HomeBrand Move !!ปีทองหนังไทย “เอ็มสตูดิโอ” โชว์กลุ่มสื่อบันเทิง-ต่างชาติ แห่ร่วมทุนสร้างภาพยนตร์ไทย 20 เรื่อง ดันคอนเทนต์เจาะตลาดโลก

ปีทองหนังไทย “เอ็มสตูดิโอ” โชว์กลุ่มสื่อบันเทิง-ต่างชาติ แห่ร่วมทุนสร้างภาพยนตร์ไทย 20 เรื่อง ดันคอนเทนต์เจาะตลาดโลก

แชร์ :

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเริ่มส่งสัญญาณบวกมาตั้งแต่ปี 2566 ที่มีหนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้านบาทให้เห็นมากขึ้น ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน  ปี 2569 จะเป็น “ปีทอง” ของหนังไทยที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากไลน์อัปภาพยนตร์ของทุกค่าย  การเข้ามาร่วมทุนของกลุ่มทุนไทยและต่างชาติสร้างหนัง  ผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

เทรนด์หนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้าน 

ภาพรวมหนังไทยตั้งแต่ปี 2566 มีหนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง   โดยปี 2565  มี 1 เรื่อง ปี 2566 มี  4  เรื่อง  ปี 2567 สูงสุด 8 เรื่อง เป็นปีที่หนังไทยทำรายได้รวม 2,438 ล้านบาท ครองสัดส่วนแบ่งการตลาด 54% ในอุตสาหกรรมหนัง ซึ่งมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด  โดยมาจากไลน์อัปหนังไทยทำเงินหลายเรื่อง เช่น หลานม่า, ธี่หยด 2,  พี่นาค 4, อนงค์  

ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทาย จากปัจจัยสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศ ทั้งน้ำท่วม เหตุพิพาทชายแดน เศรษฐกิจชะลอตัวกระทบกำลังซื้อ แต่หนังไทยยังคึกคักเช่นเดียวกับ 2 ปีที่ผ่านมา แม้ตัวเลขรายได้จะต่ำกว่าปีก่อนหน้า  โดยมีหนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท 5 เรื่อง เช่น ธี่หยด 3,  ซองแดงแต่งผี, ข้างบ้าน, เสือ   ส่วนฝั่งฮอลลีวู้ด มีไลน์อัปหนังฟอร์มยักษ์จำนวนมาก เช่น Jurassic World,   Avatar,  Zootopia  จึงกลับมาครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าหนังไทย

คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม สตูดิโอ จำกัด (M STUDIO) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์รายใหญ่ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2565 หลังโควิด เห็นชัดว่าคนไทยตื่นตัวกับกระแสหนังไทยมากขึ้น และเติบโตไปในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มีแฟนคลับติดตามหนังไทย ไม่ว่าจะเป็นหนังแนวไหนก็ได้รับความสนใจและสนับสนุนหนังไทย

ปี 2568 อุตสาหกรรมหนังไทยมีมูลค่ารวม 1,518 ล้านบาท  เอ็มสตูดิโอ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 อยู่ที่ 61% รวมรายได้ 930 ล้านบาท  โดยก้าวขึ้นเป็นสตูดิโอผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน มีภาพยนตร์หลายเรื่องทำรายได้ตั้งแต่ 100 ล้านบาท ไปจนถึงมากกว่า 800 ล้านบาท

“การมีหนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท หลายเรื่องในแต่ละปี แสดงให้เห็นถึงการลงทุนของผู้สร้างหนังมากขึ้น คนไทยเปิดรับหนังไทยทุกแนว ไม่เฉพาะหนังผี หนังตลก ที่เป็นความเชี่ยวชาญของผู้สร้างหนังไทยและเป็นที่จดจำในตลาดโลก  รายได้แต่ละปีของหนังไทยขึ้นอยู่กับหน้าหนัง เพราะคอนเทนต์ดีก็จะทำรายได้ดีเช่นกัน”   

2569 ปีทองหนังไทย  

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ค่ายหนังในไทยสร้างหนังเฉลี่ยปีละ 53 เรื่อง แต่ปี 2569  คาดว่ามีจำนวนรวม 60 เรื่อง  จึงเป็นอีก “ปีทอง” ของหนังไทย ที่จะมีหนังทำรายได้เกิน 100 ล้านบาทมากขึ้น จากไลน์อัปของค่ายหนังต่างๆ ที่ประกาศออกมาแล้ว เช่น สัปเหร่อ 2, ค่าย GDH เรื่อง 50 First Dates, เอ็มสตูดิโอ มีเรื่อง สมิงเขาขวาง  (ภาคต่อธี่หยด), นาคี 3, อีเรียมซิ่ง 2  ปีนี้คาดว่าหนังไทยจะมีส่วนแบ่งการตลาดสัดส่วนกว่า 50% ของอุตสาหกรรมหนัง เหมือนปี 2567

ปี 2569 ไลน์อัปหนังไทยของ “เอ็มสตูดิโอ” วางแผนเข้าฉาย 20 เรื่อง เป็นจำนวนการผลิตมากสุดของบริษัท ครอบคลุมหลากหลายแนว ใช้งบลงทุน 700-800 ล้านบาท ดังนี้

1. กิ่งแก้ว (ร่วมทุนกับ MI GROUP และแม่เรียงฟิล์ม)

2. ราคี (ร่วมทุนกับ Be On Cloud)

3. GhostBoard กล่องผีสุ่มวิญญาณ (ร่วมทุนกับ สะดวกรัชโยธิน คุณวิสูตร พูลวรลักษณ์)

4. อ้ายต้าวเอวหวาน (ร่วมทุนกับ MONO Original)

