สมรภูมิไก่ทอดเมืองไทยยังคงเป็นอีกหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงไม่หยุด แม้จะมีผู้เล่นเจ้าตลาดที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ล่าสุด S&P อีกหนึ่งบิ๊กเนมร้านอาหาร-เบเกอรี่เมืองไทย ก็ขอร่วมวงชิงตลาดไก่ทอดมูลกว่า 30,000 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ในเครือ “WINGSTOP” ไก่ทอดจุ่มซอสแบรนด์ดังจากอเมริกาเป็นสาขาแรกที่ศูนย์การค้า MBK พร้อมเปิดตัว “เนม-ปราการ ไรวา” ในฐานะทายาทรุ่นใหม่ของอาณาจักรกับก้าวแรกของการกุมทัพ ที่มาพร้อมเป้าหมายรายได้ 100 ล้านบาท กับจำนวน 5-6 สาขาในปีแรก
กาลครั้งหนึ่ง ตลอดกาล : จาก “นักร้อง” สู่อีกบทบาท “ผู้บริหาร”
หากเอ่ยถึงชื่อของ “เนม-ปราการ ไรวา” หลายคนคงนึกถีงวง Getsunova วงดนตรีชื่อดังยุค 2000 ที่หลายคุ้นหน้าคุ้นตาบนเวที ด้วยบุคลิคที่โดดเด่นและเนื้อหาเพลงที่ค่อนข้างลึกซึ้ง ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นขวัญใจคอเพลงได้ไม่ยาก ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปวันนี้ “เนม-ปราการ” ก้าวสู่อีกหนึ่งบทใหม่ของชีวิต กับการสวมบทบาทผู้นำธุรกิจเต็มตัวในตำแหน่ง Wingstop Bro ผู้บริหารแบรนด์ “Wingstop” (วิงสต๊อป) ไก่ทอดจุ่มซอสชื่อดังระดับโลกจากอเมริกาเป็นครั้งแรก
การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการต่อยอดธุรกิจครอบครัว หากแต่ยังเป็นการสานต่อปริธานของ “อากง” ที่ต้องการเห็นหลานชายเข้ามารับผิดชอบเรื่องธุรกิจเต็มตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เข้ามาทำงานเป็นบางโปรเจ็กท์ ด้วยการประกาศตัวเข้าสู่สมรภูมิไก่ทอดมูลค่ามหาศาลกว่า 30,000 ล้านบาท ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 8-10% ต่อปี
“วันนั้นผมไปเยี่ยมอากงที่เชียงใหม่ อากงก็ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำงานที่บ้านสักที แล้วผมก็บอกอากงว่านี่ไง เข้ามาทำแล้ว แล้วคืนนั้นอากงก็จากไป ดังนั้นอันนี้ยังไงก็ต้องทำให้ได้”

เนม-ปราการ ไรวา
การเข้ากุมทัพอาณาจักร S&P ของ “เนม-ปราการ” จึงเริ่มต้นด้วยการรุกตลาด QSR ของ ภายใต้ บริษัท S&P Wings ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เป็นการผสานความแข็งแกร่งของระบบหลังบ้านอันเหนียวแน่นของ S&P เข้ากับความสดใหม่และคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของ Wingstop โดยใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเข้มข้นถึง 2 ปีเต็ม นับตั้งแต่เริ่มพูดคุยจนถึงการเปิดตัวสาขาแรกที่ MBK Center
“ทำไมต้อง Wingstop?” คำตอบของ “เนม” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จระดับโลกที่มีถึง 3,000 สาขา ใน 18 ประเทศ (ไทยเป็นประเทศที่ 18 ของโลก และเป็นประเทศที่ 5 ในเอเชีย) แต่เป็นเพราะ “Passion” ส่วนตัวในการเป็นคนชอบกินไก่ ผนวกกับ “DNA” แบรนด์ที่ชัดเจน มีความเป็นวัยรุ่น และเป็นสไตล์ “ไก่ทอดจุ่มซอส” ที่ยังไม่มีใครทำอย่างจริงจังในตลาดไทย ที่สำคัญที่สุดคือ “Brand Philosophy” ที่เป็นหัวใจสำคัญ: “เราไม่ได้ขายไก่ แต่เราขายรสชาติ” (We’re not in the wings business. We’re in the flavour business.) ซึ่งหมายถึงรสชาติของอาหารและรสชาติของชีวิตที่แตกต่างกันของผู้คน โดยมี Wingstop เป็นพื้นที่รวมความชอบที่หลากหลายนั้นไว้ด้วยกัน
