเชิงรุกอีกครั้ง โดยมองหาพาร์ทเนอร์ในเอเชีย ตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศอาหรับที่เศรษฐกิจเติบโตชัดเจน พร้อมทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก
โดยเฟสแรกจะมุ่งสู่ตะวันออกกลางและพลังของ “Cluster” การขยายตลาดต่างประเทศในปีนี้ เรามองเห็นศักยภาพมหาศาลใน ตลาดตะวันออกกลาง (Middle East) เนื่องจากกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคนี้มีกำลังซื้อสูง จ่ายเงินง่าย และชื่นชอบสินค้าไลฟ์สไตล์รวมถึงบริการด้านสุขภาพ (Wellness) ของไทย ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีขึ้น ทำให้เป็นโอกาสทองที่เราจะนำแบรนด์เข้าไปทำตลาด,
ส่วนตลาด จีน ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องใช้เงินลงทุนสูง ทางแบรนด์เรียนรู้แล้วว่าการไปอย่างโดดเดี่ยวไม่ใช่คำตอบ ในปีนี้เราจะใช้กลยุทธ์การรวมกลุ่ม (Cluster) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (Bangkok Fashion Society: BFS), สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย (Federation of Thai Fashion Designers: FTFD), กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (Department of International Trade Promotion: DITP) และแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่รวบรวมแฟชั่นจากไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ผลักดันสินค้าแฟชั่นในกลุ่มพรีเมียมสู่ตลาดออนไลน์ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการอีคอมเมิร์ซและแฟชั่นพรีเมียมในเมืองไทย และมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายของแบรนด์อีกด้วย
แตกไลน์สู่ธุรกิจบันเทิง Asava Studio และ MJ Management
ไฮไลต์สำคัญของการแตกไลน์ธุรกิจในปีนี้ คือการก้าวเข้าสู่ ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผ่าน Asava Studio บริษัทผลิตซีรีส์ ที่ตั้งเป้าผลิตอย่างน้อย 2 เรื่องในปี 2569 และพยายามขยับเป็น 3 เรื่อง โดยวางคิวฉายช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน
ควบคู่กันคือการเปิด MJ Management ค่ายดูแลศิลปิน เพื่อปั้นนักแสดงเข้าสู่ระบบการผลิตซีรีส์ ปัจจุบันเริ่มเซ็นสัญญาแล้ว 5–6 คน เน้นตลาดซีรีส์วัยรุ่น วาย และยูริ ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่มีดีมานด์สูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนเหตุผลที่เลือกทำซีรีส์ ไม่ได้มาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือแพชชั่นส่วนตัว ผนวกกับโครงสร้างของช่อง Mono และแพลตฟอร์ม Monomax ที่ต้องการคอนเทนต์วัยรุ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมรุ่นใหม่ โดยตั้งเป้าผลิตเพื่อป้อนช่อง และต่อยอดขายลิขสิทธิ์ไปยังญี่ปุ่น ไต้หวัน และตลาดเอเชีย
“ทุกธุรกิจของ ASAVA GROUP เกิดจาก PASSION ทั้งหมด เช่นเดียวกับการรุกเข้ามายังธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่มีความชื่นชอบและแพชชั่นในตัวอยู่แล้ว ประกอบกับด้วยความที่เขาจบนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้มีความรักเกี่ยวกับศิลปะการแสดงมาแต่แรกอยู่แล้ว” คุณหมูกล่าว
ขณะที่ปีนี้ถูกมองว่าเป็นปีที่ “ชาเลนจ์” ทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว และการขยายธุรกิจหลายมิติพร้อมกัน แต่ Asava Group เชื่อว่าด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้ ทั้งการขยายทีม AI, PR, IT และกราฟิก การลิฟต์อัพแบรนด์ และการแตกไลน์สู่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะสามารถตอบโจทย์การเติบโตได้
ในวันที่ผู้บริโภคใช้เงินกับเสื้อผ้าน้อยลง แต่ยอมจ่ายกับประสบการณ์ การกิน และการท่องเที่ยวมากขึ้น Asava Group เลือกเดินเกมแบบไม่ยึดติดกับกรอบเดิม และพิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์แฟชั่นสามารถเติบโตได้ หากเข้าใจไลฟ์สไตล์ของโลกที่เปลี่ยนไป
ท้ายที่สุดเมื่อถูกถามถึงความท้าทายในการทำธุรกิจ “คุณหมู–พลพัฒน์” ตอบแบบทีเล่นทีจริงว่า ก็คือ “ตัวเอง” เพราะทุกอย่างหากสามารถชนะใจตัวเองได้ ก็จะสามารถฝ่าฟันไปได้





