เอไอเอสพบเทรนด์การใช้งาน AI ของคนไทยโตสูงเหนือเทรนด์โลก ประกาศเปิดตัว “AISpace” พื้นที่รวมเทคโนโลยี AI จากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ SparkChat, Alisa AI, Microsoft 365, BigBot, Replika และ Google Gemini เจาะลูกค้าบุคคล และองค์กร พร้อมดีลพิเศษสำหรับลูกค้า AIS
สำหรับการเปิดตัวบริการ AISpace ใหม่จากเอไอเอสครั้งนี้มาจากการพบปริมาณการใช้งาน AI ของคนไทยที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว (อ้างอิงจากผลสำรวจของ PWC Thailand เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา) โดย คุณศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า
“ในปีที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นคนไทยยอมรับว่า เขาเคยใช้ AI ในการทำงานสูงถึง 72% ขณะที่การใช้งานของระดับโลกนั้นอยู่ที่ 54% ผลสำรวจยังพบว่า ในปี 2024 มีคนใช้ AI ในชีวิตประจำวัน 17% ก่อนจะเพิ่มเป็น 24% ในปี 2025 หรือหมายความว่า ทุก ๆ สี่คน จะมีหนึ่งคนที่ใช้ AI แทบจะทุกวัน”
“นอกจากนั้น 90% ของคนที่ใช้ AI ยอมรับว่ามี Productivity เพิ่มขึ้น ทำงานเสร็จเร็วขึ้น และ 58% ยอมรับว่ามีความมั่นคงในหน้าที่การงานเพิ่มขึ้นด้วย”
อย่างไรก็ดี ผู้บริหารเอไอเอสชี้ด้วยว่า ในทางปฏิบัติจริง การใช้งาน AI ของคนไทยก็มี Pain Point บางประการ นั่นคือ ต้นทุนที่ต้องจ่ายมีราคาสูง เนื่องจากต้องสมัครหลายแพลตฟอร์ม และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทางเอไอเอสจึงมีการพัฒนา AISpace ขึ้นมา พร้อมคัดเลือกเทคโนโลยีจากพันธมิตร AI ระดับโลกมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าบุคคลและองค์กรเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม
เบื้องหลังการจับมือ
การเติบโตด้านการใช้งานอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการจับมือกับพาร์ทเนอร์และนำเสนอเป็นบริการใหม่ออกมา ซึ่งเมื่อถามถึงการเติบโตของการใช้งาน AI จากฝั่งคอนซูเมอร์ เปรียบเทียบกับฝั่งเอนเทอร์ไพรส์ ในมุมของผู้ให้บริการโทรคมนาคม คุณศรัณย์ให้ความเห็นว่า มีรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยในฝั่งเอนเทอร์ไพรส์ หลายบริษัทกำลังสนใจทดลองใช้ AI ซึ่งเส้นทางไม่ง่าย เพราะต้องโหลดข้อมูลของบริษัทขึ้นไปบนคลาวด์ก่อน รวมถึงหลายบริษัทต้องการพัฒนาเอเจนท์ทางเลือกของตัวเองขึ้นมา เช่น Voice Bot สำหรับคุยกับลูกค้า ซึ่งเอไอเอสมี Use Case ที่เคยทำให้สถาบันการเงินมาแล้ว ทำให้ทางผู้บริหารมองว่า เอไอเอสจะสามารถช่วยลูกค้าได้ง่ายขึ้น
ขณะที่การใช้งานฝั่งคอนซูเมอร์ ก็ยอมรับว่ามีคนใช้ AI สร้างคลิป-สร้างรูป มากขึ้นเช่นกัน
เปิด 6 พาร์ทเนอร์ AI
จากความสนใจที่แตกต่างกัน ทำให้ในการเปิดตัว AISpace ทางเอไอเอสได้เผยรายชื่อพาร์ทเนอร์ทั้งสิ้น 6 ราย ประกอบด้วย SparkChat, Alisa AI, Microsoft 365 Copilot, Replika, BigBot AI และ Google Gemini
โดยสำหรับ SparkChat จะเป็นบริการที่รวม AI Models ชื่อดังไว้ในที่เดียว เช่น Gemini, Grok, ChatGPT ฯลฯ และมีระบบแนะนำโมเดลที่เหมาะกับงานต่าง ๆ ให้พร้อม AI Agents เฉพาะทางอื่น ๆ เช่น Agents สำหรับช่วยเฉลยข้อสอบ, Agents สายมู เป็นต้น
พาร์ทเนอร์รายที่ 2 ได้แก่ Alisa AI โดยเป็น Generative AI สัญชาติไทย ใช้งานผ่าน LINE ที่ผู้บริหารเอไอเอสมองว่าเหมาะสำหรับเจาะตลาดวัยรุ่น โดยทางบริษัทได้ให้สิทธิ์ใช้ฟรี Alisa AI Premium 3 เดือน สำหรับลูกค้า AIS ZEED 5G รายเดือน ที่เปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่าย
สำหรับพาร์ทเนอร์รายที่ 3 คือ Microsoft 365 Copilot โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Personal และ Family เริ่มต้น 2,099 บาท/ปี และพาร์ทเนอร์รายที่ 4 คือ Replika ซึ่งเป็น AI ที่มาพร้อมฟังก์ชันสอนภาษาอังกฤษ ตามมาด้วย BigBot AI ที่มีจุดเด่นด้าน Prompt จำนวนมากให้ผู้ใช้งาน Copy และ Paste ได้เลยไม่ต้องคิดเอง และพาร์ทเนอร์รายสุดท้ายคือ Google Gemini
คุณศรัณย์ยังได้กล่าวต่อไปด้วยว่า นอกจากบริการเพื่อเจาะตลาดลูกค้าทั่วไปแล้ว ก็มี AI เพื่อเจาะองค์กรธุรกิจด้วยเช่นกัน โดยมีสองค่ายให้เลือก นั่นคือ Microsoft 365 Copilot Business หรือ Google Workspace with Gemini All-in-One โดยในส่วนนี้จะมี HyperScale Cloud (จากออราเคิล) และสามารถเพิ่มบริการแบบ Tailored-Made สำหรับองค์กรนั้น ๆ ร่วมด้วยได้
ชูจุดต่าง “Subsciption แบบมัดรวม” เจาะตลาดไทย
ทั้งนี้ สิ่งที่แตกต่างและอาจเปลี่ยนเกมการใช้งาน AI ของประเทศไทยได้ก็คือ รูปแบบการชำระเงิน ที่ก่อนหน้านี้ลูกค้าต้องสมัครตรงกับผู้พัฒนา AI แต่โมเดลแบบ Subscription จากเอไอเอสที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์รายต่าง ๆ ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ AI ได้หลายตัวในราคาที่ย่อมเยากว่าในอดีต
หรือกรณีขององค์กรเอง ผู้บริหารเอไอเอสเผยว่า นอกจากส่วนของ Revenue Sharing กับผู้ให้บริการ AI รายต่าง ๆ แล้ว เอไอเอสยังสามารถขาย Infrastructure อย่างคลาวด์และเน็ตเวิร์กร่วมด้วย โดยคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 – 7 ปี การเปิดตัว AISpace เพื่อรับยุคทองของการใช้ AI จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของรายได้ก้อนใหม่ที่น่าจับตาของเอไอเอสก็เป็นได้







