
ปี 2568 ได้เริ่มเปิดขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ (ARAYA Industrial Estate) เฟสแรกบนพื้นที่กว่า 1,891 ไร่ เมื่อเปิดดำเนินการ กนอ. คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในประเทศกว่า 58,240 ล้านบาท รวมถึงสร้างการจ้างงานใหม่กว่า 14,560 ตำแหน่ง
ช่วงปลายปี 2568 นิคมอุตสาหกรรมอารยะ ขายพื้นที่ได้แล้ว 600 ไร่ โดยมีลูกค้าต่างชาติรายใหญ่ในหลากหลายอุตสาหกรรม
– Infineon ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของเยอรมนี ซื้อพื้นที่สร้างโรงงาน 125 ไร่ โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เริ่มก่อสร้างโรงงานอาคารแรก (จากทั้งหมด 6 อาคาร) ตั้งแต่ปี 2568 และจะเปิดดำเนินการ อาคารแรกในปีนี้
– กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (FMCG) จากยุโรป ซื้อที่ดิน 200 ไร่ เตรียมโอนในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายโรงงานผลิตแห่งใหม่
– MR. D.I.Y. ธุรกิจโลจิสติกส์จากมาเลเซีย ซื้อที่ดิน 160 ไร่ สร้างศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า
– กลุ่ม Data Center จากจีนและไต้หวัน
– กลุ่มอิเลคทรอนิกส์อีก 3-4 ราย

คุณกมลกาญจน์ คงคาทอง
ขยายนิคมฯเฟสสองรวม 3,800 ไร่
คุณกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่าภาพรวมตลาดนิคมฯ ปีนี้ยังแข็งแรง จากทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศยังมาที่ไทย โดยธุรกิจในกลุ่มอิเลคทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ EV ต้องการกระจายการลงทุนแห่งที่ 2 และ 3 ในทำเลใหม่ จากเดิมฐานการผลิตอยู่จีน ไต้หวัน การที่บีโอไอ ส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้นักลงทุนตัดสินใจง่ายขึ้น
ปีนี้นิคมอุตสาหกรรมอารยะ ตั้งเป้าหมายขายที่ดินอีก 400 ไร่ รวมเป็น 1,000 ไร่
จากนั้นเตรียมแผนขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฟส 2 จากเดิมพื้นที่ 1,891 ไร่ รวมเป็น 3,800 ไร่ เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ Advanced Manufacturing, โลจิสติกส์และซัพพลายเชน, เทคโนโลยีดิจิทัลและ Data-driven Industry สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของภูมิภาค
หลังจากเริ่มขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฟส 2 ตามกระบวนการขออนุมัติจะใช้เวลา 18 เดือน ดังนั้นจะเริ่มขายและโอนที่ดินได้ช่วงปลายปี 2570 คาดว่าจะขายที่ดินโซนนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 3,800 ไร่ ภายใน 5-6 ปี
เปิดตัวโมเดลไฮบริดธุรกิจเช่าโรงงานและคลังสินค้า
โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เป็นโครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ปีนี้ได้เปิดตัวโมเดลธุรกิจเช่าโรงงานและคลังสินค้ารูปแบบไฮบริด ภายใต้ชื่อ ARAYA Industrial and Logistics Hub
โดยออกแบบเน้นความอเนกประสงค์ (Multi-functional) ให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานเป็นได้ทั้งโรงงานผลิตและคลังสินค้า (Ready-Built Factory & Warehouse) รวมทั้งปรับเป็นออฟฟิศและพื้นที่กิจกรรมของพนักงาน
เฟสแรกพื้นที่ 20 ไร่ เป็นอาคารคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าสร้างเสร็จพร้อมเข้าใช้งาน (Ready-to-Move-In) รวมพื้นที่อาคาร 23,639 ตารางเมตร ประกอบด้วย
– พื้นที่คลังสินค้า 20,835 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงาน 2 ชั้น อีก 2,804 ตารางเมตร การออกแบบรองรับธุรกิจโลจิสติกส์และ 3PL ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
– โครงสร้างอาคาร ความสูงภายในอาคาร 12 เมตร พื้นอาคารรับน้ำหนัก 3 ตันต่อตารางเมตร พร้อมยกพื้นอาคารสูง 1.30 เมตร เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า
– ระบบขนถ่ายสินค้าครบครัน ประกอบด้วย Loading Bay 2 ยูนิต, Dock Leveler 2 ยูนิต และ Ramp Access 1 ยูนิต
– การจัดการจราจรและขนส่ง ออกแบบเส้นทางการสัญจรภายในโครงการอย่างเป็นระบบ แยกโซนรถบรรทุก รถพนักงาน และพื้นที่จอดรถอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพ การขนส่ง รองรับทั้งรถบรรทุก 6 ล้อ และรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่
– อาคารได้รับการออกแบบตามแนวคิด LEED Certified Warehouse/Factory โดยใช้พลังงานด้วยระบบไฟ LED 400 lux, การใช้แสงธรรมชาติผ่าน Skylight และการระบายอากาศตามธรรมชาติ พร้อมหลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
– พื้นที่สำนักงาน 2 ชั้น ฟังก์ชันการใช้งานยืดหยุ่น รองรับทั้งการเป็นพื้นที่สำนักงานและสามารถปรับเปลี่ยนเป็น Showroom ได้ตามประเภทธุรกิจ
โมเดลธุรกิจ ARAYA Industrial and Logistics Hub ทั้งโครงการมีพื้นที่ 60 ไร่ เฟสแรก 20 ไร่ รวมพื้นที่ 23,639 ตารางเมตร ได้ก่อสร้างเป็นอาคารขนาด 5,000 ตารางเมตร เจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์, FMCG ที่อยู่ในทำเลบางนา-ตราด ซึ่งเป็นย่านซีบีดีคลังสินค้าและโรงงาน รวมทั้งลูกค้าที่มาซื้อที่ดินก่อสร้างโรงงานในนิคมฯอารยะ ที่ยังก่อสร้างโรงงานไม่เสร็จหรือมีออเดอร์เข้ามาจำนวนมาก
ธุรกิจให้เช่าโรงงานและคลังสินค้านี้คิดอัตราค่าเช่า 180-200 บาทต่อตารางเมตร เปิดให้บริการไตรมาส 3 ปีนี้
การเปิดตัว ARAYA Industrial and Logistics Hub มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของซัพพลายเชนโลกที่ให้ความสำคัญกับ “ความเร็ว ความมั่นคง และความแน่นอน” ด้วยทำเลจุดยุทธศาสตร์ เป็นฮับกระจายสินค้าหลักที่เชื่อมโยงไปทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพซัพพลายเชนในระยะยาว
ตามแผนลงทุนโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” มี 6 โซนหลัก
1. Industrial Tech Campus (แคมปัสด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี): พื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เป็นแคมปัสของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมไปถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
2. Logistics Park (พื้นที่โลจิสติกส์): พื้นที่สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า ด้วยทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งได้สะดวก เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศ
3. ARAYA Industrial Estate (นิคมอุตสาหกรรมอารยะ): พื้นที่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และตั้งอยู่ในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ
4. Lifestyle & Amenities (โซนไลฟ์สไตล์และบริการต่างๆ): พื้นที่รีเทล ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโครงการ
5. Community Services Centre (ศูนย์กลางการให้บริการชุมชน): ศูนย์กลางในการให้บริการชุมชน และช่วยเหลือลูกค้าของโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวนสาธารณะ ลู่วิ่ง และสนามฟุตซอล
6. Residential Project (โครงการที่อยู่อาศัย): เตรียมจัดสรรพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร ที่ทำงานในโครงการ
หลังจากเปิดโซนนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่โลจิกติกส์แล้ว การพัฒนาต่อไปคือโซนรีเทล รูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ พื้นที่ 10 ไร่ เริ่มช่วงกลางปี 2570 หลังจากนั้นจะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร
อ่านเพิ่มเติม





