HomeBrand Move !!เมื่อความโสดกลายเป็นเทรนด์ ธรรมศาสตร์เปิดคอร์ส “โรงเรียนคนโสด”ออกแบบชีวิตคนเดียวให้ปัง

เมื่อความโสดกลายเป็นเทรนด์ ธรรมศาสตร์เปิดคอร์ส “โรงเรียนคนโสด”ออกแบบชีวิตคนเดียวให้ปัง

แชร์ :

หากย้อนกลับไปเมื่อราว 20–30 ปีก่อน การใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังอาจไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป คนโสดในยุคนั้นมักต้องเผชิญกับคำถามเรื่องชีวิตคู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะในวงสนทนาตามงานรวมญาติหรือเทศกาลสำคัญ แต่สำหรับ พ.ศ.นี้ ภาพเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ “การเป็นโสด” กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ของสังคมยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มองว่า “ความโสด” เปิดโอกาสให้พวกเขาออกแบบเวลาและจังหวะชีวิตได้ แถมยังใช้เงินที่หามา “เปย์” ตัวเองได้อย่างเต็มที่

ADFEST 2024

Santos Or Jaune


ทั้งนี้ ข้อมูลจาก International Population Conference 2021 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ไม่เคยแต่งงานในช่วงวัย 30–34 ปีของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 8% ในปี 1970 เป็น 23% ในปี 2010 และแนวโน้มดังกล่าวยังคงขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Solo Economy หรือ “เศรษฐกิจของคนโสด” ค่อย ๆ กลายเป็นโครงสร้างถาวรของสังคมไทยยุคใหม่ และส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตและการบริโภค ตั้งแต่การเดินทาง การเลือกที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการวางแผนการเงินเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งพบว่า Gen Y และ Gen Z ที่สนใจกู้ซื้อบ้านเริ่มให้ความสำคัญกับขนาดและฟังก์ชันที่เหมาะกับการอยู่คนเดียวมากขึ้น (ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างเหมือนครอบครัวขนาดใหญ่)

ขณะเดียวกัน การเป็นโสดยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ Pet Parent ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าคนโสดจำนวนมากเลือกเติมเต็มชีวิตด้วยรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งอารมณ์และไลฟ์สไตล์

โสดเสี่ยงเหงา – โดดเดี่ยว – คุณภาพชีวิตแย่?

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าการเป็นโสดจะตอบโจทย์ทุกมิติ เพราะมีผลวิจัยที่สะท้อนด้วยเช่นกันว่า การเป็นโสดทำให้หลายคนเหงา หรือเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น ผลการศึกษาของทีมวิจัยที่นำโดยมหาวิทยาลัยซูริค (UZH) ที่พบว่า คนที่เป็นโสดไปนาน ๆ จะมีความพึงพอใจในชีวิตลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป และรู้สึกเหงาและซึมเศร้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายของช่วงอายุ 20 ปี

(การวิจัยนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากคนหนุ่มสาวมากกว่า 17,000 คนในเยอรมนี และสหราชอาณาจักรที่ไม่มีประสบการณ์ความสัมพันธ์มาก่อนในตอนเริ่มต้นของการศึกษา โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยจะต้องตอบคำถามเป็นประจำทุกปีตั้งแต่อายุ 16 ถึง 29 ปี)

ไมเคิล เครเมอร์ หัวหน้าทีมวิจัยจากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยซูริค เผยว่า เมื่อเวลาผ่านไป คนที่ยังคงเป็นโสดเป็นเวลานาน จะมีความพึงพอใจในชีวิตลดลง และรู้สึกเหงาเพิ่มขึ้น ซึ่งรูปแบบที่เกิดขึ้นนี้คล้ายคลึงกันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง

อย่างไรก็ดี หากคนหนุ่มสาวเหล่านั้นมีความสัมพันธ์โรแมนติกขึ้นมา สิ่งที่พวกเขารายงานให้ทีมวิจัยทราบก็คือ มีความพึงพอใจในชีวิตสูงขึ้นและรู้สึกเหงาน้อยลง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

หลักสูตร “โรงเรียนคนโสด” ตอบโจทย์ Solo Economy?

จะเห็นได้ว่า การเป็นโสดมีทั้งข้อดีและความท้าทาย ซึ่งในโครงสร้างทางสังคมแบบใหม่นี้เชื่อว่ามีหลายคนอาจกำลังมองหาตัวช่วยแนะแนวทาง และนั่นทำให้วงการการศึกษาไทยตัดสินใจเปิดหลักสูตร “โรงเรียนคนโสด” (สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)  โดยภายในคอร์สดังกล่าวพบว่ามีการแบ่งหัวข้อต่าง ๆ เอาไว้อย่างน่าสนใจ เช่น การวางแผนทางการเงินสำหรับคนโสด, การจัดการอารมณ์ หรือการจัดการกับความรู้สึกโดดเดี่ยว, การตั้งเป้าหมายชีวิต, การลงทุน, การจัดการหนี้สินและค่าใช้จ่าย, การวางแผนเกษียณ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ การฝึกสมาธิ โภชนาการ การเดินทางท่องเที่ยวแบบคนเดียว ฯลฯ

ทั้งนี้ หากมองลึกลงไปในโครงสร้างของหลักสูตร “โรงเรียนคนโสด” จะเห็นว่าหัวใจสำคัญของคอร์สดังกล่าวคือการทำให้คนโสด “อยู่กับตัวเองให้เป็น” ทั้งในเชิงอารมณ์ การเงิน และการออกแบบชีวิต ที่นำไปสู่การพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง ตั้งแต่การตั้งเป้าหมายชีวิตระยะยาว ไปจนถึงการจัดการความเหงาในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียดี ๆ ที่น่าจะตอบโจทย์ Solo Economy ที่กำลังเติบโตได้อีกทางหนึ่ง

ที่สำคัญ การเกิดขึ้นของ “โรงเรียนคนโสด” ยังสะท้อนด้วยว่าสังคมไทยยอมรับการเลือกใช้ชีวิตโสดมากขึ้น และพัฒนาเครื่องมือมารองรับ เพื่อให้คนรุ่นใหม่อยู่กับวิถีชีวิตดังกล่าวได้อย่างลงตัวมากขึ้นนั่นเอง

Source

Source

Source

 


แชร์ :

You may also like