Wingstop จึงไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงร้านไก่ทอด แต่เป็น “ธุรกิจแห่งรสชาติ” (Flavour Business) ที่มีจุดเด่นคือ 9 รสชาติซิกเนเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งระดับ NO HEAT (การ์ลิก พาร์เมซาน, เลมอน เปปเปอร์), SOME HEAT (ฮอท ฮันนี่ รับ, เท็กซัส บัฟฟาโล) และ ALL THE HEAT (แมงโก ฮาบาเนโร, อะตอมมิค บลาสต์) รวมถึงซอสโฮมเมดเฉพาะตัวอย่าง RANCH ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยมีเมนูวิงส์หลากหลายรูปแบบ ทั้งปีกไก่ สะโพกไก่ไม่มีกระดูก และสันในไก่ นอกจากนี้ ยังมีเมนูเครื่องเคียงซิกเนเจอร์ อาทิ เฟรนช์ฟราย, เฟรนช์ฟรายวูดู, โคลสลอว์ รวมถึงดิปโฮมเมดสูตรเฉพาะอย่างแรนช์และชีสดิป เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติครบเครื่องในทุกมื้อ
แตกต่างเหมือนกัน : ถอดรหัส 4 แกนหลัก “Wingstop Bro” สู่การเป็น Top of Mind ของ Gen Z
แม้จะมีแต้มต่อจากประสบการณ์กว่าครึ่งศตวรรษของ S&P แต่การบริหาร Wingstop คือการเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดสำหรับ “เนม-ปราการ” การรับหน้าที่ดูแลทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ตั้งแต่การบินไปทำงานและรีเสิร์ชที่สิงคโปร์ การคัดเลือกและสร้างทีมงาน “นิวเจน” ที่มีการตัดสินใจร่วมกันทั้งในแง่ การตลาด และโซเชียลมีเดีย ทีมงานเหล่านี้คือหัวใจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์หลัก 4 ข้อที่วางไว้อย่างละเอียด เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้ในระยะยาว
- กระบวนการทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ (ConZmer Centric):
Wingstop ไม่ได้ต้องการสร้างแบรนด์ “เพื่อ” คนรุ่นใหม่ แต่ต้องการสร้างแบรนด์ “จาก” คนรุ่นใหม่ เนม-ปราการและทีมงานตระหนักว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ New Gen/Gen Z ที่มองหาประสบการณ์และพื้นที่ในการแสดงออก จึงมีการทำความเข้าใจเชิงลึก (Insight) เช่น การร่วมมือกับนักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเรียนรู้ไม่เพียงแค่พฤติกรรม แต่รวมถึง “Mindset & Culture” ของคนรุ่นใหม่ เนมกล่าวชัดว่า “Gen Z is a culture, and it’s forming” และ Wingstop ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์นี้
- กลยุทธ์ผู้นำด้านรสชาติ (Flavour Pioneers):
หัวใจของธุรกิจคือรสชาติ ดังนั้นทุกจานของ Wingstop จึงถูกปรุง “Made to Order” ใหม่ทุกออร์เดอร์ ใช้เวลา 6-7 นาทีต่อการสั่ง เพื่อให้ได้รสชาติที่สดใหม่และตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล การควบคุมคุณภาพดำเนินการอย่างเข้มข้น มีการเลือกใช้โปรตีนไทป์ที่หลากหลาย ทั้งปีกไก่, โบวเลส และเทนเดอร์ การันตีมาตรฐานระดับโลก (Global Standardized) โดยมี 6 รสชาติที่เหมือนกันทั่วโลก และอีก 3 รสชาติที่เป็นการสร้างสรรค์เฉพาะเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสในไทย
- ระบบปฏิบัติการแบบมาตรฐานโลก (Process & Operation):
การมาถึงของ Wingstop ไม่ใช่แค่การนำสูตรอาหารมาใช้ แต่เป็นการยกมาตรฐานระบบหลังบ้านทั้งหมดมาใช้ มีการจัดตั้ง Training Center อบรมทีมงานล่วงหน้าถึง 2 เดือน พร้อมทีมซัพพอร์ตจากสิงคโปร์และอเมริกาเข้ามาช่วยเทรนด์ เพื่อให้มั่นใจว่าประสบการณ์ของลูกค้าในไทยจะ “เสมอต้นเสมอปลาย” ทั้งด้านรสชาติและการบริการ ไม่ว่าจะเข้าสาขาไหนในวันใดก็ตาม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมพร้อมสำหรับการขยายสาขาในอนาคต
- การทำแบรนด์และการตลาด (Strengthening Brand & Marketing):
กลยุทธ์การตลาดของ Wingstop มุ่งเน้นการสร้าง “คัลเจอร์” ที่โดดเด่นและแตกต่าง (Unique & Bold) เพื่อให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นใหม่ มีการใช้กลยุทธ์ “ป้ายพูดได้” (Hoarding Talking) เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และบทสนทนาในโซเชียลมีเดียตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้รับสาร แต่พร้อมที่จะมีส่วนร่วมและสะท้อนความคิดเห็นกลับมา รู้สึกว่า Wingstop เป็นแบรนด์ที่สร้างมาจากเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง และเป็นพื้นที่ในการสร้างรสชาติของประสบการณ์ร่วมกัน
อยู่ตรงนี้ นานกว่านี้ : สาขาแรก MBK เปิดถึงตีสอง เป้าหมายปีแรก 100 ล้านบาท
สำหรับ Wingstop สาขาแรก เปิดตัวให้บริการในทำเลใจกลางเมืองที่ MBK Center ชั้น 2 ด้วยงบลงทุน 11 ล้านบาท บนพื้นที่ 208 ตารางเมตร ทำเลนี้ถูกเลือกตามหลักการของโลเคชั่นที่ต้องมี Traffic สูง, มี Visibility ที่สามารถมองเห็นได้ดีจากถนนหรือทางเดิน และเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่ม Gen Z และนักศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมอบความพิเศษด้วยการ เปิดให้บริการถึง ตี 2 เพื่อให้เป็น “Brand Experience” และเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มา “แฮงเอาท์” ยามค่ำคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงค่ำคืนจะมีดีเจมาเปิดเพลงด้วย
ส่วนเป้าหมายระยะยาว“เนม-ปราการ” และทีมงานตั้งเป้าให้ Wingstop เป็นแบรนด์ Top of Mind ในใจของ New Gen โดยวางแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดกลยุทธ์ในการเลือกโลเคชั่นที่ดีที่สุด 5 สาขาแรกก่อน เพื่อปูรากฐานที่แข็งแกร่ง
โดยในปี 2569 Wingstop ได้วางแผนธุรกิจภายอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- แผนขยายสาขา: วางแผนขยายให้ครบ 5-6 สาขา ในกรุงเทพฯ ภายในปี 2026
- เป้ารายได้: ตั้งเป้ารายได้ถึง 100 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2026
- งบการตลาด: จัดสรรงบการตลาดไว้ที่ 4.5-5% สำหรับปีหน้า (2569) เพื่อสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างครบวงจร
- ราคา: เริ่มต้นที่ 159 บาทสำหรับไก่อะลาคาร์ท 6 ชิ้น (โบวเลส/เทนเดอร์ 3 ชิ้น) โดยมีราคาต่อบิลเฉลี่ย 350-400 บาท สำหรับลูกค้า 2 ท่าน พร้อมพาร์ทเนอร์กับโค้กในการเสิร์ฟน้ำโค้กรีฟิล
ความโดดเด่นอีกประการที่ “เนม-ปราการ” มาใช้คือการผนวก “Connection” ในวงการดนตรีและวงการแฟชั่น เพื่อนำพาแบรนด์ไปสู่การ “Collab” ในอนาคต ทำให้ Wingstop ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างวัฒนธรรมที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค การเปิดเกมธุรกิจในครั้งนี้ ไม่ได้มองที่การควบคุมการแข่งขันในตลาด แต่เป็นการสร้างความแตกต่างด้วย “รสชาติ” และ “แบรนด์ดิ้ง” ที่แข็งแกร่งโดยหยิบเอาการตลาสดสุดมันส์จากสหรัฐอเมริกาประเทศต้นตำหรับ จนเกิดไวรัลมากมายในโซเชียลมีเดีย มาเป็นต้นแบบ
Wingstop ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสานต่ออาณาจักรอาหารและเครื่องดื่มแห่งนี้ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การขยายพอร์ตโฟลิโอของ S&P แต่คือการนำพาปรัชญา “Flavour Business” ที่เป็นมากกว่าไก่ทอด มาเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ QSR ไทยให้มี “รสชาติ” ที่น่าสนใจและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น