5. ยายสปีด (ร่วมทุนกับ Media Studio ในเครือช่อง7)

6. เห้งเจีย แจ๊ส (ร่วมทุนกับ MONO Original)

7. เหมรุย 2 (ร่วมทุนกับแม่เรียงฟิล์ม)

8. สาปเมือง (ร่วมทุนกับ KLK Studio)

9. ของแขก 2 (ร่วมทุนกับมณวิจิตร)

10. สุขสุดท้าย (ร่วมทุนกับ ช่อง 3 จากทีมผู้สร้างธี่หยด)

11. คำสารภาพของหมอผี (ร่วมทุนกับ MI Group และ The Ghost Radio)

12. God Skin (ร่วมทุนกับ Workpoint ในนาม คาร์แมนไลน์)

13. สมิงเขาขวาง  (ภาคต่อธี่หยด ร่วมทุนกับ ช่อง 3)

14. นาคี 3 (ร่วมทุนกับ ร่วมทุนกับ MONO Original)

15. EXCHANGE เรียน แลก ผี (ร่วมทุนกับ Plan B Media)

16. อีเรียมซิ่ง

17. Bit by bit (ร่วมทุนกับ Bitkub) เป็นหนังชีวประวัติของ ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภ ผู้ก่อตั้ง Bitkub

จากไลน์อัปหนังไทยปี 2569  เห็นได้ว่ามีนักลงทุนจากกลุ่มทุนบันเทิงและสื่อ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนอื่นๆ อีก 3 ราย เช่น รีเทล ที่อยู่ระหว่างเจรจาที่สนใจจะเข้ามาร่วมทุนสร้างหนังกับ “เอ็มสตูดิโอ” เพิ่มเติมอีก

การที่กลุ่มทุนต่างๆ เข้ามาร่วมทุน เพราะมองว่า “หนังไทย”  เป็นธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้และกำไร ทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ  เริ่มจากช่องทางทำรายได้ฉายในโรงภาพยนตร์ไทย ส่งออกไปฉายในโรงภาพยนตร์ต่างประเทศ ขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง รายได้จากสปอนเซอร์  หนังไทยเป็น Soft Power ที่ก้าวสู่ตลาดโลกได้

นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรต่างประเทศ อย่าง Showbox ยักษ์ใหญ่ค่ายหนังเกาหลีใต้  ได้ MOU ร่วมลงทุน (Co-production) ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก และโปรเจกต์ร่วมทุนกับค่ายหนังจากญี่ปุ่น โดยพันธมิตรจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จะร่วมกันสร้างหนังไทยแนวสยองขวัญ และโรแมนติกคอมเมดี้  2-3  เรื่อง เพื่อออกฉายในปี 2570 ทั้งในไทยและทำตลาดต่างประเทศ

“ตลาดโลกเวลาพูดถึงหนังไทยจะรู้จักและชื่นชอบหนังผีไทย หนังตลก แต่ปัจจุบันหนังไทยมีหลากหลายแนวที่ได้รับความสนใจ เห็นได้จากหนังหลานม่า ที่ออกฉายในหลายประเทศ  วันนี้คนไทยและต่างชาติเปิดรับหนังไทยทุกแนว”    

จากผลิตหนังไทยสู่ Content IP Business

ยุทธศาสตร์หลักของ “เอ็มสตูดิโอ” ในปี 2569 คือการเพิ่มบทบาทจากผู้ผลิตภาพยนตร์ สู่การเป็น Content & IP Creator เต็มรูปแบบ โดยมองภาพยนตร์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่ารายได้จาก Box Office

แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาเรื่องตั้งแต่ต้นน้ำ การออกแบบบทให้รองรับทั้งโรงภาพยนตร์ สตรีมมิ่ง และตลาดต่างประเทศ ไปจนถึงการวางแผนต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระยะยาว  การทำหนังไทยมองตลาดส่งออกแรกกลุ่มเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประชากร 650  ล้านคน จากนั้นขยายวงเป็นเอเชียแปซิฟิค จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ต่อด้วยยุโรป สหรัฐ

“หนังหนึ่งเรื่อง ต้องคิดตั้งแต่วันแรกว่า จะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ใช่แค่เปิดตัวแรงในสัปดาห์แรก”

ปีนี้เตรียมทำตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการขายลิขสิทธิ์และกิจกรรมหลังโรงภาพยนตร์ โดยวางเป้าหมายนับจากปีนี้ จะสร้างหนังไทยปีละ 20 เรื่องอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มสัดส่วนของ IP ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในหลายช่องทางมากขึ้น

ตัวอย่าง หนังแฟรนไชส์ “ธี่หยด 1, 2 และ 3” สามารถจำหน่ายลิขสิทธิ์ในตลาดต่างประเทศ รวมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ กลุ่มประเทศอาเซียน นิวซีแลนด์, แม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, บราซิล, ออสเตรเลีย, รัสเซีย และอีกหลากหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงนำภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอีกกว่า 190 ประเทศ

นอกจากนี้ “ธี่หยด” ยังได้ต่อยอด IP ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างบ้านผีสิงธี่หยดร่วมกับ Universal Studios Singapore ซึ่งได้รับกระแสตอบรับล้นหลาม

สำหรับทิศทางหนังไทยจากนี้ ผู้ผลิตจะสร้างหนังไทยสเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  จากลงทุน 30-40  ล้านบาท จะขยายการลงทุนโปรดักชั่นระดับ 100 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ชม

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like