เมื่อ 2 ปีที่แล้วกระแสน้ำมะพร้าวฟีเวอร์ ทำเอาราคา “มะพร้าว” ไทยหน้าสวนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ยิ่งมะพร้าวน้ำหอมราคาโดดขึ้นไปถึงลูกละ 40 บาท แต่ตอนนี้อยู่ๆ มะพร้าวน้ำหอมกลับราคา “ตกต่ำ” ถึงขั้นวิกฤต เหลือเพียงลูกละ 1-2 บาทเท่านั้น ส่งผลให้ชาวสวนและแบรนด์มะพร้าวน้ำหอมได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน จนเกษตรกรบางรายอยู่ไม่ไหว เพราะราคาต่ำกว่าทุนเท่าตัว
หลายคนคงงงกันว่าเกิดอะไรขึ้น? กับตลาดมะพร้าวน้ำหอมไทย Brand Buffet ชวนไปฟังมุมมอง “คุณณัฐศักดิ์ มนัสรังษี” เจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าว All Coco พร้อมการสร้างทางรอดอย่างยั่งยืนนับจากนี้
จากเอลนีโญ สู่ทุนต่างชาติกินรวบ ทำราคามะพร้าวไทยตกต่ำ
ที่ผ่านมาราคามะพร้าวน้ำหอมไทยมีการปรับขึ้นลงตามฤดูกาลทุกปี สถานการณ์ปกติในช่วงซัมเมอร์ คุณณัฐศักดิ์ บอกว่า ราคาต่ำสุดเคยอยู่ที่ 4 บาท ไปจนถึงสูงสุด 30 บาท ตลาดเป็นแบบนี้มาตลอด แต่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ กระทั่ง 2 ปีที่แล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผลผลิตออกน้อยติดต่อกันหลายเดือน ทั้งตลาดมะพร้าวหายไปเกือบ 90% ขณะที่ความต้องการในตลาดสูง ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงถึงลูกละ 40 บาท ขณะเดียวกันจีนซึ่งมีความต้องการมะพร้าวน้ำหอมสูง และเป็นผู้ซื้อหลักของไทยได้หันไปนำเข้าจากเวียดนาม เพราะราคาถูกกว่า และได้ผลผลิตต่อเนื่อง

ภาพจาก FB : Natthasak Manusrungsri
พอมะพร้าวน้ำหอมเริ่มออกผลผลิตมากขึ้น และกลับสู่ภาวะปกติ ดีมานด์ก็เริ่มกลับมา แต่ก็เกิดความท้าทายใหม่ขึ้นมา นั่นคือ โรงงานต่างชาติที่เข้ามาคุมตลาดทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่โรงงาน แพคเกจจิ้ง ยกเว้นอย่างเดียวคือ สวนมะพร้าว ทำให้สามารถกำหนดราคาได้เอง และกดราคาอย่างหนัก ประกอบกับชาวจีนหันไปบริโภคผลไม้เมืองหนาวบ้านเขามากขึ้น เนื่องจากผลไม้หลายอย่างออกพร้อมกัน ราคาจึงถูกลง ทั้งหมดเลยเป็นเหตุผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมไทย “ดิ่ง” ลงจนปัจจุบันมาอยู่ที่ลูกละ 1-2 บาท ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่เคยกินเวลานานหลายเดือน
“ตอนนี้เกษตรกรแบกรับการขาดทุนต่อไม่ไหวแล้ว เพราะรายได้หายไปหลายเดือน จึงไม่มีเงินมาลดน้ำ ใส่ปุ๋ย ตอนนี้ยังประเมินยากว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติเมื่อไหร่ เพราะมีหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ ถ้าในต่างประเทศร้อนจัด บริษัทเครื่องดื่มจะขายดี และมะพร้าวก็เป็นผลไม้ที่เป็นเครื่องดื่มในตัวอยู่แล้ว ราคามะพร้าวน้ำหอมน่าจะดีขึ้นไปด้วย แต่ถ้าร้อนช้า หรือร้อนน้อย ก็ไม่มีดีมานด์ และดีมานด์นั้นมีความต้องการแค่ไหน ถ้ามีความโหยหามาก แม้ราคาจะสูงขึ้น คนก็ยอมจ่าย”
ลุยสร้าง “แบรนด์” แก้วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมไทย
หลายคนอาจคิดว่า เมื่อมะพร้าวน้ำหอมราคาตก แบรนด์ผู้ผลิตก็ต้องได้กำไรมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว คุณณัฐศักดิ์ บอกว่า นอกจากกำไรจะไม่มาก ยังกระทบกับคุณภาพด้วย เพราะพอราคามะพร้าวตกต่ำ ทำให้เกษตรกรไม่มีรายได้มาบำรุงดูแลต้นมะพร้าว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “คุณภาพ” มะพร้าวก็ลดลง ทั้งลูกเล็ก และรสชาติไม่อร่อย จึงใช้ในการผลิตไม่ได้ เนื่องจาก all coco เน้นตลาดพรีเมียม โดยใช้ระบบสกัดเย็น หรือไม่ผ่านความร้อน เพื่อให้ได้รสชาติเหมือนดื่มสดๆ จากลูก คุณภาพจึงสำคัญมาก หากรสชาติไม่สม่ำเสมอ คนอาจบริโภคน้อยลง และกระทบกับยอดขายตามมา
โดยในแง่คุณภาพ ตอนนี้บริษัทยังคุมได้อยู่ เพราะ all coco มีสวนมะพร้าวน้ำหอมออแกนิกของตนเอง 40% และอีก 60% เป็นสวนจากเกษตรกรในเครือ Contract Farmer ซึ่งบริษัทดูแลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แต่ในแง่กำไรอาจไม่ได้มาก เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทเกือบ 80% มาจาก OEM โดยส่งออกวัตถุดิบมะพร้าวน้ำหอมให้กับบริษัทที่ใช้มะพร้าวน้ำหอมในต่างประเทศ ซึ่งมาร์จิ้นไม่สูงมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวน้ำหอมที่มีสัดส่วนรายได้เพียง 20% ยิ่งมาเจอกับราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ก็ส่งผลต่อกำไร เพราะหากตั้งราคาสูง ลูกค้าอาจจะ Switch ไปใช้แบรนด์อื่นได้
วิธีการรับมือกับของคุณณัฐศักดิ์จึงเริ่มจากการให้ราคามะพร้าวน้ำหอมกับเกษตรกรที่ดีกว่าท้องตลาด เพื่อประคองชาวสวนให้บาดเจ็บน้อยลง เพราะถ้าไม่ช่วยเลย เกษตรกรก็ไม่ไหวเช่นกัน รวมทั้งพยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Own Brand มากขึ้น ด้วยการสร้างแบรนด์มะพร้าวน้ำหอมในตลาดเดิมให้แข็งแรงมากขึ้น เพราะมองว่านี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ทั้งใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด และ Effective มากสุด
เพราะเมื่อแบรนด์เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ จะทำให้แบรนด์มีมูลค่า และเมื่อแบรนด์มีกำไรมากพอ สามารถกลับมาซื้อผลผลิตจากเกษตรในราคาที่แฟร์ได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้ แบรนด์ก็ได้วัตถุดิบคุณภาพ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าวิธีนี้อาจใช้เวลานาน ไม่ใช่แค่ 1-2 เดือน
ฉะนั้น แนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำได้เร็วที่สุด คุณณัฐศักดิ์แนะว่า รัฐอาจต้องเข้ามาซัพพอร์ต ด้วยการประกันราคาก่อน เพื่อให้เกษตรกรสามารถหายใจต่อไปได้ แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ตลอดเวลา เพราะเมื่อรัฐรับซื้อผลสดในราคาสูง และต้องนำผลสดเหล่านี้ไปขายต่อ คำถามคือ ใครจะมาซื้อในราคาสูง เมื่อไม่มีตลาด สุดท้ายก็ต้องแจก ดังนั้น สิ่งที่รัฐต้องทำควบคู่กันระหว่างนี้ คือ การสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรของคนไทยอย่างจริงจัง และต้องไปในระดับ Global ให้ได้ จึงจะทำให้ไทยหลุดจากปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม รวมไปถึงสินค้าเกษตรไทยตกต่ำที่เรื้อรังมานาน
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE
Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand





